เมื่อจบฤดูกาลด้วยการสิ้นสุดอาชีพค้าแข้งของแกรี่ เคฮิลล์ กับเชลซี แนวรับและกัปตันทีมคนล่าสุดของพวกเรา หลังจากที่หมดสัญญา เขาก็ได้ถ่ายทอดความรู้สึกให้กับแฟนบอลเดอะบลูส์ได้รับรู้ผ่านหนังสือแมตซ์เดย์ โปรแกรม เมื่อเดือนที่ผ่านมา

เมื่อแกรี่ เคฮิลล์ได้เริ่มต้นเซ็นสัญญากับเชลซีจากโบลตัน วันเดอร์เรอร์ส เมื่อเจ็ดปีครึ่งที่ผ่านมา เขาก็มีบทบาทสำคัญในช่วงที่เขาอยู่ในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์

เคฮิลล์ย้ายมาอยู่กับทีมในฐานะแนวรับที่ยอดเยี่ยม เขาเป็นทั้งตำนานและกัปตันทีมของสโมสร หลังจากที่เขาเป็นหนึ่งในสมาชิกที่พาทีมประสบความสำเร็จทั้งในการแข่งขันภายในประเทศหรือในเวทียุโรป รวมถึงการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสองสมัย และแชมเปี้ยนส์ ลีก

นักเตะชาวยอร์คเชียร์จะถูกจดจำในฐานะคนของคนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่ง และเขายังเป็นคนมีส่วนช่วยในการพาทีมความแชมป์ลีกทั้งสองครั้ง จากครั้งแรกที่ได้ลงเล่นเคียงข้างจอห์น เทอร์รี่ในปี 201/15 และจากนั้นก็ลงเล่นในตำแหน่งแบ็คทรี หลังจากเป็นตัวเลือกในปี 2016/17 ซึ่งแต่ละครั้งเคฮิลล์สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนกระทั่งทีมยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของพีเอฟเอ นับเป็นเกียรติยศแห่งความสำเร็จของเขาในช่วงเวลาที่อยู่กับสโมสรแห่งนี้

แน่นอนว่า ไม่มีแฟนบอลเชลซีคนไหน ที่จะลืมว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมที่สุดของสโมสรเมื่อพวกเราสามารถคว้าแชมป์ยุโรปในปี 2012 หลังจากที่มีอาการบาดเจ็บในนัดที่สองของรอบรองชนะเลิศที่พบกับบาร์เซโลนา มันเกือบทำให้เขาไม่ได้มีโอกาสลงเล่นในเกมที่สุดยอดที่สุด แต่จากที่เทอร์รี่และบรานิสลาฟ อิวาโนวิช ติดโทษแบน หน้าที่ในการคุมแนวรับก็ตกเป็นของเคฮิลล์ และดาวิด ลุยซ์ ที่พวกเขาไม่สามารถลงฝึกซ้อมได้หลายสัปดาห์ก่อนที่ต้องลงเล่นครบทั้ง 120 นาที

เคฮิลล์ลงเล่นเต็มเกม โดยยืนรับมือกับความกดดันกับเกมบุกของบาเยิร์น มิวนิคที่ถาโถมเข้าไป จนพาเราสามารถเอาชนะการดวลจุดโทษที่เยอรมันได้สำเร็จในสนามของพวกเขาเอง

ความสำเร็จครั้งนั้นผ่านไปอย่างรวดเร็ว เคฮิลล์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกัปตันทีมในปี 2017 หลังจากที่จอห์น เทอร์รี่ย้ายออกจากทีมไป ซึ่งเป็นการตัดสินใจนั้นส่งผลดีต่อแฟนๆ และทีม โดยเขาสามารถตอบแทนความไว้วางใจ และนับเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับตัวเขา

หาเจาะลึกลงไปในรายละเอียดในช่วงเวลาเจ็ดปีครึ่งที่ผ่านมา เขาจำเป็นต้องอดทนในช่วงแรกของเขากับสโมสร จากการที่เขาไม่ถูกส่งลงสนามมาในช่วงสองสามเกมแรก จนการกระทั่งเขาถูกส่งลงมาในสนามในเกมใหญ่ที่พบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และยืนเป็นคู่แนวรับกับดาวิด ลุยซ์ ซึ่งผลลัพธ์ก็คือ ความผิดหวังจากที่พวกเราขึ้นนำไปก่อน 3-0 แต่ลงท้ายด้วยการเสมอ 3-3 แต่ในฐานะฟอร์มการเล่นส่วนตัวนับว่าเคฮิลล์ถือว่าทำผลงานได้ดีในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

หลังจากที่อันเดร วิลลาส-โบอาส ออกจากทีมไป เคฮิลล์ก็ได้โอกาสลงสนามเป็นตัวจริงในสองเกมแรกภายใต้การคุมทีมของโรแบร์โต้ ดิ มัตติโอ ก่อนที่จะทำประตูแรกจาก 25 ประตูของเขากับเชลซี เมื่อเขาโหม่งประตูชัยในเกมที่พบกับเลสเตอร์ ในรอบควอเตอร์-ไฟนอล และประตูแรกในพรีเมียร์ลีกในอีกสามวันถัดมาที่พบกับแมน ซิตี้

เคฮิลล์ กลายเป็นที่รักของแฟนบอล เมื่อเขาสกัดบอลจากเส้นประตู ซึ่งอาจเป็นประตูชัยของอเดบายอร์ให้กับสเปอร์ในเดอะบริดจ์ แต่ด้วยฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมในฤดูกาลแรกของเขากับสโมสรมันจึงไม่มีข้อสงสัยเลยที่เขาจะได้ลงเล่นในนัดแรกรอบรองชนะเลิศที่พบกับบาร์เซโลนา

เขายืนเป็นคู่หูของจอห์น เทอร์รี่ และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการรับมือกับสถานการณ์ความกดดันที่ทีมจากสเปนบุกใส่เข้ามา ทั้งการบล็อคลูกยิง และเข้าปะทะที่เกิดจากความตั้งใจอย่างแรงกล้า จนทำให้พวกเราได้เห็นประตูของดิดิเยร์ ดร็อกบาในช่วงครึ่งแรกที่เป็นประตูตัดสินในค่ำคืนนั้น

อาการบาดเจ็บของเขาในนัดที่สองที่แคมป์ นูว ทำให้เคฮิลล์ต้องพลาดการลงสนามไปหลายสัปดาห์ ซึ่งรวมถึงเกมรอบชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ ที่พบกับลิเวอร์พูล แต่นับเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ที่เขาผ่านความฟิตและสามารถลงเล่นได้ในรอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีกที่พบกับบาเยิร์น มิวนิค ในอีกสองสัปดาห์ถัดมา

ด้วยทีมที่เต็มไปด้วยนักเตะที่มีอาการบาดเจ็บและติดโทษแบน การลงสนามของเคฮิลล์ และลุยซ์ ที่ผ่านความฟิตลงสนามนับเป็นกำลังใจที่ดีในเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประวัติศาสตร์สโมสร แม้ว่าทั้งคู่จะมีสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ก็ตาม และแน่นอนว่าต้องยกเครดิตให้พวกเขาที่สามารถยืนระยะในเกมที่เยอรมันถึง 120 นาที

หลังจากที่ย้ายมาอยู่กับสโมสรสี่เดือนก่อนหน้า เคฮิลล์จบฤดูกาลในสแตมฟอร์ด บริดจ์ด้วยการคว้าแชมป์สองรายการหลัก และในปีถัดมาเขาก็พาทีมคว้าแชมป์ยูโรป้า ลีก ด้วยการเก็บชัยชนะเหนือเบนฟิก้า 2-1 ซึ่งแนวรับผู้แข็งแกร่งรายนี้ทำการป้องกันลูกยิงไม่ให้ทีมจากโปรตุเกสยืดเวลาเข้าไปเล่นถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ

บางทีความทรงจำที่ยอดเยี่ยมที่สุดกับเชลซีคือ ช่วงต้นฤดูกาลนั้นที่ยิงประตูวอลเลย์ให้พวกเราขึ้นนำ 4-2 ในเกมที่พบกับท็อตแน่ม

เมื่อมูรินโญ่กลับเข้ายังสโมสรในปี 2013/14 เคฮิลล์ภายใต้การชี้นำของผู้จัดการทีมโปรตุเกส ที่ได้ยืนเป็นคู่แนวรับที่แข็งแกร่งของเทอร์รี่ก็นับเป็นหัวใจสำคัญในแผงแบ็คโฟวร์ ซึ่งในฤดูกาลนั้นทำให้พวกเรามีสถิติในการเล่นเกมรับที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก และเคฮิลล์ยังทำประตูสำคัญในเกมที่พบกาลาตาซารายในแชมเปี้ยนส์ ลีก จนทำให้เราไปจบที่รอบรองชนะเลิศ และกลายเป็นนักเตะที่ติดทีมยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของพีเอฟเอครั้งแรกในอาชีพค้าแข้งของเขา วิธีการเล่นอันยืดหยุ่น ทำให้ตัวเขาเองมีโอกาสขึ้นไปยิงประตูได้อยู่บ่อยครั้งเมื่อยืนอยู่ถูกที่ถูกเวลา แต่แน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่สุด คือ การผ่านบอลทะลุช่อง เขาพัฒนาขึ้นมาก

