หลังฟุตบอลทีมชาติผ่านไปแล้ว พรีเมียร์ลีกกำลังจะกลับมาเตะกันอีกครั้ง นักเตะเชลซีหลายคนได้กลับมายังค็อบแฮมสัปดาห์นี้พร้อมเรื่องราวที่หลากหลายในทีมชาติ และก่อนเกมวันนี้ที่เดอะบริดจ์ ผู้จัดการทีมเชลซีได้แสดงความคิดเห็นถึงสองผู้เล่นที่ไปรับใช้ชาติมา

รอสส์ บาร์คลี่ย์และคริสเตียน พูลิซิชไม่ค่อยได้ลงเป็นตัวจริงมากนักในฤดูกาลนี้ แต่ทั้งคู่ทำประตูให้ทีมชาติได้ในช่วงเบรกที่ผ่านมา ทว่ามีโชคชะตาที่แตกต่างกันในเวทีทีมชาติ

รอสส์ บาร์คลี่ย์ ถูกเปลี่ยนตัวลงมาในเกมที่อังกฤษพ่ายต่อสาธารณรัฐเช็ก แต่เขาก็กลับมาออกสตาร์ทเป็นตัวจริงได้ในเกมที่อังกฤษพบกับบัลแกเรียและซัลโวประตูได้สองประตูด้วย

“รอสส์เล่นได้ดี” แลมพาร์ดกล่าว “ผมชอบเขาเมื่ออยู่บริเวณกรอบเขตโทษ นั่นคือสิ่งที่คุณต้องทำเมื่อคุณเล่นเป็นมิดฟิลด์ เพราะมันจะทำให้เกมรุกมีคุณภาพ มันช่วยสร้างความมั่นใจให้เขาได้เป็นอย่างดีด้วย”

“เขารับรู้ถึงการแข่งขันในตำแหน่งมิดฟิลด์ในทีมดี ผมชื่นชอบที่ได้เห็นผู้เล่นต่างชาติทำได้ดีแม้ว่าถ้าพวกเขาจะไม่ได้ลงเล่นมากเท่าที่เขาต้องการที่นี่แต่มันก็เป็นปัญหาที่ดีสำหรับผมและผมก็ยินดีแก้ปัญหาให้กับเขาเช่นกัน”

แลมพาร์ดเป็นหนึ่งในผู้เล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ที่ทำประตูได้ดีเมื่อครั้งยังเป็นนักเตะ ซึ่งเขาเชื่อว่าจะนำความสามารถดังกล่าวมาส่งต่อให้บาร์คลี่ย์เพื่อที่จะเพิ่มประสิทธิภาพได้มากขึ้นไปอีก

“หนึ่งสิ่งที่ค้นพบจากการทำงานร่วมกับรอสส์ คือเขาต้องการที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างจริงจัง” แลมพาร์ดเผย

“เขารับฟังคนอื่นและเป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์สูงมาก เป็นเหตุผลที่ผู้คนคาดหวังว่าเขามีความสามารถที่ดีตั้งแต่อายุยังน้อย และพวกเราก็ตื่นเต้นที่มีนักเตะเปี่ยมด้วยพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมเกิดขึ้นในประเทศอังกฤษ”

“การย้ายมาเชลซีที่มีการแข่งขันในทีมสูงถือเป็นความท้าทายใหม่ของบาร์คลี่ย์ และมันก็ขึ้นอยู่กับเขาว่าจะแสดงความสามารถให้ทุกคนเห็นเหมือนอย่างตอนที่เล่นให้อังกฤษในเกมคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา รวมถึงได้แสดงความสามารถต่างๆ ให้ผมได้เห็นตั้งแต่ผมมารับงานที่นี่ เขาเป็นมิดฟิลด์ที่สามารถเล่นบอลได้ทั้งเท้าขวาและเท้าซ้าย”

