เกมค่ำคืนวันอาทิตย์นี้ที่จะเกิดขึ้นเป็นเกมลอนดอนดาร์บี้แมตช์ โดยแฟรงค์ แลมพาร์ดได้ร่วมพูดคุยถึงคู่แข่ง, รวมถึงการเป็นผู้จัดการทีมให้กับสโมสรที่เขารู้จักเป็นอย่างดี และเผยเหตุผลว่าทำไมแลมพาร์ดถึงให้เกียรติดาวเตะบราซิลเลียนอย่างดาวิด ลุยซ์ เสมอมา

ปัจจุบันสิงห์บลูส์มีผลงานเจ็ดนัดหลังสุดที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก หลังทั้งแพ้ทั้งชนะสลับกันมาตั้งแต่ปลายเดือนที่แล้ว แต่ด้วยฟอร์มการเล่น และความประทับใจจากการเล่นเกมเยือนหรือการเล่นในบ้านในหลายนัดที่ผ่านมา อาจจะนำมาให้เราเก็บชัยชนะได้อีกครั้งจากการออกไปเยือนที่เอมิเรตส์ แต่แลมพาร์ดรู้ดีว่ามันจะไม่ใช่งานง่ายขนาดนั้นที่จะเก็บชัยชนะกลับมาได้

“มันไม่ใช่เรื่องง่ายในการเยือนคู่แข่งที่ลอนดอน” เขาเริ่มกล่าว “ด้วยสนามที่ยิ่งใหญ่, ผู้จัดการทีมคนใหม่, ผู้เล่นที่ดี ดังนั้นเราจะต้องโฟกัสกับสิ่งที่มันจะเกิดขึ้น”

แม้ว่าฝ่ายของแลมพาร์ดจะต้องเจอกับความยากลำบากในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ปัญหาของอาร์เซนอลนั้นดูรุนแรงมากกว่าเพราะพวกเขาชนะเพียงแค่นัดเดียวจาก 14 นัดหลังสุดตั้งแต่เดือนตุลาคม ในที่สุดด้วยผลงานที่ย่ำแย่ทำให้อูไน เอเมรี่ ต้องออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมในที่สุด และก็เป็นดาวเตะชาวสเปนอดีตกองกลางของเดอะ กันเนอร์สอย่างมิเกล อาร์เตต้า มารับหน้าที่ผู้จัดการทีมแทน

ถือเป็นงานผู้จัดการทีมเต็มตัวครั้งแรกของอดีตดาวเตะวัย 37 ปี หลังจากที่ได้ร่วมงานกับเป๊ป กวาร์ดิโอลา ที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาเป็นเวลา 3 ปีครึ่ง ซึ่งก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีคำถามเกี่ยวกับประสบการณ์ในการคุมทีมของอาร์เตต้าตามมา อย่างไรก็ตามแลมพาร์ดก็เคยมีประสบการณ์รับงานคุมทีมครั้งแรกกับดาร์บี้ เคาน์ตี้ เมื่อ 18 เดือนที่แล้ว ก่อนจะย้ายมารับงานคุมทีมจากลอนดอนตะวันตกอย่างเชลซีในช่วงซัมเมอร์ แต่เชื่อว่าในหลายปีที่ผ่านมาแลมพาร์ดก็ได้สะสมประสบการณ์มาอย่างมากมายพร้อมกับรูปแบบการเล่นที่มีความทันสมัยมากขึ้น

“เขาเคยได้ทำงานร่วมกับโค้ชที่ดีที่สุดคนหนึ่ง สำหรับประสบการณ์ของเขาสองปีที่แมนฯ ซิตี้มันเป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับเขา รวมถึงเขาเป็นผู้เล่นที่ฉลาดคนหนึ่ง ดังนั้นผมไม่คิดว่าประสบการณ์เหล่านี้จะสามารถหาซื้อได้ง่ายๆ” แลมพาร์ดเผย

“คุณจะไม่มีทางรู้ได้เลยจนกระทั่งคุณจะได้รับการเปลี่ยนแปลงจากใครซักคน ซึ่งผู้จัดการทีมจะทำมันออกมาได้ดีหรือแย่ก็ไม่มีใครรู้ได้ เพราะถึงแม้ว่าเขาจะเพิ่งเข้ามาทำงานเพียงแค่ปีแรกหรือทำงานมาแล้ว 50 ปี ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะสามารถจัดการทีมได้ดีหรือไม่ดี?”

