ทุกคนที่สโมสรฟุตบอลเชลซี รู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทราบข่าวการเสียชีวิตของ จานลูก้า วิอัลลี่ อดีตนักเตะและผู้จัดการทีมของเรา ในวัย 58 ปี

ทันทีที่ ลูก้า ตบเท้าเข้าสู่ถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ซึ่งเขามีสถานะเป็นนักเตะระดับโลกอยู่แล้ว เขาเผยถึงความปรารถนาที่จะก้าวมาเป็นตำนานทีมเชลซี ไม่ต้องสงสัยเลยว่านั่นคือเป้าหมายที่เขาทำสำเร็จจากผลงานในสนาม และผลงานการคุมทีม ระหว่างช่วงเวลาที่พวกเราประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์ เขาเป็นที่รักของแฟนบอล, นักเตะ และสตาฟฟ์ทุกคนที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ และไม่เพียงแต่ชุมชนเชลซี แต่เป็นวงการฟุตบอลทั่วโลกที่จะคิดถึงลูก้า

เราขอส่งกำลังใจให้กับ แคเธอรีน ภรรยาของลูก้า รวมทั้งโซเฟีย และโอลิเวีย ลูกสาวของเขา รวมทั้งสมาชิกคนอื่น ๆ ในครอบครัว และเพื่อนของเขาในช่วงเวลาที่น่าเศร้านี้

ท็อดด์ โบห์ลี่ ประธานสโมสรเชลซี และเบห์แดด เอ็กห์บาลี เจ้าของร่วม กล่าวว่า: 'นี่เป็นวันที่น่าเศร้าสำหรับสโมสรฟุตบอลเชลซี ตำนานของจานลูก้าจะคงอยู่ต่อไปที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ อิมแพ็คต์ของเขาในฐานะนักเตะ โค้ช และที่สำคัญที่สุดคือบุคคลคนหนึ่ง จะถูกขีดเขียนเอาไว้ในหน้าประวัติศาสตร์สโมสรของพวกเราไปตลอดกาล เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งให้กับครอบครัวและเพื่อน ๆ ของเขา'

ลูก้า วิอัลลี่ ย้ายเข้าสู่ถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ในช่วงซัมเมอร์ 1996 ไม่นานหลังจากที่เขาสวมปลอกแขนกัปตัน พายูเวนตุสคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก เขาถูกพิจารณาให้เป็นหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดของยุค โดยรุด กุลลิต อีกหนึ่งตำนานเซเรีย อา และเพื่อนที่รู้จักกับ ลูก้า มานาน เป็นผู้ดึงตัวเขาเข้าร่วมทีมเชลซี

สิ่งที่ขาดหายไปในถิ่นเดอะ บริดจ์คือถ้วยรางวัล และในฤดูกาลแรก ลูก้า มีบทบาทสำคัญ ช่วยพวกเราคว้าแชมป์รายการโทรฟี่ใบแรกเข้าสู่ SW6 นับตั้งแต่ปี 1971

ในช่วงพักครึ่งเวลา เราตามหลังลิเวอร์พูลอยู่ 2-0 ความหวังในการลุ้นแชมป์เอฟเอ คัพ เริ่มหมดลง แต่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้ส่งเสียงเชียร์กันดังสนั่น สำหรับการแข่งขันรอบที่ 4 โดยวิอัลลี่ ยิง 2 ประตูช่วยให้พวกเราคัมแบ็คกลับมาเอาชนะ 4-2

อดีตกองหน้าทีมชาติอิตาลี ปิดฉากฤดูกาลแรกที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยยิงไป 11 ประตูใน 34 นัด กุลลิต เริ่มเลือกใช้งานการประสานงานระหว่างจานฟรังโก้ โซล่า และมาร์ค ฮิวจ์ส ในแดนหน้า นั่นทำให้การลงเล่นหลายครั้งของวิอัลลี่ เกิดขึ้นจากม้านั่งสำรอง รวมทั้งศึกเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศ ที่พวกเราเอาชนะมิดเดิลสโบรห์ 2-0 โดยหลังผ่านการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ ซึ่งวิอัลลี่ เป็นตัวสำรองที่ไม่ถูกใช้งาน เดนนิส ไวส์ กัปตันทีม เผยเสื้อที่แสดงให้เห็นข้อความว่า ‘สู้ ๆ ลูก้า พวกเรารักนาย’

