เราขออุทิศข่าวนี้ให้กับมาร์กอส อลอนโซ่ ซึ่งช่วงเวลาของเขากับเชลซีจบลง...

จุดเริ่มต้นกับสิงห์บลูส์

อันที่จริงแล้ว เรื่องราวของอลอนโซ่กับเชลซี เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2011 โดยเขามักจะเข้ามานั่งบริเวณเชด อัปเปอร์ ด้วยการเป็นแขกของ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ เพื่อนซี้ที่เคยค้าแข้งด้วยกันที่โบลตัน 

‘ผมไม่เคยไปที่เอมิเรตส์ หรือไวท์ ฮาร์ท เลน ผมเคยมาแค่สแตมฟอร์ด บริดจ์’ เขาบอกกับเราเมื่อปีที่แล้ว ‘ตอนที่ผมได้รับโทรศัพท์จากเชลซีเรื่องการเซ็นสัญญา มันเป็นสิ่งที่ไม่ต้องคิดเลย! นี่ละคือทีมของผม มันคือฝันที่กลายเป็นจริง’ 

โทรศัพท์สายดังกล่าว เกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม 2016 โดยเป็นช่วงท้ายของตลาดซัมเมอร์ อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือคนใหม่ของพวกเราในเวลานั้น เคยเห็นฝีเท้าของอลอนโซ่ด้วยตัวเองที่อิตาลี และไม่ลังเลที่จะถึงตัวแข้งวัย 25 ปี เข้าสู่ขุมกำลังของเขา 

ไม่กี่สัปดาห์หลังจากนั้น เขาลงประเดิมสนามในเกมลีก คัพ ที่เราบุกชนะเลสเตอร์ แต่เป็นการลงเล่นเกมลีกนัดแรกของเจ้าตัวที่มีความสำคัญ ขณะที่เชลซี ตามหลังอาร์เซนอล 3-0 คอนเต้ จัดการส่งอลอนโซ่ ลงมาแทนเชสก์ ฟาเบรกัส และเปลี่ยนจากระบบ 4-2-3-1 เป็นแผน 3-4-3 หากพิจารณาจากผลงานที่ตามมา นี่คือหนึ่งในการเปลี่ยนตัวที่สร้างความสั่นสะเทือนได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของเชลซี

ผู้สร้างประวัติศาสตร์

อลอนโซ่ ได้ลงตัวจริงในบทบาทดังกล่าวของเกมถัดมาที่เราบุกเยือนฮัลล์ เราคว้าชัยชนะ 2-0 ถือเป็นผลงานนัดแรก จากการปราบคู่แข่ง 13 นัดติดต่อกัน โดยมี 10 เกมจากในนั้นที่เราไม่เสียประตู อลอนโซ่ ไม่พลาดการลงเล่นแม้แต่นาทีเดียว และจากสิ่งดังกล่าว ทำให้เขากลายเป็นนักเตะคนแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอังกฤษ ที่คว้าชัยชนะใน 14 นัดแรกของการลงตัวจริงให้กับสโมสรหนึ่ง

ในระหว่างเส้นทางผลงานสุดอลังการนั้น อลอนโซ่ เบิกร่องลูกแรกกับเชลซีในการยิงใส่เอฟเวอร์ตัน จากนั้นเขาแผลงฤทธิ์ที่คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยมในเดือนมกราคม ด้วยการยิง 2 ประตู ช่วยพวกเราบุกชนะเลสเตอร์ได้แบบไม่ยากเย็น ลูกโหม่งอันทรงพลังซึ่งแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญของมาร์กอส ช่วยให้เราออกนำในเกมเหย้านัดสำคัญที่พวกเราคว้าชัยชนะเหนืออาร์เซนอลในเดือนถัดมา

