แฟรงค์ แลมพาร์ด แสดงความผิดหวังกับทีมที่ปล่อยโอกาสการขึ้นนำสองประตู และจบลงด้วยผลเสมอในบ้านพบกับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งปัจจัยหลักไม่ได้เกี่ยวกับฟอร์มการเล่นส่วนตัวของแนวรับ หรือตัวเลือกดาวรุ่งที่มีมากมายในทีม

แทมมี่ อับราฮัม ยิงให้เดอะบลูส์ขึ้นนำไปก่อนสองประตู แต่มาเสียประตูตีไข่แตกอย่างรวดเร็วในต้นครึ่งหลัง และคู่แข่งมาเก็บผลเสมอเมื่อจบเกม 90 นาที หลังจากมีการเปิดบอลเข้าไปแฉลบหน้าแข้งของซูม่า เปลี่ยนทางเข้าประตู

‘มันไม่เกี่ยวกับเกมรับ นี่เป็นจังหวะเสียสมาธิของทีม หรือความผิดพลาดในการเสียประตูอาจเกิดขึ้นเมื่อคุณตั้งเกมรับ พร้อมกับรอโอกาสตั้งเกมบุกไปด้วย’ แลมพาร์ด ชี้ให้เห็น

‘พวกเราเสียประตู เพราะพวกเราชะล่าใจกับประตูที่ขึ้นนำอยู่ 2-0 แต่ต้องไม่ดูแคลนเชฟฟิลด์ด้วย ผมพูดอย่างมั่นใจกับนักเตะว่า ทีมจะสามารถขึ้นนำ 3-0 โอเค นั่นเป็นสิ่งที่ดีที่อาจเกิดขึ้น หรือจบลงด้วยผลเสมอ 2-2 ซึ่งสิ่งที่น่าผิดหวังคือ ประตูแรกที่เสีย เพราะเราปล่อยโอกาสให้มันเกิดขึ้น พวกเราต้องมองว่ามันเป็นความผิดพลาดของทีม ไม่ใช่ความผิดพลาดส่วนตัว’

‘ผมไม่สนหรอกว่า พวกเราจะเป็นทีมที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของเชลซีหรือไม่ มันเป็นความจริงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และมันเป็นความจริงในวันนี้เช่นกัน ผมไม่คิดว่ามันจะเกี่ยวข้องกันทั้งหมด’

แลมพาร์ด ถูกถามเกี่ยวกับการตัดสินใจเปลี่ยนผู้เล่นสองคนในช่วงที่สกอร์นำอยู่ 2-1 กับเวลาที่เหลือไม่ถึง 10 นาที โดยส่งบิลลี่ กิลมัวร์ ลงมาแทนโควาซิช ขณะที่บัตซูอายี่ ลงมาแทนอับราฮัม

‘มันไม่ใช่ความกล้า แต่เป็นการเปลี่ยนตำแหน่งต่อตำแหน่ง โควาซิชมีอาการเหนื่อยล้าชัดเจน บิลลี่ กิลมัวร์ เป็นผู้เล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ในม้านั่งสำรอง มิชี่ ยังมีความสดมากกว่า แทมมี่ ที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในเกมนี้ คนอื่นๆ สามารถทำในสิ่งที่พวกเขาต้องการได้ แต่กับสิ่งนั้น ผมทำได้ไม่ดีพอที่จะรักษาผลที่ 2-1 แต่ผมก็พยายามปิดเกมให้ได้’

‘ผมเชื่อมั่นในตัวของบิลลี่ เขามีอนาคตที่สดใส แต่พวกเราขาดนักเตะที่กำลังบาดเจ็บอย่างก็องเต้ ทุกคนรู้ดีว่าเขายอดเยี่ยมแค่ไหน และบิลลี่ อยู่บนม้านั่งสำรอง มันเป็นเรื่องง่ายๆ พวกเราถูกแบน และมีนักเตะเท่าที่เรามี’