การทำหน้าที่เป็นคู่หูในแนวรับของเขากับจอห์น เทอร์รี่เป็นไปตลอดฤดูกาล 2014/15 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวที่มีสถิติที่ดีกว่า โดยแนวรับรายนี้ลงเล่นไปถึง 36 เกม จาก 38 นัด ในพรีเมียร์ลีก และมีบทบาทสำคัญทำให้พวกเราคว้าแชมป์ โดยเดอะบลูส์จบฤดูกาลด้วยมีแปดแต้มห่างจากคู่แข่งอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้

ในปีที่สองติดต่อกันที่พวกเราประตูน้อยที่สุด จนกระทั่งเดือนธันวาคมในเกมที่พบกับนิวคาสเซิล จากประสบการณ์ที่พ่ายแพ้ในลีก เคฮิลล์ก็เป็นผู้ทำประตูสำคัญในเกมที่เอาชนะลิเวอร์พูลที่แอนฟิลด์ 2-1 และเขายังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการรับมือกับแฮร์รี่ เคน และท็อตแน่ม ในลีก คัพ รอบชิงชนะเลิศที่เวมบลีย์ ทีมของมูรินโญ่ก็เก็บชัยชนะ 2-0 และถ้วยแรกจากสองรายการได้สำเร็จในฤดูกาลนั้น

จากผลงานที่มั่นคงของเขา ทำให้เขาได้รับการโหวตให้ติดทีมยอดเยี่ยมในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง ซึ่งเขาสมควรได้รับกับสิ่งนั้น

ขณะที่ความสามารในการเล่นฟุตบอลนับเป็นแบบอย่างที่ดี กับคุณภาพที่เขาใส่ลงมาในสนาม และในฐานะที่มิตรภาพและความตลกโปกฮา เคฮิลล์นับเป็นอัจฉริยะคนหนึ่งเท่าที่คุณเคยเห็นมา ซึ่งเขาเป็นผู้นำที่เป็นแบบอย่างเสมอ

เขาได้ต่อสัญญาใหม่ระยะกับทีมอีกในปี 2015 และขณะที่ฤดูกาลนั้นเป็นฤดูกาลที่น่าผิดหวังสำหรับทีม มันเป็นทางแกรี่ เคฮิลล์ที่ช่วงปลุกทีมขึ้นมาอีกครั้งในเกมที่เสมอกับท็อตแน่ม 2-2 ที่เดอะบริดจ์ ก่อนที่เราจะรักษาสถิติในการไม่แพ้ทีมจากลอนดอนเหนือ จนทำให้เลสเตอร์คว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ

เมื่อ อันโตนิโอ คอนเต้ เข้ามาคุมทีมในปี 2016 ถึงแม้ว่าเขาเคยเล่นในบทบาทกองหลังสี่คนจนกระทั่งช่วงต้นฤดูกาลในเกมที่แพ้ให้กับอาร์เซนอล แท็คติกก็เปลี่ยนไป นายใหญ่ชาวอิตาลีปรับมาเล่นในระบบ 3-4-3 โดยเคฮิลล์ และอัซปิลิเกวต้า ลงยืนประกบข้างดาวิด ลุยซ์ และการปรับเปลี่ยนในครั้งนั้น รับเป็นความคุ้มค่าอย่างยิ่ง

กับแผนการเล่นรูปแบบใหม่นั้นเริ่มใช้ในเกมที่ออกไปเยือนฮัลล์ และเก็บชัยชนะมาได้ 2-0 ซึ่งเป็นครั้งแรกจากการเก็บชัยชนะ 13 นัด ติดต่อกันในพรีเมียร์ลีก และจนผลครั้งนั้นทำให้พวกเรากลายเป็นทีมอันดับหนึ่งในพรีเมียร์ลีก โดยเดอะบลูส์ลงเล่นหกเกมโดยนไม่เสียประตูแรกนับตั้งแต่เดือนตุลาคม ถึง พฤศจิกายน และเคฮิลล์ ยังพิสูจน์คุณค่าในเกมรุกของเขา ด้วยการทำประตูที่สองให้กับพวกเราในเกมที่เอาชนะแมนยู 4-0

กับการที่เทอร์รี่ไม่สามารถแย่งตัวแหน่งตัวจริงจากเขามาได้ เคฮิลล์ก็ได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมตลอดฤดูกาลนั้น และดูเหมือนว่ามันช่างเหมาะสมเสียเหลือเกิน ทั้งความฉลาดและประสบการณ์ที่ผ่านมาไม่น้อย แนวรับรายนี้ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในครึ่งหลังของฤดูกาล

ประตูที่สำคัญที่สุดของเขาในฤดูกาล คือ ในช่วงที่เกมกำลังเสมอกับสโต๊กในเดือนมีนาคม เคฮิลล์ใช้ปฏิกิริยาที่รวดเร็วที่สุดจากการเสียบอลในกรอบเขตโทษ และทำการยิงประตูชัยให้กับทีมและนับเป็นแต้มที่สำคัญ

ประตูของเขาเกิดขึ้นอีกครั้งในเกมที่พวกเราใกล้คว้าแชมป์มาครอง เขาทำการโหม่งประตูชัยเอาชนะเซาท์แธมป์ตัน 4-2 ก่อนที่จะทำประตูที่สองและสามในเกมที่พบกับเอฟเวอร์ตันในเกมเยือน

การคว้าแชมป์ เกิดขึ้นในเกมที่ดูเรียบร้อยในการเก็บชัยชนะเหนือเวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน 1-0 เคฮิลล์ได้ลงสนามเป็นตัวจริง และทำผลงานได้ดีจนสามารถเก็บคลีนชีทที่ฮอว์ธอร์น

ในสัปดาห์ถัดมา เทอร์รี่ได้ชูถ้วยแชมป์ร่วมกับ หลังจากเกมสุดท้ายของฤดูกาล และแนวรับปิดฤดูกาลได้อย่างน่าประทับใจด้วยการมีชื่อติดในทีมยอดเยี่ยมพีเอฟเอ เป็นครั้งที่สาม

เมื่อเทอร์รี่ยุติการค้าแข้งในช่วงเวลา 22 ปี กับเชลซี ในช่วงซัมเมอร์นั้น เคฮิลล์ก็ได้รับการเสนอชื่อเป็นกัปตันทีมในช่วงพรีซีซั่นที่เอเชีย ซึ่งตัวเขาเองก็กล่าวว่า เขารู้สึกดีใจ และภูมิใจ จากการได้รับเกียรติในครั้งนี้

รายการเอฟเอ คัพ นับเป็นรายการแรกที่เขาทำได้ในปี 2012 และขณะที่เขาไม่ได้มีส่วนในรอบชิงชนะเลิศครั้งนั้น เขาก็ได้ลงสนามเป็นตัวจริงในเกมสุดท้ายที่พบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมร่วมกับอัซปิลิเกวต้า และรูดิเกอร์ ทำให้พวกเราเก็บชัยชนะเหนือทีมปีศาจแดง คว้าแชมป์เมเจอร์รายการที่ 7 ในฐานะนักเตะเชลซี

ในการที่อังกฤษเข้าถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว เคฮิลล์กลับมาร่วมพรีซีซั่นหลังนักเตะคนอื่นๆ และดาวิด ลุยซ์ได้กลายเป็นหัวใจในแนวรับในตำแหน่งแบ็คโฟวร์

กัปตันทีมของพวกเราได้มีส่วนอย่างยิ่งในการลงเล่นในยูโรป้า ลีก และลีก คัพ ฤดูกาลนี้ แต่เรื่องราวของเขากับเชลซีได้ถูกบันทึกไว้หมดแล้ว เขาสามารถพูดได้ว่ามันเป็นการลาจากถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ด้วยเกียรติยศเมื่อเดือนที่ผ่านมาจากการเอาชนะวัตฟอร์ด มันเป็นการลงสนามนัดที่ 291 ให้กับเชลซี เป็นการปิดฉาก 25 ประตูของเขา โดยเขาลงสนาม 4 นัดในยูโรป้า ลีก ซึ่งการคว้าแชมป์รายการล่าสุดนับเป็นรายการที่ 8 ของเขา

การคว้าแชมป์ที่มิวนิค และเวมบลีย์ เคฮิลล์นับได้ว่าประสบความสำเร็จทุกสิ่งกับเชลซีแล้ว

ในฐานะนักเตะที่ยอดเยี่ยม กัปตันที่ยอดเยี่ยม และคนๆ หนึ่งที่ยอดเยี่ยม เคฮิลล์จะเป็นที่คิดถึงตลอดไปของสโมสร

เขาย้ายมาอยู่กับสโมสรที่ยิ่งใหญ่ด้วยความฝันที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นหนึ่งในเรื่องที่เขายอมรับว่า เขาไม่เคยคาดหวังว่ามันจะได้อย่างรวดเร็ว และมากมายขนาดนี้ เขาจะออกจากเชลซีไปในฐานะนักเตะระดับตำนาน

ขอบคุณแกรี่ เคฮิลล์ และขออวยพรให้เจอแต่สิ่งที่ดีที่สุดในอนาคต