สิ่งดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความรักที่เขาได้รับจากเพื่อนนักเตะและเหล่าแฟนบอล เขาเป็นคนที่มีเสน่ห์ มีน้ำใจ และมีความมุ่งมั่น นอกจากนี้ประตูที่เขายิงได้ก็ช่วยด้วยเช่นกัน เขาทำประตูชัยช่วยพวกเราคว้าชัยชนะที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดในเดือนพฤศจิกายน 1996 โดยแตะบอลลอดขาปีเตอร์ ชไมเคิ่ล ก่อนฉลองกับเหล่าแฟน ๆ สิงห์บลูส์ ที่เดินทางตามไปเชียร์

สายสัมพันธ์ระหว่างเขาและแฟนบอลยิ่งแน่นแฟ้นมากขึ้นตลอดซีซั่น 1997/98 ซึ่งเป็นฤดูกาลที่วิอัลลี่ ยิง 4 ประตูใน 1 นัดเป็นครั้งแรกในอาชีพการค้าแข้งของเขา เกมที่พวกเราบุกเอาชนะบาร์นสลี่ย์ นอกจากนี้ยังยิงอีก 2 ประตูท่ามกลางหิมะที่ทรอมโซ่อีกด้วย หลังการจากไปแบบสุดช็อกของกุลลิตในเดือนกุมภาพันธ์ 1998 วิอัลลี่ เข้ารับตำแหน่งนายใหญ่ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยเกิดขึ้นไม่กี่วันก่อนเกมลีก คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดสองที่เราเฝ้าบ้านพบอาร์เซนอล ตอนนี้ในฐานะนักเตะและผู้จัดการทีม กองหน้าชาวอิตาเลี่ยน เลือกส่งตัวเขาลงสนาม

ความเหนือชั้นที่กุลลิต นำเข้ามาสู่เดอะ บริดจ์ ยิ่งถูกต่อยอดในยุคของวิอัลลี่ ซึ่งเขามีความคุ้นเคยกับการทำประตูในเกมสำคัญ อาร์เซนอลเป็นฝ่ายพลาดท่า และเป็นเชลซีที่คว้าแชมป์ลีก คัพ โดยเกิดขึ้นตามมาอย่างรวดเร็วหลังจากเราได้แชมป์คัพ วินเนอร์ส คัพ

ในตอนที่ชัยชนะเหนือเรอัล มาดริด ทำให้เราคว้าแชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ และเป็นการสร้างประวัติศาสตร์คว้า 3 แชมป์ ในปีปฏิทิน 1998 วิอัลลี่ ได้ขีดเขียนชื่อของเขาลงสู่หนังสือตำนาน โดยกลายเป็นกุนซือที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในแง่ของการคว้าถ้วยรางวัล โดยจนถึงตอนนี้ มีเพียงแค่โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ทำได้มากกว่า 5 โทรฟี่ของเขาในฐานะกุนซือของทีมเรา

วิอัลลี่ ดำรงตำแหน่งนักเตะ-ผู้จัดการทีม ต่อไปในฤดูกาล 1998/99 อย่างไรก็ตาม เขาส่งตัวเองลงเล่นเพียง 20 นัดในสนาม โดยส่วนใหญ่เป็นโปรแกรมบอลถ้วย ไฮไลต์อยู่ที่การทำแฮตทริกใส่แอสตัน วิลล่า ในค่ำคืนที่เขามอบโอกาสให้จอห์น เทอร์รี่ ลงประเดิมสนามให้กับเชลซี และยังมีเกมที่ยิง 2 ประตูที่ไฮบิวรี่ รวมถึงในการแข่งขัน ลีก คัพ และประตูชัยในการเล่นนัดสุดท้ายในฐานะนักเตะอาชีพ ซึ่งช่วยให้พวกเราเอาชนะดาร์บี้ 2-1 ในพรีเมียร์ชิพ วันสุดท้ายของซีซั่น

สิ่งดังกล่าวเป็นการรูดม่านปิดฉากฤดูกาลที่พวกเราขยับเข้าใกล้การคว้าแชมป์ลีก มากที่สุดระหว่างปี 1995 จนถึง 2005 โดยจบอันดับ 3 ของตาราง มีคะแนนตามหลังทีมแชมป์อย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเพียง 4 แต้ม และแพ้ไปแค่ 3 นัดเท่านั้น ถือเป็นเวลาที่ยาวนานแล้วที่คำว่า สม่ำเสมอและเชลซี กลายเป็นของคู่กัน แต่โชคร้าย ที่ผลเสมอต่อเนื่องช่วงท้ายซีซั่น หยุดยั้งไม่ให้เราไปถึงความฝันได้


สุดยอดกองหน้า, กุนซือผู้คว้าแชมป์หลายรายการ และมนุษย์ที่ยอดเยี่ยม สถานะตำนานของลูก้ากับเชลซีจะคงอยู่ตลอดไป เราจะคิดถึงเขาไปเสมอ