แฟรงค์ แลมพาร์ดเปรียบเทียบห้องแต่งตัวของเชลซีในปัจจุบัน กับสมัยที่เขายังเล่นอยู่ และย้ำว่านักเตะที่ไมได้ลงเล่นในช่วงที่ผ่านมาจะมีส่วนร่วมในช่วงฤดูกาลนี้แน่นอน...

ฤดูกาลนี้กุนซือของเราให้โอกาสนักเตะดาวรุ่งลงสนามไปแล้วหลายเกม นักเตะอย่างแทมมี่ อับราฮัม, เมสัน เมาท์ และฟิกาโย โทโมรี ทำผลงานได้เข้าตาจนได้รับเลือกให้อยู่ในทีมชาติอังกฤษชุดนี้ด้วย

ก่อนเกมเยือนเซาท์แฮมป์ตันคืนนี้ แลมพาร์ดได้พูดคุยถึงบทบาทของนักเตะรุ่นใหญ่ในทีม

“ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นหน้าที่ของนักเตะรุ่นใหญ่ในการให้คำแนะนำกับนักเตะรุ่นเยาว์ในทีม ทุกคนต้องคอยนำดาวรุ่งให้เดินหน้าไปในทิศทางที่ถูก” แลมพาร์ดกล่าว

“ผมไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นเผด็จการกับทุกคนตลอดเวลา มันเป็นไปไม่ได้เลย ผมเชื่อมั่นในทีมงานและนักเตะทุกคน นักเตะรุ่นใหญ่ของเราทำหน้าที่ดูและรุ่นน้องได้ดีมาก ผมแฮปปี้กับสิ่งที่ผมเห็นมาจนถึงตอนนี้เลย”

แน่นอนว่าทุกอย่างแตกต่างจากตอนที่ยังเล่นให้เชลซี เมื่อห้องแต่งตัวตอนนั้นเต็มไปด้วยนักเตะชื่อดังมากมายอย่างเพตเตอร์ เช็ก, ดิดิเยร์ ดร็อกบา, จอห์น เทอร์รี่ และตัวแลมพาร์ดเอง

“ทุกยุคทุกรุ่นย่อมแตกต่างกัน” แลมพ์กล่าว “คุณไม่มีทางแทนที่ทีมชุดนี้กับทีมเมื่อ 15 ปีก่อนได้เลย เราไม่มีผู้นำแบบในอดีต ทำให้เราต้องหาทางใหม่เพื่อใช้กับทีมที่แตกต่างกันไป”

“ในปัจจุบันทุกอย่างในทีมมันเปลี่ยนแปลงไปมาก ความแข็งแกร่งของทีมสามารถใช้ได้ในแบบที่แตกต่างกันไป เราสามารถแสดงมันออกมาได้ผ่านนักเตะดาวรุ่ง”

“สิ่งที่คุณจำเป็นต้องมีคือทีมที่แข็งแกร่ง คุณจะเห็นความเป็นผู้นำมาจากข้างในนั้น เรามีดาวรุ่งในทีมเยอะ ผู้นำในทีมจะเผยตัวออกมาชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับความมั่นใจจากการเล่นในทีมชุดใหญ่มากขึ้น”

“ดูเหมือนความต่างของวัยจะเป็นประเด็นที่คนนอกกังวล แต่ผมไม่เคยมองแบบนั้นเลย ผมเชื่อในตัวลูกทีมเสมอ”

“วิลเลี่ยนยิงไปสองประตู, จอร์จินโญ่สร้างสรรค์เกมได้ดีอย่างที่เคย, อัซปิลิเกวต้าเป็นกัปตันทีมและเอ็นโกโล่ ก็องเต้กลับมาลงสนามได้อีกครั้ง เราจำเป็นต้องมีนักเตะเหล่านั้นและผมคาดว่าทุกคนจะร่วมงานและไปได้สวยตลอดทั้งฤดูกาล”

นอกจากเรื่องสร้างความสมดุลจากประสบการณ์ในทีมแล้ว แลมพาร์ดยังต้องตัดสินใจเลือกทีมจากกลุ่มนักเตะใหญ่ ซึ่งไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับเวลาลงสนามมากอย่างที่ต้องการ

คริสเตียน พูลิซิชและโอลิวิเยร์ ชิรูด์ รวมกับสองนักเตะที่น่าจะไม่ได้ลงเล่นมากอย่างที่คาดหวัง แต่กุนซือของเราก็ย้ำว่าเวลาของทุกคนต้องมาถึงได้แน่นอน

“นี่คือหนึ่งในปัญหาที่ยากที่สุดของผม” แลมพาร์ดกล่าว “ผมมีนักเตะที่เก่งมากมายและทุกคนต่างก็มีเรื่องราวของตัวเอง คริสเตียน พูลิซิชมาพร้อมค่าตัวที่สูง, รอสส์ บาร์คลี่ย์เป็นนักเตะทีมชาติ ขณะที่เมสัน เมาท์, คัลลัม ฮัดสัน-โอดอยเพิ่งเซ็นสัญญาใหม่และบาเยิร์น มิวนิคได้ให้ความสนใจในตัวเขาเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาด้วย รูเบ็น ลอฟตัส-ชีคกำลังฟื้นฟูร่างกายอยู่”

“โชคร้ายที่ผมเลือกทุกคนไม่ได้ ผมต้องเลือกจาจกสิ่งที่พวกเขาแสดงให้เห็นในช่วงซ้อม นี่คือความเป็นจริง เดี๋ยวสัปดาห์หน้าคุณก็เอ่ยชื่อนักเตะมาอีกสองสามคนที่ไม่ได้ลงเล่นให้ผมตอบอีก นี่แหละคือการแข่งขันในทีมที่เรามีอยู่”

“ผมคุยกับคริสเตียนสองวันก่อนแข่งกับกริมสบี้และชัดเจนทุกอย่างในเรื่องของมาตรฐาน เราต้องให้เขาปรับตัวก่อน เขาลงเล่นเป็นตัวจริงไป 5 เกมให้เราและสิ่งที่เขาต้องทำคือพิสูจน์ตัวเองเหมือนอย่างนักเตะคนอื่นๆ”

“ความสัมพันธ์ของผมกับโอลิวิเยร์ดีเยี่ยม เขามีความเป็นมืออาชีพสูง ฝึกซ้อมเต็มที่ทุกวัน ช่วยส่งต่อประสบการณ์ให้กับเด็กๆ ได้ดีเยี่ยม แต่ทุกคนก็ชอบถามผมอยู่ตลอดเรื่องนักเตะที่ไม่ได้ลงสนาม มันยากมากเลยนะ”

“บางคนลงเล่นไม่ได้ แม้ว่าจะอายุ 32 หรือแค่ 12 ก็ตาม ทุกคนต้องทำงานเต็มที่ ผมอยากให้สโมสรชนะ เมื่อผมเลือกนักเตะลงสนาม เหตุผลก็เพราะว่านั่นคือทางที่ดีที่สุดแล้ว”

“ทุกคนอยากลงสนาม ผมเข้าใจดี แต่ผมต้องการสิ่งที่ดีเพื่อทีม นั่นคือสิ่งที่โลกภายนอกไม่เห็น เราจำเป็นต้องมีทีมขนาดใหญ่เพื่อที่จะประสบความสำเร็จ”