แฟรงค์ แลมพาร์ด เตรียมทีม หวังบุกจมเรือใบคืนวันเสาร์นี้ เผยหนึ่งในหอกพร้อมลุ้นกลับมาออกสตาร์ท ส่วนอีกคนโอกาสยังริบหรี่

ก่อนหน้านี้ คริสเตียน พูลิซิช ได้แจ้งขอถอนตัวจากแคมป์ทีมชาติสหรัฐอเมริกา ขณะที่ คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงครึ่งหลังของเกมที่ทัพสิงโตคำรามถล่มโคโซโว 4-0 ก่อนล่าสุดบอสใหญ่จะออกมาเผยว่า มีความเป็นไปได้มากกว่าที่ดาวเตะชาวมะกันจะหายและฟิตทันเกมที่เอติฮัด สเตเดียม สุดสัปดาห์นี้

“เขาไม่ได้ร่วมเดินทาง และเราก็ได้การพูดคุยอย่างละเอียดกับทางทีมชาติสหรัฐอเมริกา ทั้งส่วนของผู้จัดการทีมและทีมแพทย์ เพราะผมชอบทำอะไรแบบเปิดเผยโปร่งใสอยู่แล้ว” แลมพาร์ด กล่าวถึงพูลิซิชในงานแถลงข่าวที่คอปแฮม

“ผมเข้าใจดีว่าพวกเขาอยากได้นักเตะไปใช้งาน แต่พูลิซิชมีปัญหาในการลงเล่นเกมล่าสุดกับพาเลซ เขามีอาการบาดเจ็บ ฉะนั้นมันคือเหตุผลที่เขาถูกเปลี่ยนตัวออกหลังยิงประตูได้”

“ผมได้พูดคุยกับเขาแล้ว เขาเพิ่งพลาดสองเกมที่ผ่านมา แต่ตอนนี้กลับมาซ้อมได้อีกครั้งเมื่อกลางสัปดาห์ เขาพร้อมสำหรับการแข่งขันกับเพื่อนเพื่อลงเล่นแล้วละ”

ส่วนทางฝั่งฮัดสัน-โอดอยมีโอกาสน้อยเหลือเกินที่จะลงเล่นเกมกับซิตี้ ขณะที่ผู้เล่นที่เหลือคนอื่นๆเดินทางกลับมาจากโปรแกรมทีมชาติด้วยสภาพสมบูรณ์ทั้งหมด

“ทุกคนกลับมาในสภาพพร้อมสมบูรณ์” เฮ้ดโค้ชสิงห์บลูส์กล่าว “น่าจะมีแค่คัลลัมเท่านั้นที่มีปัญหาเจ็บแฮมสตริงจากเกมกับทีมชาติอังกฤษ เพราะฉะนั้นเขาอาจจะไม่พร้อมสำหรับการเบียดใครลงสนาม แต่ก็หวังว่ามันจะเป็นเพียงการพักรักษาตัวระยะสั้นเท่านั้น”

แลมพาร์ด ตอบคำถาม จะคิดยังไงหากมีคนเคยพูดไว้เมื่อช่วงซัมเมอร์ว่าทีมของเขาจะเดินทางไปเยือนแมนฯ ซิตี้ในปลายเดือนพฤศจิกายนด้วยอันดับตารางที่เหนือกว่าแชมป์เก่า?

“ผมก็คงบอกว่าขอบคุณมากๆ ด้วยความเคารพถึงแมนฯ ซิตี้ เพราะมาตรฐานของพวกเขาและลิเวอร์พูลในช่วง 2 ฤดูกาลหลังมันน่าทึ่งจริงๆ ผมไม่มีอะไรนอกจากการให้เกียรติทั้งสองทีม แต่ถึงตอนนี้การที่พวกเรามาอยู่ตรงนี้ได้มันเป็นอะไรที่ตัวผมเองก็พอใจ แต่ถ้าว่ากันตรงๆ ก็อยากให้มันได้ดีกว่านี้”

“ผมเลือกที่จะมองตัวเองเป็นหลัก โดยไม่ต้องไปคำนึงถึงรอบข้าง และผมคิดว่าเราก็น่าจะมีแต้มมากกว่านี้”

