ค่ำคืนที่เชลซีผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศแชมป์เปี้ยนส์ ลีกได้ในที่สุด

ค่ำคืนที่ลิเวอร์พูลไม่สามารถก้าวผ่านเชลซีที่มีแรงเชียร์จากแฟนบอลในสแตมฟอร์ด บริดจ์ไปได้

ค่ำคืนที่แฟรงค์ แลมพาร์ด บอสคนปัจจุบันของเราและอดีตดาวเตะกองกลางผู้มีความผูกพันอย่างมากกับสโมสรฟุตบอลเชลซี

เดือนเมษายน 2008 เชลซีเจอกับลิเวอร์พูลในแชมป์เปี้ยนส์ ลีกเป็นครั้งที่สามในช่วงสี่ฤดูกาล แต่ต่างจากสองปีที่เหลือ ครั้งนี้ในเกมที่สองเป็นเกมเหย้าและเชลซีทำได้ดีกว่าหลังเสมอจากที่แอนฟิลด์มา 1-1

เชลซีกุมความได้เปรียบจากจังหวะที่ดิดิเยร์ ดร็อกบายิงประตูได้ แต่หลังจากที่เฟร์นานโด ตอร์เรสยิงตีเสมอให้

ลิเวอร์พูล เกมก็ทำท่าจะต้องต่อเวลาพิเศษ กลายเป็นช่วงเวลาที่ตึงเครียดสำหรับแลมพาร์ดที่เพิ่งเสียคุณแม่แพทไปไม่นาน

แต่แลมพ์ก็ยิงประตูได้และเชลซีคว้าชัยด้วยสกอร์รวม 4-3

ขณะที่กำลังตั้งตารอคอยเกมแชมป์เปี้ยนส์ ลีกนัดแรกในฐานะกุนซือ และย้อนกลับไปยังคืนนั้น เขายิมรับว่านั่นคือคืนที่ตื้นตันที่สุดในชีวิตค้าแข้งเลย

“ไม่ต้องสงสัยเลยครับ” แลมพาร์ดกล่าว “คืนนั้นมันสุดจริงๆ สำหรับผม เพื่อนร่วมทีมและแฟนบอล มันคือช่วงเวลาที่ทำให้ผมรับรู้ถึงความรู้สึกที่มีต่อสโมสรนี้ บางทีมันอาจจะเป็นพลังลึกลับของแชมป์เปี้ยนส์ ลีกก็ได้นะ”

“ผมคงรู้สึกภูมิใจก่อนเลย” แลมพ์บอกเมื่อพูดคุยถึงการคุมทีมลงแข่งรายการนี้ครั้งแรก “เพราะผมมีคืนที่เหลือเชื่อในแชมป์เปี้ยนส์ ลีกมาหลายครั้ง รวมถึงคืนที่เลวร้ายเช่นกัน นี่คือจุดสูงสุดของฟุตบอลสโมสรสำหรับผมเลย”

“มีหลายสิ่งเกิดขึ้นในค่ำคืนที่สแตมฟอร์ด บริดจ์, เพลงโหมโรงของแชมป์เปี้ยนส์ ลีก ผมมีความทรงจำมากมายและผมอยากจะสัมผัสมันจากมุมมองข้างสนามของผู้จัดการทีมบ้าง”

“ผมจะรู้สึกภูมิใจแน่นอนในตอนที่พาทีมลงสนาม ผมรู้ดีว่าสิ่งสำคัญคือผลการแข่ง เราต้องเริ่มต้นรอบแบ่งกลุ่มให้ดี แต่แน่นอนครับว่าผมตื่นเต้นสุดๆ เลย!”