หลังจากการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบแบ่งกลุ่ม เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราจะพาคุณไปดูว่า 15 นักเตะเชลซี ทำผลงานกันได้อย่างไรบ้าง

การแข่งขันในประเทศกาตาร์ เปี่ยมไปด้วยความสนุกสนานและเรื่องดราม่า โดยมีผู้เล่นเชลซีหลายราย ที่ได้มีส่วนร่วมกับสิ่งดังกล่าวในทัวร์นาเม้นต์การแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในรอบแบ่งกลุ่ม จนถึงตอนนี้...

เซเนกัล

"สิงโตเตรานก้า" ก้าวข้ามความผิดหวังจากการปราชัยนัดแรกให้กับเนเธอร์สแลนด์ส และผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาต์จากกลุ่ม A ได้สำเร็จ พวกเขาเอาชนะกาตาร์ 3-1 โดยนัดนั้นเอดูอาร์ เมนดี้ โชว์ซูเปอร์เซฟไป 2 จังหวะ ก่อนที่จะเฉือนเอกวาดอร์ในเกมที่พวกเขาต้องคว้าชัยชนะ


คาลิดู คูลิบาลี่ เป็นผู้ยิงประตูชัยในจังหวะการวอลเล่ย์ โดยเกิดขึ้นไม่กี่นาที หลังจากที่เอกวาดอร์ทำประตูตีเสมอ

อังกฤษ

เมสัน เมาท์ และราฮีม สเตอร์ลิ่ง เป็นตัวจริงในการแข่งขัน 2 นัดแรกของ "ทรี ไลอ้อนส์" ซึ่งพวกเขาผ่านจากกลุ่ม B ได้แบบไม่ยากเย็นนัก สเตอร์ลิ่งทำประตูในเกมที่อังกฤษ ถล่มอิหร่านไป 6-2 และหลังจากที่เสมอกับอเมริกาแบบไร้สกอร์ "สิงโตคำราม" เอาชนะเวลส์ในนัดสุดท้ายและจบแชมป์กลุ่ม ซึ่งคอเนอร์ กัลลาเกอร์ เป็นตัวสำรองที่ไม่ได้ลงสนามในทุกนัด

อเมริกา

อเมริกา ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายโดยไม่แพ้ให้กับคู่แข่ง และทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยม หลังจากที่เสมอกับเวลส์ 1-1 และเสมออังกฤษ 0-0 คริสเตียน พูลิซิช กลายเป็นทีเด็ดยิงประตูชัย ในนัดตัดสินชะตากับอิหร่าน ทำให้พวกเขาจบรองแชมป์ของกลุ่ม B

เวลส์

อีธาน อัมพาดู ที่โดนปล่อยตัวให้สเปเซีย ในเซเรีย อา ยืมใช้งานในฤดูกาลนี้ ลงเล่นให้กับทีมชาติเวลส์แทบตลอด ยกเว้น 13 นาทีของรอบแบ่งกลุ่ม การมีส่วนร่วมในฟุตบอลโลกครั้งแรกของพวกเขา นับตั้งแต่ปี 1958 จบลงอย่างน่าผิดหวัง โดย "มังกรแดง" เก็บได้แต้มเดียว และยิงได้ประตูเดียว ซึ่งเป็นเกมที่เสมอกับอเมริกา 1-1 ในนัดแรกของทัวร์นาเม้นต์

เยอรมนี

ถือเป็นฟุตบอลโลกสมัยที่ 2 ติดต่อกันที่เยอรมนี ตกรอบตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม โดยในเกมแรกของกลุ่ม E พวกเขาปราชัยสุดช็อกต่อญี่ปุ่น ซึ่งไค ฮาแวร์ตซ์ ลงเป็นตัวจริง ก่อนที่แชมป์โลก ปี 2014 จะเสมอกับสเปน 1-1 ในนัดที่ 2 อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่ได้กุมชะตาของตัวเองในนัดสุดท้าย และแม้ว่า ฮาแวร์ตซ์ จะลุกจากม้านั่งสำรองมายิง 2 ประตูช่วยให้ "อินทรีเหล็ก" เอาชนะคอสตาริก้า 4-2 แต่ชัยชนะเหนือสเปนของญี่ปุ่น ทำให้พวกเขาได้ผ่านเข้าสู่รอบน็อคเอาต์ได้สำเร็จ