“แต่นั่นคุณก็ต้องมีเกมที่สมบูรณ์แบบด้วยเช่นกันและผมก็เชื่อมั่นว่ารอสส์มีความสามารถที่พิเศษและสามารถทำมันได้อย่างดีชึ้นไปอย่างแน่นอน”

พูลิซิชทำประตูกับทีมชาติสหรัฐอเมริกาในชัยชนะเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา แต่เขาก็ต้องต่อสู้กับอาการไข้หวัดใหญ่ซึ่งทำให้เขาต้องถูกเปลี่ยนตัวออกในเกมวันพุธที่พ่ายแพ้ต่อทีมชาติแคนาดา และมันก็ทำเขาหัวเสียไม่น้อย

“หลายคนบอกว่าเขาร้องไห้ แต่ผมทราบดีว่าเขามีปัญหาเล็กน้อยกับอาการป่วยในสัปดาห์นี้ ก่อนที่เขาจะถูกเปลี่ยนตัวออกในเกมดังกล่าว และผมก็รู้ดีถึงความพยายามอย่างสุดซึ้งกับการเล่นให้ทีมชาติของเขา” แลมพาร์ดกล่าว “ดังนั้นผมไม่คิดว่าเราจะเข้าไปสรุปอะไรได้นะ”

“คุณต้องไม่ใช้อารมณ์ตัดสินปัญหาที่เห็น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอะไรก็ตามและผมจะทำงานร่วมกับเขาให้สมบูรณ์แบบมากที่สุด เขาต้องมีความพยายาม ทำงานให้หนักในการฝึกซ้อมเช่นเดียวกับผู้เล่นคนอื่นๆ มีการพัฒนาวันต่อวันและค่อยมาดูความเป็นไปได้ที่จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในทีม ผู้เล่นทุกคนต้องการแสดงความสามารถอย่างเต็มที่ก่อนที่วันแข่งขันจะมาถึง และตัวคริสเตียนก็ต้องทำเช่นนั้นไม่ต่างกับคนอื่นๆ”

“คริสเตียนได้มาร่วมงานกับเราและมันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่สำหรับเขา ซึ่งนั่นก็ไม่ได้เป็นความผิดพลาดอะไรและเขาก็เพิ่งจะอายุ 21 ปี เรามีการแข่งขันกันภายในทีมและผมก็มีปัญหาเสมอในการที่จะเลือกนักเตะจากฟอร์มในการฝึกซ้อมและฟอร์มในสนามแข่ง”

“คริสเตียนได้ร่วมงานกับดอร์ทมุนด์ตั้งแต่อายุยังน้อยและเขาควรได้รับเครดิตในเรื่องนี้ เขาเคยเล่นให้ทีมระดับท็อปมาแล้ว เขาผ่านช่วงเวลาที่ได้ลงสนามและต้องนั่งข้างสนามมาแล้วหลายครั้ง แต่นี่แหละคือสิ่งที่ทำให้เขาพัฒนา”

“เขาย้ายมาร่วมทีมเชลซีในสถานการณ์เดียวกัน เขาต้องเจอกับความคาดหวังที่สูงจากรอบด้านในขณะที่อายุยังน้อยมากเลย”

“ผมมองเห็นภาพโดยรวมของคริสเตียน เขาอายุยังน้อย ยังสามารถพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นได้อย่างวันต่อวัน และเมื่อคุณไม่ได้ลงเล่นในสนามคุณต้องมองในแง่บวกและมีสปิริตที่จะต้องการกลับมาร่วมทีมให้ได้เสมอ และคอยสนับสนุนเพื่อนๆ ที่ได้ลงสนามด้วย”

“สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะเป็นสิ่งที่สร้างหรือทำลายเรา เพราะเรามีทีมที่นักเตะมากพรสวรรค์มาอยู่ร่วมกันมากมาย ดังนั้นผู้เล่นทุกคนต้องตั้งใจในเส้นทางของเขาและนั้นคือสิ่งที่ผมต้องการ”