เมสัน เมาท์กลายเป็นนักเตะจากอะคาเดมี่เชลซีคนล่าสุดที่ลงเปิดตัวกับทีมชาติอังกฤษ โดยลงเป็นตัวสำรองในเกมที่สิงโตคำรามถล่มบัลแกเรีย 4-0

เมาท์ วัย 20 ปี ตามรอยรูเบ็น ลอฟตัส-ชีค, แทมมี่ อับราฮัม และคัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ลงเดบิวต์ให้ทีมชาติอังกฤษภายใต้การคุมของแกเร็ธ เซาท์เกต และสตีฟ ฮอลแลนด์ โดมินิค โซลังกี้, นาธาเนี่ยล ชาโลบาห์ และแจ็ค คอร์ก เป็นอดีตนักเตะเชลซีที่เคยทำได้ตั้งแต่ปี 2017

ที่เวมบลีย์วันนี้ เมาท์ลงเล่นแทนจอร์แดน เฮ็นเดอร์สันช่วงกลางของครึ่งหลัง โดยอังกฤษนำก่อน 3-0 เขาดูจะทำได้ดีกับตำแหน่งหมายเลข 10 ถัดจากแฮร์รี่ เคน ก่อนจะขยับไปทางฝั่งซ้าย

รอสสื บาร์คลี่ย์ลงเล่นเต็มเกมให้ทีมของเซาท์เกตยังคงรักษาตำแหน่งท็อปของกลุ่ม A เอาไว้ได้และมีโอกาสสูงที่จะได้เข้ารอบสุดท้าย

อังกฤษคุมเกมในช่วงครึ่งแรกได้ดีกว่าบัลแกเรียที่ตั้งรับและพยายามบุกสวน ซึ่งก็เป็นผลดีอยู่สองครั้งแต่จอร์แดน พิคฟอร์ด

ช่วงกลางครึ่งแรก บาร์คลี่ย์ปั้นเกมบุกก่อนจะจ่ายไปให้ราฮีม สเตอร์ลิ่งไหลบอลต่อไปให้เคน แต่โชคร้าย ล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

ทว่าอังกฤษมาทำประตูได้ในนาทีที่ 24 และเป็นการเล่นประสานของสเตอร์ลิ่งกับเคนอีกครั้ง หลังบัลแกเรียทำพลาดในจังหวะโกลคิก

บาร์คลี่ย์เป็นผู้เปิดลูกเตะมุมให้อังกฤษ ใช้ทักษะและความแข็งแกร่งของเขาช่วยให้ทีมสร้างพื้นที่ในแนวรับของบัลแกเรียได้

เริ่มครึ่งหลังมาไม่นานพิคฟอร์ดมาเซฟจังหวะสำคัญได้สำเร็จและอังกฤษสำเร็จโทษทีมเยือนด้วยจังหวะที่มาร์คัส แรชฟอร์ดโดนทำฟาวล์ในกรอบ เคนรับหน้าที่สังหารจุดโทษเข้าไปตุงตาข่าย ก่อนจะมาจ่ายบอลให้สเตอร์ลิ่งยิงประตูที่สามแบบจ่อๆ ได้อีกประตู

เมาท์ลงเล่นในนาทีที่ 67 หลังจากนั้นไม่นาน บาร์คลี่ย์โยนบอลยาวเข้าไปให้เคนก่อนที่จะโดนทำฟาวล์ล้มลงขณะกำลังง้างเท้ายิง แต่ก็มาทำแฮตทริคสำเร็จจากจุดโทษระยะ 12 หลา

เคนถูกเปลี่ยนตัวกับอเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน เมาท์ขยับไปเล่นฝั่งซ้ายของสามประสานแนวรุกหลังสไตรค์เกอร์ เมาท์มีโอกาสได้ปั่นลุ้นประตูแต่ติดบล็อค และบาร์คลี่ย์มาจ่ายบอลให้แรชฟอร์ดเกือบจะยิงประตูที่ 5 ให้อังกฤษได้ จบเกมสิงโตคำรามคว้าสามแต้มไปได้อย่างยิ่งใหญ่