กองหลังชาวสแปนิช ยังสานต่อฟอร์มสุดแกร่ง โดยเดอะ บลูส์ ขยับเข้าใกล้กับการคว้าแชมป์ เขาแสดงให้เห็นความอันตรายในการเล่นลูกตั้งเตะ ด้วยประตูที่ยิงใส่บอร์นมัธในเดือนเมษายน แชมเปี้ยนส์คนใหม่ของเรา ปิดฉากฤดูกาลแรกด้วยการเป็นตัวเลือกเบอร์หนึ่งของทีม ยิงไป 6 ประตู เช่นเดียวกับผลงานเกมรับที่น่าประทับใจด้วยเช่นกัน

ดาร์บี้ของโปรด

อลอนโซ่ เริ่มต้นฤดูกาลที่ 2 ในถิ่นลอนดอนตะวันตกด้วยผลงานสุดปัง โดยยิง 2 ประตูช่วยพวกเราบุกเอาชนะท็อตแน่มที่เวมบลีย์ และหลังจบเกมแรกของพวกเราในปี 2018 เขายิงในลีกไปแล้ว 6 ลูก ซึ่งมีแต่ประตูสวย ๆ ทั้งนั้น 

ซีซั่นนั้นเขาปิดฉากด้วยการยิง 8 ประตูในทุกรายการ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดร่วมกับทีม นอกจากนี้ยังคว้าเหรียญแชมป์เอฟเอ คัพ หลังจากพวกเราเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้ 1-0 อลอนโซ่ เป็นคนที่ใกล้เคียงกว่าใคร ๆ ในการยิงประตูเพิ่มนอกจากจุดโทษของเอเด็น อาซาร์ แต่จังหวะของเขาโดนดาบิด เด เกอา เซฟเอาไว้ได้

การมาของเมาริซิโอ้ ซาร์รี่ ก่อนเริ่มต้นฤดูกาล 2018/19 ทำให้มีการเปลี่ยนระบบการเล่นเป็น 4-3-3 ซึ่งอลอนโซ่ ยังคงทำผลงานในตำแหน่งแบ็คซ้ายได้อย่างไร้ที่ติ เขาทำแอสซิสต์ในแต่ละนัดของ 4 เกมแรก โดยในนัดที่ 2 เจ้าตัวทำประตูชัยที่บ้านของอาร์เซนอล ผลงานอันร้อนแรงนี้ทำให้เขาได้รับสัญญาใหม่อีก 5 ปี โดยซาร์รี่ ยกย่องอลอนโซ่ว่าเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของโลกในตำแหน่งของเขา

ถ้วยรางวัลเพิ่มเติม

เขาลงตัวจริงทุกแมตช์ของเกมลีก 23 นัดแรก และในระหว่างนั้น เจ้าตัวลงเล่นเป็นนัดที่ 100 ให้กับเชลซี ในเกมบุกชนะไบรท์ตันก่อนวันคริสต์มาส ความยืดหยุ่นและสภาพร่างกายของอลอนโซ่ เป็นสิ่งที่โดดเด่นในช่วงเวลาของเขาที่เดอะ บริดจ์ แต่อาการบาดเจ็บได้เข้ามารบกวนช่วงท้ายซีซั่น 2018/19 ซึ่งแม้จะเจอกับปัญหาดังกล่าว แต่มาร์กอส เป็นคนทำประตูชัยให้พวกเราบุกชนะสลาเวีย พราก ในการแข่งขันยูโรป้า ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศนัดแรก จนต่อยอดไปสู่เส้นทางที่พวกเราได้ชูโทรฟี่ นอกจากนี้เขายังยิงประตูตีเสมอในการแข่งขันกับแมนฯ ยูไนเต็ดที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด 

แข้งเบอร์ 3 ลงสนามรวม 29 นัดในฤดูกาลแรกที่แฟรงค์ แลมพาร์ดคุมทีม โดยในระหว่างนั้นมีทั้งเซซาร์ อัซปิลิเกวต้า และเอแมร์ซอน พัลมิเอรี่ที่ร่วมแบ่งปันหน้าที่ อย่างไรก็ตาม ความโปรดปรานในการยิงประตูของเขายังคงมีให้เห็น