สเปน

สเปน ผ่านเข้ารอบน็อคเอาต์ในฐานะรองแชมป์ กลุ่ม E หลังจากมีประตูได้เสียดีกว่าเยอรมนี ในแมตช์แรกเซซาร์ อัซปิลิเกวต้า ลงเล่นเป็นแบ็คขวา ช่วยชาติถล่มคอสตาริก้า 7-0 ก่อนที่จะเสมอกับเยอรมนี 1-1 ซึ่ง "เดฟ" ไม่ได้มีส่วนร่วม กัปตันของเรากลับมาลงสนามอีกครั้ง และแอสซิสต์ให้อัลบาโร่ โมราต้า อดีตเพื่อนร่วมทีมเชลซี ยิงประตูเบิกร่อง ก่อนที่ญี่ปุ่นจะคัมแบ็คกลับมาคว้าชัยชนะ ซึ่ง อัซปิ โดนถอดออกในช่วงพักครึ่งเวลา

พวกเขารอแข่งขันกับ โมร็อคโค ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

เบลเยี่ยม

เบลเยี่ยม ตกรอบแบ่งกลุ่มหลังจากทัวร์นาเม้นต์ที่น่าผิดหวัง โดยโรเมลู ลูกากู ลุกจากม้านั่งสำรองมาลงเล่นในเกมที่แพ้ให้กับโมร็อคโค และเสมอกับโครเอเชียแบบไร้สกอร์ ซึ่งนัดหลังนี้พวกเขาต้องคว้าชัยสถานเดียวหากหวังผ่านเข้ารอบ

โครเอเชีย

ระหว่างเกมที่เสมอกับโมร็อคโค และเบลเยี่ยมแบบไม่มีประตู โครเอเชีย เอาชนะแคนาดา 4-1 ซึ่งมาเตโอ โควาซิช ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ชัยชนะนัดนั้น มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะพวกเขาต้องการแค่ผลเสมอกับ "ปีศาจแดงแห่งยุโรป" ในการผ่านเข้ารอบ และพวกเขาก็ทำแบบนั้นได้สำเร็จ

โครเอเชีย จะพบกับญี่ปุ่นในรอบ 16 ทีมสุดท้าย วันจันทร์นี้

โมร็อคโค

อาจจะเป็นชาติที่ทำผลงานได้โดดเด่นที่สุดในรอบแบ่งกลุ่ม โดยโมร็อคโค คว้าแชมป์กลุ่ม F ด้วยชัยชนะเหนือเบลเยี่ยม และแคนาดา และเสมอกับโครเอเชีย นักเตะของเราอย่างฮาคิม ซิเยค ทำผลงานได้อย่างสุดยอด โดยแอสซิสต์ในเกมที่เอาชนะเบลเยี่ยม ก่อนที่จะทำประตูด้วยตัวเอง ช่วยชาติปราบแคนาดา 2-1

บราซิล

ธิอาโก้ ซิลวา สวมปลอกแขนกัปตันพาบราซิล คว้าชัยชนะ 2 นัดและเก็บคลีนชีตทั้ง 2 นัด ด้วยสกอร์ 2-0 และ 1-0 เหนือเซอร์เบีย และสวิตเซอร์แลนด์ตามลำดับ ซึ่งทำให้พวกเขาผ่านเข้ารอบก่อนเกมนัดสุดท้าย เซ็นเตอร์แบ็ครายนี้ ได้พักในนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม โดยทีมแชมป์โลก 5 สมัย ปราชัยต่อแคเมอรูน 1-0 แต่ยังจบแชมป์กลุ่ม G

พวกเขาจะพบกับเกาหลีใต้ในวันจันทร์นี้

สวิตเซอร์แลนด์

"ทัพนาฬิกา" สมทบกับบราซิลในการผ่านจากกลุ่ม G ด้วยการเก็บ 6 แต้ม จากชัยชนะเหนือแคเมอรูน และเซอร์เบีย โดยพวกเขาใช้งานเดนิส ซาคาเรีย เป็นตัวสำรองครึ่งหลังในเกมนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่ง ณ ตอนนั้นนำเซอร์เบียอยู่ 3-2 ก่อนจบเกมด้วยสกอร์ดังกล่าว

พวกเขาจะพบกับโปรตุเกสในวันอังคารที่จะถึงนี้

กาน่า

บาบา ราห์มัน ลงเป็นตัวจริง 2 นัด และเป็นตัวสำรองอีก 1 นัด โดยกาน่า ไม่สามารถผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้ พวกเขาปราชัยให้โปรตุเกส 3-2 ก่อนจะเอาชนะเกาหลีใต้ด้วยสกอร์เดียวกันนั้น นั่นหมายความว่าผลเสมอกับอุรุกวัย ก็น่าจะเพียงพอต่อการผ่านเข้ารอบ อย่างไรก็ตาม ตกรอบไปตามระเบียบ