บอสของเราย้อนพูดคุยไปถึงการแข่งขันในอดีต และบอกถึงความนับถือที่เขามีต่อคู่แข่งขณะที่ทีมกำลังเตรียมตัวแข่งเกมยูฟ่า ซูเปอร์คัพกับลิเวอร์พูลที่อิสตันบูล

แฟรงค์ แลมพาร์ดเคยเข้าแข่งขันในรายการยูฟ่า ซูเปอร์คัพมาแล้วและความทรงจำยังคงตราตรึงอยู่ในใจ เขาเคยเป็นกัปตันทีมสิงห์บลูส์ ครั้งแรกที่โมนาโก และต่อด้วยที่ปราก ทั้งสองครั้งจบลงที่การพ่ายแพ้ กลายเป็นถ้วยรางวัลส่วนน้อยที่เขาพลาดไปในช่วงเวลา 13 ปีกับที่สแตมฟอร์ด บริดจ์

ความกระหายชัยชนะหมายความว่าการที่พลาดถ้วยนั้นไปทำให้ผู้จัดการของเรายังรู้สึกเหมือนทำงานยังไม่เสร็จดี

ขณะที่เกมแพ้จุดโทษนัดที่พบบาเยิร์น มิวนิคในปี 2013 เป็นการแพ้ที่โชคร้าย แต่เกมที่ยังคงทำให้แลมพาร์ดเจ็บปวดอยู่เสมอคือเกมแพ้แอตเลติโก้ มาดริด หลังคว้าชัยในแชมป์เปี้ยนส์ ลีกมาไม่นาน

“เรากลับมาหลังคว้าถ้วยแชมป์เปี้ยนส์ ลีกไม่นาน และเราไม่คิดว่าเราจะชนะ ดังนั้นเราจึงฉลองกันเต็มที่ ผมไม่คิดว่าเรารู้ว่าเราจะไปเจออะไรต่อเลย” เขายอมรับ

“แอตเลติโก้เป็นทีมระดับท็อปของยุโรป แต่เราเพิ่งคว้าถ้วยแชมป์เปี้ยนส์ ลีกมา เรารู้สึกเหมือนว่าเราเก่งมาก หลังจากนั้นเราช็อคกันไปเป็นแถบเพราะพวกเขาถล่มเราราบคาบเลย เป็นเกมที่แย่ของเราจริงๆ”

12 เดือนต่อมาเราเข้าแข่งอีกครั้งแต่แพ้หลังจากที่ฆาบี มาร์ติเนซยิงตีเสมอช่วงท้ายเกม และทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอล่าคว้าชัยจากจุดโทษไป

“เกมพบบาเยิร์น มิวนิคมันต่างไปอย่างสิ้นเชิงเลย” แลมพาร์ดกล่าว “เราทำผลงานได้ดีและน่าจะชนะเกมนั้น แต่พวกเขามายิงตีเสมอท้ายเกมได้และเราก็แพ้จุดโทษ”

“ผมได้มีตัวอย่างของเกมที่สำคัญมาก เป็นเกมที่เราแพ้ในแบบที่ต่างกัน มันทำให้เรามุ่งมั่นที่จะเอาชนะให้ได้ในครั้งนี้”

“เราจำเป็นต้องเตรียมตัวให้พร้อม เพราะนี่คือเกมชิงถ้วยที่สโมสรต้องการมานาน ผมยังไม่เคยได้ถ้วยนี้เลย นักเตะหลายๆ คนเองก็เช่นกัน ดังนั้นเราต้องทุ่มเทให้เต็มที่”

สถิติในยุโรปของลิเวอร์พูลในยุคเจอร์เก้น คล็อปป์น่าประทับใจมาก คว้าชัยในแชมป์เปี้ยนส์ ลีกรอบชิงชนะเลิศได้ในปี 2018 ก่อนจะกลับมาคว้าแชมป์ในเกมที่พบท็อตแน่มที่มาดริดในเดือนมิถุนายน คล็อปป์เป็นผู้จัดการทีมที่แลมพาร์ดจับตามองมาตลอด กับสไตล์การคุมทีมตลอดจนรูปแบบการเล่นของทีม

“ผมชอบความท้าทายในการแข่งขันกับชายที่ผมนับถือมาตลอดมากเลยครับ ผมชอบเขาในแง่ของคาแร็คเตอร์และบุคลิกที่เราเห็นจากภายนอก และแนวทางการเล่นของลูกทีม” แลมพาร์ดอธิบาย

“การจัดการคนเป็นสิ่งที่สำคัญมากพอๆ กับเรื่องแท็คติก เขาเป็นคนที่รู้ว่าจะดึงพลังจากนักเตะ, ทีม และสโมสรออกมาได้อย่างไรให้ดีที่สุด ผมคิดว่าการได้เจอกับเขาในฐานะคู่แข่งนี้เป็นเกียรติอย่างมาก”

“ผมภูมิใจที่ได้คุมทีมอย่างเชลซีไปเจอกับลิเวอร์พูล เจอกับผู้จัดการอย่างเจอร์เก้น คล็อปป์ นี่คือความท้าทายที่ผมอยากเจอและผมอยากจะเอาชนะให้ได้”

ผลงานที่ดีในโอลด์ แทรฟฟอร์ด มลายหายไปจากผลการแข่งขัน ซึ่งแลมพาร์ดย้ำถึงความเด็ดขาดเมื่อมีโอกาสทำประตู และความผิดพลาดในกรอบเขตโทษของเราเอง และวันนี้แลมพาร์ดได้ย้ำกับนักเตะว่าเราจะต้องไม่ออกจากอิสตันบูลพร้อมกับความเสียใจแบบเดิม

“การเจอกับทีมอย่างลิเวอร์พูลมันเป็นเกมที่หนักมาก” เขากล่าว “คุณมีโอกาสแพ้ได้เพราะเกมชิงถ้วยมันยากมาก แต่สิ่งที่คุณทำไม่ได้เลยคือการไม่เตรียมความพร้อม หรือไม่มีความกระหายที่จะคว้าชัยชนะ”

“เกมนี้จะยากแน่นอน แต่เราไม่สามารถเดินออกสนามและคิดกันว่า ‘เราน่าจะทำแบบนั้นแบบนี้’ หรือ ‘เราพลาดโอกาสนั้นไป’ หรือ ‘เรายังไม่พร้อมเลยนะ’ เราไม่สามารถแก้ตัวได้เลย เราต้องเตรียมตัวให้ดีและเอาชนะให้ได้”