“มันจะเป็นบททดสอบที่ทำให้เรากระจ่างว่ากำลังยืนอยู่ในจุดไหน แต่ก็ยังไม่ใช่บทสรุปเสียทีเดียว คุณสามารถแพ้ได้เมื่อเดินทางไปเยือนซิตี้ ทีมไหนก็แพ้ได้ทั้งนั้นเพราะพวกเขาคือทีมที่แข็งแกร่ง เพราะฉะนั้นผมคงไม่รีบประเมินอะไรใหญ่โตในตอนนี้ เพราะเส้นทางของเรามันเพิ่งผ่านมาสามเดือน ซึ่งต่อจากนี้ไปค่อยมาสรุปเรื่องการมาอยู่ที่นี่ของผมรวมถึงการขึ้นของนักเตะดาวรุ่งว่าจะออกมาเป็นยังไงกันอีกที”

สถิติการปะทะกับบรรดาทีมบิ๊กซิกส์คือความกดดันของแลมพาร์ด

“เราเผชิญหน้ากับลิเวอร์พูลมาแล้วสองหนและโชคร้ายที่พ่ายแพ้ เพราะในแง่ของระดับแล้ว เกมเหล่านั้นมันค่อนข้างหนักหนาเอาการ ซึ่งกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในเกมแรก เราเล่นอย่างมีประสิทธภาพแต่ความเป็นจริงอันโหดร้ายคือเราพ่ายแพ้ ส่วนในเกมลีกคัพเราเปลี่ยนผู้เล่น 5-6 คน ซึ่งหากนับเกมที่พวกคุณยกว่ายาก ผมคิดว่าเราโชว์ฟอร์มออกมาได้ดีนะเกมเหล่านั้นแม้ว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะไม่ใช่อย่างที่เราต้องการก็ตาม”

แฟรงค์เป็นปลื้ม เห็นดาวรุ่งสิงโตพาเหรดพังประตูในสัปดาห์ทีมชาติ

“ผมปลื้มใจนะที่ได้ดูพวกเขาลงเล่นและทำประตู มันคือการสานต่อฟอร์มที่ดีแบบต่อเนื่อง และผมคุ้นเคยดีจากการเคยเป็นดาวรุ่งในทีมชาติอังกฤษมาก่อน เพราะเมื่อใดที่คุณออกไปรับใช้ชาติและทำแบบนั้นได้ มันจะช่วยเพิ่มความมั่นใจและทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้ในระดับหนึ่งเลยละ”

สุดท้ายนี้ แลมพาร์ด ถูกถามเกี่ยวกับการจัดการแผงมิดฟิลด์ เมื่อล่าสุดได้ก็องเต้หายกลับมาฟิตอีกครั้ง ขณะที่จอร์จินโญ่ก็พ้นโทษแบนกลับมาเช่นกัน

“ผมอยากให้มองเรื่องนี้ในแง่บวกมากกว่า เพราะเรายังมี มาเตโอ โควาซิช อีกคน และในช่วงหลายเกมให้หลัง หลายๆ คนก็ยกให้เขาเป็น 1 ใน 4 นักเตะที่ฟอร์มดีที่สุดของเราอีกด้วย เราใกล้จะได้เมสัน เมาท์,รอสส์ บาร์คลี่ย์,และรูเบน ลอฟตัส ชีค กลับมาแล้ว แต่สำหรับผู้เล่นที่ฟิตพร้อมและเล่นอยู่ในตอนนี้ ผมคิดว่าผมพอใจแล้วละ”

“สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าเราทำได้ดีมากๆ ในซีซั่นนี้คือการโรเทชั่นและความลื่นไหลของเกมในแผงมิดฟิลด์ ไม่มีใครถูกล็อคชื่อเพื่อให้เล่นตำแหน่งนั้นอยู่ประจำ ผมหวังว่าพวกเขาจะรักษาตรงนี้ มันจะช่วยดึงศักยภาพที่ดีออกมาจากผู้เล่นกองกลางของเราเพราะพวกเขาสามารถทำหน้าที่อย่างหลากหลายตรงกลางสนามนั่น พวกเขาสามารถถอยต่ำ หรือดันสูง แถมความฟิตก็ถึงที่จะวิ่งไปทั่วสนาม เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเราจะสามารถใช้พวกเขาทั้งหมดรวมกันอย่างมีประสิทธิภาพได้"

ติดตามข้อมูลข่าวสารก่อนเกมสุดสัปดาห์ได้ที่แอป 5th Stand