แฟรงค์ แลมพาร์ด ชี้แจงตนไม่ใช่นักเผด็จการในห้องแต่งตัว หลังมีภาพกฏเหล็กควบคุมความประพฤตินักเตะหลุดออกมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ยืนกรานระเบียบวินัยคือสิ่งสำคัญสู่ความสำเร็จในวงการกีฬาอาชีพระดับสูง

เป็นที่พูดถึงกันไม่น้อยเลยสำหรับกฏระเบียบการควบคุมพฤติกรรมของนักเตะรวมถึงบทลงโทษทางการเงินของบรรดาแข้ง สิงห์บลูส์ จนเหล่ากูรูลูกหนังถึงกับออกมาแสดงความคิดเห็นถึงค่าปรับที่ดูจะสูงเกินความจำเป็น ยกตัวอย่างเช่นการหักเงิน 20,000 ปอนด์จากเพียงแค่การมาซ้อมสาย

อย่างไรก็ตาม ทางด้านแลมพาร์ดเชื่อว่าการสร้างมาตรฐานและทำเนียมปฎิบัติที่ทุกคนในทีมนั้นจะให้ความเคารพซึ่งกันและกันคือสิ่งที่สำคัญในสายตาเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับช่วงแรกกับการทำงานของตนที่สนามซ้อมคอปแฮม

“ผมเข้าใจนะว่ามันอาจจะดูรุนแรงไปหน่อย แต่มันจะไม่รุนแรงเลยถ้าคุณไม่มาสาย” แลมพาร์ด กล่าวด้วยรอยยิ้ม

“สิ่งเดียวที่ผมกังวลใจคือเมื่อกฏเหล็กนั้นถูกปล่อยออกไปแล้ว มันจะทำให้ผมดูเหมือนกำลังพยายามเป็นพวกบ้าเจ้าระเบียบ ซึ่งผมไม่ใช่”

“ผมได้คุยกับนักเตะเอง พวกเขาคือส่วนหนึ่งของกระบวนการนี้ และผมก็ได้ปรึกษาขอความเห็นจากเซซาร์ อัซปิลิเกวต้าแล้ว เพราะงั้นมันเลยเป็นเหมือนอะไรที่เราตกลงร่วมกันมากกว่า”

“ระเบียบวินัยคือเรื่องสำคัญ ผมอยากประสบความสำเร็จ ผมหวังให้นักเตะนั้นคอยซัพพอ์ตกันในสนาม ส่วนเวลาซ้อมก้อยากให้เคารพซึ่งกันและกันในแง่ของการนัดหมาย”

“เรามาถึงที่นี่ตอน 10 โมงเช้า เริ่มซ้อม 11 โมงและถ้าหากคุณมาซ้อมสาย อย่างมาสายชั่วโมงครึ่งอะไรแบบนี้ ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่นะ ลองสมมุติหากเราต้องเตรียมทีมเจอแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในวันต่อมาอะไรทำนองนั้นสิ ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นนักเผด็จการหรือมาทำให้พวกคุณใช้ชีวิตกันลำบากขึ้น แต่เรามาอยู่ที่นี่กันก็เพื่อความสำเร็จของสโมสรและระเบียบวินัยนั้นแหละที่เป็นส่วนประกอบ"

เพตเตอร์ เช็ก ที่ปรึกษาทางด้านประสิทธิภาพและเทคนิคของเรา ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ในสัปดาห์นี้ ถึงกฏดูแลความประพฤตินักเตะ ว่าไม่ใช่สิ่งที่เชลซีเพิ่งจะมีหรือเริ่มทำ พร้อมยืนยันว่ากฏเหล่านี้นั้นมีมาตั้งแต่สมัยที่เขาย้ายมาลอนดอนใหม่ๆ ในสมัยที่มูรินโญ่ยังเป็นผู้จัดการทีม

อย่างไรก็ดี ตัวมูรินโญ่เองนั้นก็ถูกหยิบมาพูดถึงอย่างหนาหูในช่วงสัปดาห์นี้หลังกลับมารับงานเฮ้ดโค้ชอีกครั้งกับท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส หลังก่อนหน้านี้เจ้าตัวเคยให้กล่าวไว้ในรายการทีวีในช่วงที่เป็นยังกูรู ถึงการที่แลมพาร์ดนั้นหวังจะหาผลลัพธ์ที่ดีจากเกมชนทีมบิ๊ก ซิกส์ ในซีซั่นนี้ โดยกุนซือชาวฝอยทองแสดงความกังวลเกี่ยวกับศักยภาพของทีมในการเอาชนะทีมใหญ่เหล่านั้น หากแต่แลมพาร์ดกลับมองว่า การมองที่ผลสกอร์ของเกมอย่างเดียวนั้นดูจะเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องเสียทีเดียว

“เมื่อใดที่คุณทำงานเป็นกูรูในช่องทีวี คุณสามารถแสดงความเห็นส่วนตัวออกมาโดยยึดจากมุมมองที่คุณมองเกม” แลมพาร์ด กล่าว

“แต่สำหรับผู้จัดการทีม คุณจะมาไขว้เขวกับคำพูดของคนอื่นไม่ได้ แม้ว่าผมจะเคารพในตัวของโฆเซ่แบบไม่ต้องสงสัยเลยก็เถอะ เรื่องของเชลซีคือความกังวลของผม ไม่ใช่ความกังวลของคนอื่น และแน่นอนไม่ใช่ของเขาด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้”