‘แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ อยู่ที่นี่มาสองปี ไม่ได้ลงเล่นมาหลายเกม และต้องการย้ายออกเพื่อประโยชน์กับตัวเขาเอง ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดีสำหรับเรา ติเอมูเอ้ บากาโยโก้ ก็เช่นกัน เขาอยู่ที่นี่มาหนึ่งฤดูกาล จากนั้นก็ถูกปล่อยยืมตัวอีกครั้งเพื่อเรียกฟอร์มเดิมกลับมา’

แลมพาร์ด พูดถึง ผู้เล่นตำแหน่งมิดฟิลด์อย่าง จอร์จินโญ่, โควาซิช, ก็องเต้, เมาท์ และบาร์คลีย์ และรูเบ็น ลอฟตัส-ชีค กำลังฟื้นฟูสภาพร่างกาย เขายังรายงานว่า รีช เจมส์ กำลังหายจากอาการบาดเจ็บกลับมาก็สามารถลงเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ เหมือนกับที่คริสเตนเซ่น

‘ผมต้องตัดสินใจทั้งหมด’ นายใหญ่กล่าวเสริม ก่อนที่จะอธิบายเหตุผลที่เขาเลือกโทโมรี ยืนเป็นตัวจริงก่อนหน้า คริสเตนเซ่นในแนวรับ

‘โทโมรี ทำผลงานได้ดีเมื่อปีที่แล้ว ฝึกซ้อมอย่างหนัก และผมต้องการให้มีการแข่งขันในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค และเขาสมควรที่จะได้เล่น ผมคิดว่าเขาเล่นได้ดี มันแค่เป็นทางเลือกเท่านั้น’

‘ผมพยายามทุ่มเทอย่างเต็มที่ให้กับทีมเพื่อที่จะผสมผสามให้ลงตัวที่สุด และ รูดิเกอร์จะพร้อมสำหรับเกมหลังพักทีมชาติ ดังนั้นเขาจะเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งให้กับผม’

‘ผมหวังว่าก็องเต้จะกลับมาในเกมกับวูล์ฟ ทีมแพทย์พูดกับผมว่า เขาไม่มีอาการแย่ลง และกำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ส่วนเปโดรจะกลับมาฝึกซ้อมในช่วงกลางสัปดาห์นี้ ดังนั้นเขาควรจะพร้อมในเกมเจอกับวูล์ฟด้วย’

‘พวกเราต้องแยกประเด็นที่เสียประตู และเรื่องเซ็นเตอร์แบ็คออกจากกัน มันเป็นเรื่องของทีม และเมื่อพวกเราทำประตูได้ บางทีมันอาจเกิดขึ้นจากเซ็นเตอร์แบ็คที่ออกบอลได้อย่างรวดเร็ว ผมมั่นใจกับแผงแนวรับสี่คนที่ผมมี พวกเราจำเป็นต้องหยุดการเสียประตูมากมาย’

แลมพาร์ด ยังพูดถึงการเหยียดเชื้อชาติบนสื่อออนไลน์ที่พุ่งเป้าไปที่นักเตะคนหนึ่ง…

‘พวกเราต้องมองไปที่สื่อสังคมออนไลน์ และรูปแบบต่างๆ และการให้พวกเขารับผิดชอบต่อผู้สมัครที่สมควรถูกไล่ล่า’ เขากล่าว ‘ผมคิดว่านี่เป็นเรื่องง่ายๆ เว้นแต่พวกเราจะรับได้กับสิ่งนั้น อย่างไรก็ตามมันเป็นคำพูดแย่ๆ ที่เกิดขึ้น พวกเราพยายามพูดถึงมัน เพราะหากไม่มีกฎหมายมารองรับ ทุกคนสามารถถึงคนอื่นๆ ได้อย่างอิสระ มันอาจเป็นเรื่องของการเหยียดเชื้อชาติ การเหยียดเพศ ถ้าเรายอมให้เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้น มันก็เป็นเรื่องที่โชคร้ายสำหรับสังคมสมัยใหม่ และมันเป็นเรื่องที่ต้องรับมือ ทุกคนรู้ดีถึงแนวทางที่ผมต้องการพูด รวมถึงแนวทางที่สโมสรยังคงแสดงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรับมือกับมัน’