รีซ เจมส์ รู้สึกผิดหวังที่เชลซีพลาดการเก็บสามแต้มในศึกลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ กับท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ เมื่อวันอาทิตย์ แต่เชื่อว่าหากเป็นวันอื่น ทีมของเราคงคว้าชัยชนะ ซึ่งพวกเขาสามารถพอใจกับฟอร์มโดยรวมตลอด 90 นาที

แน่นอนว่าเป็นผลการแข่งขันที่น่าผิดหวังที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เนื่องจากสิงห์บลูส์เป็นฝ่ายที่เล่นได้ดีกว่าตลอดทั้งเกม แถมยังเป็นฝ่ายขึ้นนำทีมไก่เดือยทองได้ถึงสองหน โดยเจมส์ทำประตูที่สองให้ทีมในเกมนี้ แต่เราโดนตามตีเจ๊าทั้ง 2 รอบจากจังหวะที่น่ากังขา

อย่างไรก็ตาม ด้วยผลงานที่เดอะ บลูส์ทำได้ดีกว่าในสนาม เห็นได้จากการที่พวกเราเป็นฝ่ายออกนำได้ทั้งสองครั้ง ขณะที่ทุกประตูที่ท็อตแน่มทำได้นั้น ดูเหมือนว่าจะมีจังหวะการทำฟาวล์ และผู้ตัดสินปล่อยให้เกมดำเนินต่อ โดยเฉพาะประตูที่พวกเราเสียในนาทีสุดท้าย สเปอร์สมาได้ประตูแบ่งแต้มในช่วงนาทีที่ 6 ของการทดเวลาบาดเจ็บ

'มันน่าผิดหวังครับ ไม่ใช่รูปเกมนะ แต่เป็นเรื่องของผลการแข่งขัน' เจมส์ อธิบาย 'ผมรู้สึกว่าพวกเราเล่นกันได้ดี และควรจะชนะเกมนี้ พวกเราเล่นดีมาก แต่ในขณะเดียวกัน มันก็น่าผิดหวัง เมื่อคุณเป็นฝ่ายที่เล่นได้ดีกว่าและควรจะเป็นผู้ชนะ แต่กลับทำไม่ได้

'ในครึ่งแรก พวกเขาไม่มีโอกาสเลย เราทำได้ดีกว่าตลอดทั้งเกม แต่ก็มาโชคร้ายเสียสองประตู ซึ่งไม่ควรจะเป็นประตู

'มันน่าผิดหวังครับ กับการเสียไปถึงสองแต้ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสถานการณ์ที่คุณใกล้จะได้สามแต้มอยู่แล้ว แถมยังเป็นฝ่ายขึ้นนำในบ้านได้ถึงสองครั้ง ผมคิดว่าเราเล่นกันได้ดีมาก ๆ และเราควรจะได้สามแต้ม'

เจมส์ ขยายความต่อว่าทำไมถึงไม่เห็นด้วยกับทั้งสองประตูที่ท็อตแน่มได้ โดยการยืนยันจากผู้ตัดสิน เริ่มตั้งแต่จังหวะที่ไค ฮาแวร์ตซ์ โดนทำฟาวล์, ริชาร์ลิซอน ยืนอยู่ในวิถีบอลที่ปิแอร์-เอมิล ฮอยเบียร์ วางเท้ากด โดยเจ้าตัวเหมือนจะก้ำกึ่งในจังหวะล้ำหน้า ไปจนถึงจังหวะที่มาร์ก คูคูเรญ่า โดนดึงผม ก่อนที่สเปอร์สจะมาได้ประตูตีเสมอจากจังหวะเตะมุม

'เป็นสองประตูที่สามารถโต้เถียงได้ พวกเขาไม่ควรจะได้ประตูทั้งสองลูกเลย โดยส่วนตัว ผมคิดว่าไม่ควรได้ แต่ผมไม่ใช่ผู้ตัดสิน ทั้งทีมผู้ตัดสินและผู้ตัดสินที่สี่ไม่ได้ยกเลิกประตู และผมคิดว่าการตัดสินใจในวันอื่น คงไม่เป็นประตู

'มีสองเหตุผลที่ประตูแรกของพวกเขาไม่สมควรจะเป็นประตู อย่างแรกคือไคโดนทำฟาวล์ในแดนของพวกเขา ต่อมาคือจังหวะที่พวกเขาได้บอล และในกรอบเขตโทษมีช็อตล้ำหน้าอยู่ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ตัดสิน รวมถึง VAR ถึงไม่เห็นจังหวะนี้ แต่ก็นะ ผมไม่ใช่ผู้ตัดสิน

'ส่วนประตูที่สอง มีคนโดนดึง ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าพวกเขากำลังดูอะไรกันอยู่ ผมคิดว่าพวกเราต้องได้ฟาวล์ แน่นอนครับ มันเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังสำหรับพวกเรา เราสมควรได้รับอะไรมากกว่านี้ และผมคิดว่าเราควรเป็นผู้ชนะในเกมนี้ แต่เราก็ต้องมองแง่ดีจากเกมนี้ และก้าวกันต่อไป'

เรียกได้ว่ายังมีเรื่องบวกอยู่ไม่น้อย กับทั้งตัวเจมส์และทีม ในเกมที่ผลการแข่งขันจบลงที่สกอร์ 2-2 แม้จะเป็นผลลัพธ์ที่น่าผิดหวัง

สำหรับเจมส์ เจ้าตัวพอใจกับจังหวะจบสกอร์ในช่วงครึ่งหลัง โดยเฉพาะความประหม่าเมื่อต้องดวล 1 ต่อ 1 กับอูโก้ โญริส ผู้รักษาประตูทีมเยือน พร้อมกันนี้ วิงแบ็คสิงห์บลูส์ก็แฮปปี้ได้เห็นเหล่านักเตะใหม่ลงเดบิวต์ต่อหน้าแฟนบอลในบ้าน และมีส่วนกับประตูที่ทีมได้ในเกมนี้ โดยราฮีม สเตอร์ลิ่ง เป็นคนแอสซิสต์ให้เจมส์ยิงประตู ขณะที่มาร์ก คูคูเรญ่า และคาลิดู คูลิบาลี่ ผนึกกำลังกันทำประตูขึ้นนำในเกมนี้

'ผมรักในการทำประตู และผมยืนถูกที่ถูกเวลา' เจมส์ เผยต่อ 'อันที่จริง ผมเห็นเขาล้มตัวลงไปแล้ว และรออยู่ครู่หนึ่ง ผมไม่แน่ใจว่าจะทำยังไงดี แต่ก็โชคดีที่ยิงเข้า เขาล้มตัวลงไปเร็วมาก ผมคิดว่าเขาเองก็พยายามจะป้องกัน และผมก็ฉวยโอกาสนี้มาได้

'เป็นเรื่องดีเสมอครับ ที่ได้เห็นนักเตะใหม่ ๆ เข้ามาช่วยเหลือทีม เป็นเรื่องที่สุดยอดมากที่ได้เห็นทุกคนลงเล่นในสนาม คว้าโอกาสของตัวเอง มีส่วนร่วมกับเกม และอยากช่วยทีมชนะ'

กับเรื่องดีที่ว่ามานี้ รวมทั้งภาพรวมเรื่องความแข็งแกร่งของทีม แม้รีซจะไม่โอเคกับผลการแข่งขันที่ออกมา อย่างไรก็แล้วแต่ ทั้งหมดเป็นการตอกย้ำมุมมองของเจ้าตัวเองว่า นี่คือทีมเชลซีที่มีโอกาสลุ้นโทรฟี่ ฤดูกาล 2022/23

'ไม่ต้องสงสัยใด ๆ เลย เป้าหมายของพวกเราคือคว้าแชมป์ให้ได้ในทุก ๆ รายการ ชนะในทุกเกมที่เราลงไปสู้ ผมเชื่อว่าเรามีทุกอย่างที่จำเป็นในฤดูกาลนี้ เพื่อที่จะก้าวไปให้สุดทาง และจะปิดฉากฤดูกาลด้วยการคว้าโทรฟี่บางอย่างมาครอง

'เป้าหมายของพวกเราคือชัยชนะ เราอยู่ที่นี่เพื่อคว้าชัยชนะ ไม่มีเหตุผลใดที่เราจะไม่ชนะด้วยขุมกำลังที่มี ผมคิดว่านี่คือทีมที่พิเศษและเป็นหนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ทุก ๆ การแข่งขันที่เรามีส่วนร่วม พวกเราเชื่อมั่นว่าจะชนะได้ และเราพร้อมจะแสดงให้เห็นในฤดูกาลนี้ครับ'