เป็นลูกยิงจากกรอบเขตโทษของอลอนโซ่ ที่ช่วยให้พวกเราเปิดบ้านเก็บ 3 คะแนนจากนิวคาสเซิ่ลในเดือนตุลาคม ก่อนที่ดาวเตะชาวสเปน จะสานต่อนิสัยของการยิงใส่คู่แข่งจากลอนดอนเหนือ โดยทำประตูชัยช่วยให้พวกเราเอาชนะท็อตแน่ม ภายใต้การคุมทีมของโชเซ่ มูรินโญ่ 2-1

หนึ่งสัปดาห์ถัดมา 2 ประตูของเขาที่ชายฝั่งตอนใต้ ทำให้เราแบ่งแต้มจากบอร์นมัธ พร้อมมอบสถานะทำให้เขาทำประตูมากกว่ากองหลังคนอื่น ๆ ในพรีเมียร์ ลีก นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับเชลซี 

เมื่อฤดูกาลกลับมาแข่งขันหลังต้องพักไปเพราะการแพร่ระบาดของโควิด-19 เขาได้ลงสนามอย่างสม่ำเสมอ และช่วยให้พวกเราจบท็อปโฟร์ ก่อนได้เป็นตัวจริงในนัดชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพ ครั้งที่ 2 ของเขา ในเดือนสิงหาคม 2020 แต่หนนี้เกมจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของเรา

ความเจ็บปวด และความรุ่งโรจน์

ช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดของอลอนโซ่กับเชลซีได้เกิดขึ้นตามมา เขาโดนถอดออกในช่วงพักครึ่งเวลา นัดที่เราบุกปราชัยต่อเวสต์ บรอม 3-0 ในฤดูกาล 2020/21 อลอนโซ่ ไม่ได้ลงเล่นอีกแม้แต่นาทีเดียว จนกระทั่งการคุมทีมนัดที่ 2 ของโธมัส ทูเคิ่ล ช่วงปลายเดือนมกราคม บอสคนใหม่นิยมใช้แผนการเล่น 3-4-3 ซึ่งเหมาะกับอลอนโซ่ หลังเคยทำผลงานร้อนแรงเป็นไฟในตำแหน่งวิงแบ็คซ้ายภายใต้คอนเต้ เขาเป็นตัวจริงในเกมกับเบิร์นลี่ย์ และฉลองการกลับมาลงสนามด้วยประตูสุดสวยจากลูกวอลเล่ย์

อลอนโซ่ ได้ลงสนามอีกเกินครึ่งของโปรแกรมแข่งขันที่เหลือ เช่นเดียวกับการออกสตาร์ตตัวจริงในศึกเอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ พร้อมกับมีส่วนร่วมทุกนาทีในการแข่งขันแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายที่พวกเราเอาชนะแอตเลติโก้ มาดริด

ผลงานของเขาในช่วงท้ายฤดูกาล มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการช่วยพวกเราจบท็อปโฟร์ โดยในตอนที่เวลาเหลืออีกไม่กี่วินาที เขาเป็นคนทำประตูใส่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จากการเปิดของติโม แวร์เนอร์ ช่วยให้พวกเราคว้าชัยชนะ 2-1 ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ผลงานอันยอดเยี่ยมยามเผชิญหน้ากับยอดทีม และถึงแม้ว่าเขาจะเป็นตัวสำรองที่ไม่ได้ลงสนามในค่ำคืนประวัติศาสตร์ที่ปอร์โต้ แต่ฤดูกาลที่เริ่มต้นได้อย่างย่ำแย่ที่สุด กลับจบลงอย่างยอดเยี่ยมที่สุด

กัปตันมาร์กอส

อลอนโซ่เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่รับใช้เชลซีมาอย่างยาวนาน เจ้าตัวประสบความสำเร็จกับการคว้าแชมป์ในฤดูกาลสุดท้ายร่วมกับสิงห์บลูส์ ได้ทั้งแชมป์ซูเปอร์ คัพ และคลับ เวิลด์ คัพ มาเพิ่มในคอลเล็กชั่นโทรฟี่ นอกจากนี้ยังเคยได้รับโอกาสเป็นกัปตันเชลซีหนแรกด้วย

