จอร์จินโญ่ เป็นส่วนหนึ่งของทัพอัซซูรี่ ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายของยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ในซัมเมอร์หน้า ขณะที่เมสัน เมาท์ และไค ฮาแวร์ตซ์ มีส่วนร่วมกับ 3 จาก 6 ประตู ในเกมที่อังกฤษ เปิดบ้านเสมอเยอรมนี ส่งท้ายเกมของกลุ่ม A3

พลพรรคอัซซูรี่ ทะลุเข้าสู่รอบสุดท้ายในรอบแบ่งกลุ่ม เนชั่นส์ ลีก ลบความผิดหวังจากการชวดไปลุยฟุตบอลโลก 2022 โดยลิ่วเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายของรายการได้ จากชัยชนะเหนือเจ้าบ้านอย่างฮังการี ที่ก่อนแข่งเป็นจ่าฝูงกลุ่ม

จอร์จินโญ่ ออกสตาร์ตเป็น 1 ใน 3 มิดฟิลด์ตัวกลาง โดยยืนในตำแหน่งการเล่นเดียวกับสมัยที่คว้าแชมป์ยูโร 2020 ก่อนที่สตาร์จากสิงโตน้ำเงินครามจะมีส่วนอย่างยิ่งกับการช่วยให้อิตาลี ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป และเป็นการบุกมาคว้าชัยชนะเหนือทัพแม็กย่าร์ได้เป็นหนแรกที่บูดาเปสต์ นับตั้งแต่ปี 1933

ขุนพลอิตาเลี่ยนออกนำไปก่อนในเกมนี้ เมื่อจาโคโม่ ราสปาโดรี่ อาศัยประโยชน์จากความผิดพลาดกันเองของแข้งเจ้าบ้าน จากนั้นเป็นเฟเดริโก้ ดิมาร์โก ได้แปเน้น ๆ ให้ทีมหนี 2-0 ในครึ่งหลัง ทั้งนี้ ต้องชมความสุดยอดของจานลุยจิ ดอนนารุมม่า ผู้รักษาประตูทีมเยือนด้วย ที่โชว์เซฟสำคัญ ๆ ได้หลายหน ท่ามกลางรูปเกมที่เปิด ทั้งสองทีมมีโอกาสด้วยกันทั้งคู่

จอร์จินโญ่ ถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วง 20 นาทีสุดท้าย จากผลการแข่งขันดังกล่าว ทำให้จอร์จี้ พร้อมทีมชาติอิตาลี เข้าสู่รอบสุดท้าย ตบเท้าต่อจากโครเอเชีย ของมาเตโอ โควาซิช เนเธอร์แลนด์ และอีกหนึ่งชาติที่เราจะได้รู้ในคืนวันอังคารนี้ ซึ่งเป็น 4 ชาติรอเตะรอบสุดท้ายในซัมเมอร์หน้า

ส่วนผลอีกคู่ในกลุ่ม A3 ไม่มีผลอะไรแล้ว อังกฤษตกชั้นจากลีกบนเรียบร้อย จากความพ่ายแพ้ต่ออิตาลี ตั้งแต่วันศุกร์ โดยเกมเมื่อคืน ทีมสิงโตคำรามเปิดบ้านเจอเยอรมนี ที่หมดสิทธิ์ลุ้นเข้ารอบสุดท้ายไปแล้วเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ทั้งสองทีมต่างก็ต้องการเรียกความมั่นใจ ก่อนทำภารกิจใหญ่ กับศึกเวิลด์คัพ รอบสุดท้าย

รีซ เจมส์ ออกสตาร์ตในตำแหน่งวิงแบ็คขวา ขณะที่ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ยืนเป็นสามประสานให้อังกฤษ ทางฝั่งของไค ฮาแวร์ตซ์ ค้ำเป็นแนวรุกตัวบนให้อินทรีเหล็ก ซึ่งไค ถือเป็นผู้เล่นที่สร้างอิมแพ็คต์ได้มากที่สุดในเกมนี้ เจ้าตัวทำสองประตูใน 1 เกม ในนามทีมชาติได้เป็นหนแรก

เกมในครึ่งแรกยังไม่มีประตูเกิดขึ้น อังกฤษมีโอกาสน่าได้ประตูสุด ๆ จากจังหวะผนึกเกมบุกกัน และเป็นสเตอร์ลิ่งที่ยิงแบบเน้น ๆ แล้ว ทว่ามาร์ค แทร์ สเตเก้น โชว์หนึบปัดทิ้งหวุดหวิด ก่อนที่ครึ่งหลังจะเป็นทีมเยือนออกนำก่อน อิลคาย กุนโดกัน ยิงจุดโทษเน้น ๆ เข้าประตู จากนั้นไค ตัดสินใจปั่นบอลเน้น ๆ ด้วยซ้าย ลูกพุ่งเสียบตาข่าย

เจ้าบ้านไม่ยอมง่าย ๆ มาได้ประตูตีเสมอภายในระยะเวลา 3 นาที เริ่มจากจังหวะแรก ลุค ชอว์ รับบอลครอสจากเจมส์ กดบอลข้ามเส้นประตูสุดเด็ดขาด จากนั้นเมสัน เมาท์ ตัวสำรองที่เพิ่งลงมาได้ไม่นาน ได้บอลต่อจากบูกาโย่ ซาก้า ที่ใช้ความสามารถเลี้ยงบอลเอาชนะคู่แข่ง ก่อนที่เมาท์จะหวดเข้าเสาแรก เป็นประตู

เกมพลิกมาเป็นอังกฤษที่ได้ขึ้นนำ เมื่อ VAR มาชี้ให้เจ้าบ้านได้จุดโทษ และเป็นแฮร์รี่ เคน ที่สังหารไม่เหลือ ในช่วง 7 นาทีสุดท้าย อย่างไรเสีย ฮาแวร์ตซ์ ที่เป็นหัวใจสำคัญในแนวรุกของทีมเยือน อาศัยความผิดพลาดของนิค โป๊ป ที่ปัดบอลไม่ขาด ตามจิ้มจ่อ ๆ ให้เกมนี้จบลงที่สกอร์ 3-3