“ที่นั่นมีความท้าทายอยู่ทุกวัน และผมก็ค่อนข้างมั่นใจว่าเขาจะได้พบเจอทุกวันที่ซิตี้ ซึ่งนั่นเป็นประสบการณ์ที่ดีที่เขาได้รับมากมายรวมถึงการสนับสนุนที่ดีจากกวาร์ดิโอลา ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เขาจะต้องตัดสินใจด้วยตนเอง แต่ด้วยตลอดหลายปีที่เขาได้ร่วมงานกับกวาร์ดิโอลากับสโมสรที่ยิ่งใหญ่อย่างแมนฯ ซิตี้ที่ประสบความสำเร็จมากมาย ซึ่งนั่นผมคิดว่าเขาอยู่ในสถานะที่ยอดเยี่ยม”

“เขาเป็นผู้เล่นที่เก่ง, ฉลาด และมีเทคนิคที่ยอดเยี่ยม เขาดูมีสภาวะความเป็นผู้นำ ด้วยบทบาทในสนามที่ได้เห็นเขาลงเล่นทำให้เขาดูเหมือนว่าจะสามารถบริหารจัดการทีมได้เป็นอย่างดี ผมก็หวังว่าเขาจะทำได้ดีในบทบาทใหม่ แต่จะไม่ใช่วันอาทิตย์นี้นะ เพราะเมื่อไรที่คุณเห็นผู้จัดการทีมหน้าใหม่เพิ่งเข้ารับงาน มันเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ดีว่าผมจะต้องสร้างความเครียดและความกดดันให้กับเขา”

การแต่งตั้งผู้จัดการทีมใหม่ของอาร์เตต้า จะทำให้จำนวนผู้จัดการทีมในพรีเมียร์ลีกเพิ่มมากขึ้นซึ่งนั่นแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของสโมสรอื่นๆ ในลีกนี้ และแลมพาร์ดก็รู้ดีการที่ผู้จัดการทีมรู้จักสโมสรเป็นอย่างดีจะทำให้ทีมได้รับประโยชน์มากกว่าแม้จะอยู่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่สุดท้ายแล้วความสามารถของผู้จัดการทีมก็จะแสดงออกมาได้ในท้ายที่สุด

“ผมไม่แน่ใจว่าถ้าคุณมองไปที่บอร์ดทางการของสโมสรแล้วจะสามารถช่วยอะไรได้ทั้งหมดไหม แต่สำหรับผมแล้วมันช่วยให้ผมได้รู้จักเบื้องหน้าเบื้องหลังของสโมสรได้เป็นอย่างดี มาตรฐานของสโมสรคืออะไรและความต้องการของเราคืออะไร” เขากล่าวต่อ

“ผมคิดว่านั่นจะช่วยให้คุณเริ่มงานได้เป็นอย่างดีแน่นอน แต่หลังจากนั้นบางสิ่งบางอย่างอาจจะเปลี่ยนแปลงไปบ้างซึ่งนั่นก็คืองานของคุณที่จะต้องพัฒนากันต่อไป”

เกมการแข่งขันนัดสุดท้ายในปี 2019 จะเป็นการกลับมาพบกับเพื่อนเก่าอย่างดาวิด ลุยซ์ กองหลังที่สามารถพาทีมคว้าแชมป์รายการต่างๆ ได้มากถึง 6 สมัย ซึ่งเขามีโอกาสเล่นให้เชลซีถึงสองครั้ง แลมพาร์ดกล่าวย้ำถึงความสัมพันธ์ที่ดีกับดาวเตะบราซิลเลียน ถึงแม้ว่าลุยซ์จะย้ายทีมข้ามฝากลอนดอนไปซึ่งนั่นเป็นวิถีของโลกฟุตบอลอยู่แล้ว

“มักมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำให้คุณต้องตัดสินใจและมันเป็นเพียงอีกหนึ่งการตัดสินใจที่เกิดขึ้น” เขากล่าว “ขณะที่ผมอยู่ที่นี่ ผมมักจะทำสิ่งเหล่านั้นให้มากขึ้นในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไปซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่มันเป็น ผมไม่ต้องการพูดถึงนักเตะที่ผมนับถือและเล่นร่วมกันมากจนเกินไป”

“แต่ถ้าดูจากกองหลังและตัวผู้เล่นที่เรามีอย่างโทโมรี เขาเป็นนักเตะที่ดีสำหรับเรา แต่ผมก็หวังว่าเขาจะมีฟอร์มการเล่นที่ดีเหมือนดาวิดแน่นอนหลังจากที่เขาถูกเปลี่ยนตัวออกไปในเกมที่พาทีมชนะในรายการแชมป์เปี้ยนส์ ลีก เขามีโอกาสลงเล่นในช่วงครึ่งแรกก่อนจะมีอาการบาดเจ็บบริเวณแฮมสตริงค์ และเขาจะต้องรักษาตัวพร้อมเรียกความฟิตให้ตัวเองถึงแม้จะมีความกดดันจากอาการบาดเจ็บก็ตาม ซึ่งนั่นผมเคารพและให้เกียรติกับเขาเสมอ”

อีกหนึ่งผู้เล่นที่มีการย้ายทีมข้ามลอนดอน ก็มีการพาดหัวข่าวเมื่อไม่นานมานี้เหมือนกัน แต่แลมพาร์ยืนยันว่าไม่มีการอัปเดตอะไรเกี่ยวกับอนาคตของโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

“มันยังคงเป็นเหมือนเดิม เขาเป็นส่วนหนึ่งในทีมของเราและเราก็พร้อมเปิดโอกาสให้เขาตลอดเวลาอยู่แล้ว” แลมพาร์ดเผย “ผมรู้ว่าเขาได้แสดงความคิดเห็นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่อย่างที่ผมได้พูดไปก่อนหน้านี้ว่าเขามีความเป็นมืออาชีพและเขาก็รู้ถึงวิธีการรับมือกับสิ่งต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับผม”

“มันมักจะมีบางครั้งในช่วงฤดูกาลนี้ที่ส่วนมากผมจะเลือกใช้แทมมี่ก่อนด้วยฟอร์มการเล่นของเขา เขาเป็นกองหน้าอันดับต้นๆ ของพรีเมียร์ลีกในช่วงเวลานี้ หากถึงเดือนมกราคมแล้วเราอาจจะร่วมพูดคุยกับเขาอย่างเป็นทางการอีกครั้ง”

มาเตโอ โควาซิช จะกลับมามีโอกาสลงเล่นอีกครั้งหลังจากหายไปในเกมที่พบกับเซาท์แฮมป์ตัน เช่นเดียวกับเมสัน เมาท์ ก็มีโอกาสกลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงได้อีกครั้งหลังหายจากอาการบาดเจ็บในช่วงเกมบ็อกซิ่ง เดย์ ที่ผ่านมา ขณะที่มาร์กอส อลอนโซ่ จะพลาดโอกาสลงเล่นและน่าจะกลับมาในนัดถัดไป ในส่วนของฟูลแบ็คคนอื่นๆ ก็ไม่น่าจะฟื้นตัวได้ทันเวลา

“มาร์กอส อลอนโซ่ มีอาการบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อเล็กน้อยในเกมที่พบกับท็อตแน่ม แต่ก็หวังว่าเขาจะไม่เป็นไรมากนัก” แลมพาร์ดเผย “รีซ เจมส์ อาจจะไม่สามารถลงเล่นได้ เขาได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าและเราต้องดูอาการเขาเพิ่มเติมอีกนิด แต่ผมคิดว่าเขาจะไม่บาดเจ็บเป็นเวลานานแน่นอน”