อลอนโซ่ ทำประตูแรกในเกมลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว จากลูกฟรีคิกอันเป็นเครื่องหมายการค้า ในเกมที่เขาซัดไปแบบเฉียบคมในการดวลคริสตัล พาเลซ และในการลงเล่นเกมเหย้านัดถัดมา ในวันที่เชลซีเอาชนะแอสตัน วิลล่า 3-0 อลอนโซ่ได้รับโอกาสเป็นกัปตันทีมสิงห์บลูส์ครั้งแรก โดยถือเป็นรางวัลตอบแทนหลังจากที่อยู่ค้าแข้งมาอย่างยาวนาน

อลอนโซ่ พลาดการลงสนามไปบ้างในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน ก่อนจะกลับมาเป็นตัวเลือกสำคัญในทีมอีกครั้ง ภายหลังที่เบน ชิลเวลล์ บาดเจ็บบริเวณเอ็นไขว้หน้าข้อเข่า อลอนโซ่ได้โอกาสลงเล่นตัวจริงเกมลีก 11 นัดติดต่อกัน ในช่วงที่ทีมต้องแข่งขันอย่างต่อเนื่อง ด้วยสภาพความฟิตและความพร้อมของเจ้าตัว พิสูจน์ให้เห็นถึงการยืนหยัดเป็นแกนหลัก ท่ามกลางผู้เล่นในทีมหลายคนที่สลับกันป่วยและบาดเจ็บ นอกจากนี้แล้ว สตาร์แดนกระทิงยังได้รับบทบาทถอยไปยืนเป็นแบ็คซ้าย ยามที่ทูเคิ่ลเลือกใช้ระบบกองหลังสี่คนเป็นการชั่วคราวด้วย

สั่งลาอย่างคู่ควร

ก่อนความสำเร็จในรายการคลับ เวิลด์ คัพ ที่ซึ่งอลอนโซ่ลงเล่นในรอบรองชนะเลิศ เขามีชื่อทำประตูชัยในเกมที่เดอะ บลูส์ ชนะพลีมัธ อาร์ไจล์ ในศึกเอฟเอ คัพ และเมื่อทีมกลับมาจากการไปแข่งที่อาบู ดาบี อลอนโซ่ยังคงมีบทบาทสำคัญในบริเวณกรอบเขตโทษคู่แข่ง เขามีส่วนปั้นให้ทั้งฮาคิม ซิเยค รวมทั้งคริสเตียน พูลิซิช ทำประตูชัยในเกมอัดคริสตัล พาเลซ และเวสต์ แฮม ตามลำดับ ทั้งยังมีชื่อซัลโวใส่เซาท์แธมป์ตัน และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในการเล่นเป็นทีมเยือนได้ด้วย

แนวรับสแปนิช ยังลงสนามครบทุกนาทีในเกมดวลเดือดฟุตบอลถ้วย นัดชิงชนะเลิศทั้งสองรายการกับลิเวอร์พูล โดยมีโอกาสเกือบที่จะสังหารชัยในศึกเอฟเอ คัพ จากลูกฟรีคิกที่กดบอลพุ่งผ่านมืออลิสซอนไปแล้ว ทว่าบอลดันไปชนคานดังสนั่น ก่อนที่เจ้าตัวจะมีชื่อทำประตูให้ทีมได้อีกครั้งในแมตช์ถัดมา ที่เสมอกับเลสเตอร์ไป 1-1 ซึ่งเป็นเกมนัดสุดท้ายของเขากับเชลซี ถือเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่เขายิงประตูต่อหน้าแฟนบอลในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ที่ร้องเพลงขับขานเรียกชื่อเขามาอย่างสม่ำเสมอตลอดหลายปี

กราเซียส มาร์กอส!