ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เมื่อคืนนี้ มีเกมรีแมตช์นัดชิงชนะเลิศยูโร 2020 ระหว่างอิตาลี กับอังกฤษ และเป็นอีกครั้ง ที่จอร์จินโญ่ พร้อมเพื่อนร่วมทัพอัซซูรี่เบียดชนะไป

มิดฟิลด์สิงห์บลูส์ลงสนามจนถึงนาทีสุดท้ายของการทดเจ็บครึ่งหลัง มีส่วนช่วยอิตาลียังอยู่ในเส้นทางลุ้นเข้ารอบไฟนัลส์ของเนชั่นส์ ลีก ส่วนอังกฤษ ตกชั้นลงไปลีก B แน่นอนแล้ว

รีซ เจมส์ และราฮีม สเตอร์ลิ่ง เป็นสองแข้งเดอะ บลูส์ ที่ลงตัวจริงให้ทีมสิงโตคำราม ในเกมที่ซาน ซิโร่ เมสัน เมาท์ มีชื่อเป็นสำรอง แต่ไม่ได้ลงเล่น ขณะที่เบน ชิลเวลล์ ไม่มีชื่อทั้งตัวจริงและสำรอง



ครึ่งแรกมีโอกาสที่เจมส์ได้ลองจบในช่วงปลายครึ่งแรก รีซเติมขึ้นมาแถวกรอบเขตโทษ ก่อนลองเกี่ยวบอลแล้วตวัดยิงด้วยขวา น่าเสียดายที่กดไม่เต็มเท้า จากนั้นเคน ได้พื้นที่ลองส่องนอกกรอบเขตโทษ ดาวยิงกัปตันทีมอังกฤษกดบอลไม่ตรงกรอบ

สเตอร์ลิ่งโดนแข้งเจ้าบ้านตามประกบติด แทบจะไม่มีโอกาสได้ลุ้นจบสกอร์ ทว่าช่วงครึ่งหลังมาราฮีมเริ่มสร้างโอกาสของตัวเองได้ดี จากการเรียกฟรีคิกให้ทีม ไปจนถึงเรียกฟาวล์จนแข้งอิตาลีได้ใบเหลือง


แต่หลังจากนั้นเป็นเจ้าถิ่น ที่ได้ประตูขึ้นนำ จากบอลโยนยาวขึ้นแดนหน้า และเป็นจาโคโม่ ราสปาดอรี่ แข้งสัญญายืมของนาโปลี เกี่ยวลงแล้วปั่นด้วยขวาเข้าประตู

ทัพทรี ไลออนส์ พยายาหาโอกาสตีเสมอ เคนได้ลองจบสกอร์แบบระยะประชิด แต่จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ก็โชว์เหนียวเซฟได้อย่างเหลือเชื่อ เจมส์พยายามใช้ลูกตั้งเตะเข้าโจมตี แต่ก็ยังเอาชนะแผงรับอัซซูรี่ไม่ได้ และผลการแข่งขันก็จบลงด้วยประตูโทนของอิตาลี

อังกฤษเหลือโปรแกรมอีกหนึ่งเกม ก่อนฟุตบอลโลกที่กาตาร์จะเริ่มขึ้น โดยจะดวลกับเยอรมนี ในคืนวันจันทร์ ส่วนอิตาลี ที่ชวดตั๋วฟุตบอลโลก จะเจอกับฮังการี ในวันเดียวกัน



อีกคู่ในกลุ่มเดียวกัน เยอรมนีเปิดบ้านพ่ายฮังการี ในเกมที่ไลป์ซิก ประตูเดียวในเกมนี้เกิดขึ้นจากฝีเท้าของอดัม ซาไล ตั้งแต่นาทีที่ 17 นี่ถือเป็นการคุมอินทรีเหล็กพ่ายต่อคู่แข่งเป็นครั้งแรกของกุนซือฮันซี่ ฟลิค ด้วย

ไค ฮาแวร์ตซ์ มีชื่อบนม้านั่งสำรองจนกระทั่งนาทีที่ 69 เขาถูกส่งลงเล่นแทนที่ติโม แวร์เนอร์ อดีตเพื่อนร่วมทีมเชลซี ด้วยสถานการณ์ที่แข้งเยอรมันต้องการประตู ส่วนขุนพลแม็กย่าร์ก็เน้นเกมรับเป็นพิเศษ ทำให้โอกาสของไคมีอย่างจำกัด และจากผลการแข่งขันในเกมนี้ ทำให้ทีมอินทรีเหล็กหมดสิทธิ์จบเป็นจ่าฝูงกลุ่มแน่นอนแล้ว ส่วนฮังการี จะไปวัดแชมป์กลุ่มกับอิตาลี เพื่อเป็นตัวแทนผ่านเข้าไปเล่นในรอบไฟนัลส์

นอกเหนือจากศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ธิอาโก้ ซิลวา ลงตัวจริงให้บราซิล ในเกมอุ่นเครื่องกับกาน่า แข่งขันกันที่ฝรั่งเศส โดยทัพเซเลเซาออกนำทีมดาวดำตั้งแต่ครึ่งแรก



มาร์ควินญอส โขกบอลเปิดจากเตะมุมเข้าไป ก่อนที่ริชาร์ลิซอน จะเบิ้ลสองตุง ขณะที่เนย์มาร์ ก็ฟอร์มเด่นจากการทำคนเดียวสองแอสซิสต์ในเกมนี้

ธิอาโก้ ซิลวา เจ้าของวันเกิดอายุครบ 38 ปีไปเมื่อวันพฤหัสบดี ถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงพักครึ่งเวลา และอันที่จริง กาน่าเกือบจะตีไข่แตกได้อยู่แล้ว โดยเฉพาะโอกาสเหน่ง ๆ ของอังเดร อายิว ที่โขกบอลไปชนคาน นอกจากนี้ ทัพดาวดำยังส่งทาริค แลมพ์ตีย์ อดีตดาวรุ่งเชลซี ลงเดบิวต์ทีมชาติด้วย

ฮาคิม ซิเยค กลับมาลงเล่นให้โมร็อกโคอีกครั้ง และได้ลงตัวจริงในเกมกระชับมิตรกับชิลี ในสเปน ฮาคิมลงสนามไป 82 นาทีด้วยกัน โดยหลังจากที่โดนเปลี่ยนตัวออก โมร็อคโกทำได้สองประตู โดยลูกแรกเป็นลูกจุดโทษ หลังคู่แข่งทำแฮนด์บอล