“เมื่อคุณได้ลองดูเกมใหญ่ที่พวกเราลงเล่น มันคงดูละเลยไปหน่อยนะถ้าหากจะแค่มองและบอกว่าเราไม่ได้ชนะเกมเหล่านั้นเลย ตอนเจอกับลิเวอร์พูล ถ้าใครที่ดูบอลละเอียดจะเห็นได้ว่าเราคือทีมที่ดีกว่าในเกมที่อิสตันบูล (นัดชิงชนะเลิศซูเปอร์ คัพ) และเราก็โชคไม่ดีเอาเสียเลยที่อย่างน้อยไม่ได้ผลเสมอกับเกมในบ้าน และนั่นคือกับลิเวอร์พูลนะ ทีมที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดในประเทศนี้ในแง่ของคะแนนบนตาราง”

ทั้งนี้ทั้งนั้น ยืนยันได้ว่าไม่มีปัญหาอะไรกันระหว่างแลมพาร์ดและอดีตบอสเก่าของเขาอย่างแน่นอน แม้ว่าตอนนี้ทั่งสองคนจะคุมทีมที่เป็นคู่ปรับกันในเมืองหลวง ย้ำมีเพียงแค่ความเคารพและคำสรรเสริญเท่านั้นที่มอบให้กัน

“ผมพูดถึงช่วงที่ได้ทำงานกับโชเซ่ให้ฟังบ่อยแล้วละ รวมถึงสิ่งที่เขาทำเมื่อเขาเดินทางมาที่นี่ ซึ่งช่วยเรียกความมั่นใจให้ผมได้ไม่น้อยเลย” แลมพาร์ด กล่าว

“เขาเชี่ยวชาญในเรื่องนั้น อย่างที่เราเคยเห็นและตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่ แต่สิ่งที่พิเศษคือวิธีที่เขาใช้ในการส่งต่อมันมาสู่นักเตะ”

“เขาคงเห็นผมเป็นโปรเจ็คที่มีแผนในใจอะไรทำนองนั้น เพราะช่วงนั้นผมเป็นคนที่ค่อนข้างอยู่กับตัวเอง จากการเป็นคนที่มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง เขาเข้ามากระตุ้นผมได้เป็นอย่างดี และยังสามารถสร้างสปิริตภายในทีมให้เป็นหนึ่งเดียวกันอีกด้วย ก่อนหน้านั้นเราไม่เคยคว้าแชมป์เลยและเขาต้องการเข้ามาสร้างพวกเราให้เป็นผู้ชนะบ้าง ทุกคนจึงถูกชักจูงไปในทิศทางเดียวกันนับจากนั้น ผมคิดว่าเขาก็คงจะพยายามจุดประกายผู้เล่นเหล่านั้นที่ท็อตแน่ม เหมือนกับที่เราทุกคนพยายามทำนั้นแหละ”

สำหรับตัวแลมพาร์ดเองได้แสดงความเคารพอย่างสุดหัวใจก่อนบุกเยือนรังคู่แข่งคืนนี้ หลังเป๊ป กวาดิโอล่าในฐานะหัวเรือขับเคลื่อนพาแมนเชสเตอร์ ซิตี้ คว้าแชมป์ลีก 2 ปีติดพร้อมกับภาพจำของแลมพาร์ด ที่ไม่เคยลืมความยากลำบากยามต้องเผชิญหน้ากับทัพเรือใบในฐานะนักเตะ

“รู้สึกเป็นเกียรติทุกครั้งนะ ที่ได้มองย้อนกลับไปและสัมผัสถึงคุณภาพจากทีมเหล่านั้น” แลมพาร์ด เผย

“ความรู้สึกที่ผมเคยสัมผัสในเกมที่คัมป์ นูและตอนที่เราเล่นกับบาเยิร์น มิวนิค มันเป็นอะไรที่บีบหัวใจคุณแรงจนแทบจะทะลักออกมา พวกเขาจะมาหาคุณจนไม่มีให้ได้คิดอะไรเลย”

“เราใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการสร้างเกมรับเพื่อป้องกันเกมรุกคุณภาพที่พวกเขามี และพยายามรับมือกับการเคลื่อนบอลอันรวดเร็วและแน่นอน

“เมื่อคุณพูดถึงว่าอยากจะทำตัวเองให้เป็นผู้จัดการทีมแบบไหน การลงเล่นกับทีมเหล่านั้นคือประสบการณ์แท้ๆที่จะสามารถพาคุณไปข้างหน้าได้มากเลยล่ะ”

“เราต่างตระหนักถึงคุณภาพภายในทีมบาร์เซโลน่าชุดนั้นกันดีอยู่แล้ว แต่เราก็สู้กับพวกเขาได้แบบสูสี ซึ่งต้องยกเครดิตให้พวกเราเต็มๆ ในแง่ของการเจอกับทีมที่ดีที่สุดที่เคยเล่นมา เพราะพวกเขาอยู่บนจุดนั้นจริงๆ”

การวัดกึ๋นกับกวาดิโอล่าในฐานะผู้จัดการทีมจะเป็นงานยากไม่แพ้กัน แต่แลมพาร์ดก็ยังแอบหวังลึกๆในใจว่าเชลซีนั้นจะสามารถปล่อยฟอร์มอันสุดพิเศษในเกมคืนนี้ที่เอติฮัด สเตเดียมออกมาได้

ติดตามเกมคืนนี้ผ่านแอป 5th Stand ได้เลย