คืนวันเสาร์ที่ผ่านมา จอร์จินโญ่ยิงประตูให้อิตาลีผ่านเข้ารอบยูโรได้จากชัยชนะในเกมเหย้าพบกรีซด้วยสกอร์ 2-0

กองกลางเชลซีทำประตูได้ที่กรุงโรมจากจุดโทษในนาทีที่ 63 ก่อนที่เฟเดริโก้ แบร์นาเดสคี่จะยิงประตูที่สองให้ทีมเก็บสามแต้มได้สำเร็จ

ก่อนจังหวะจุดโทษ อิตาลีครองบอลได้เยอะแต่สร้างโอกาสไม่ได้มากนัก และชัยชนะครั้งนี้ทำให้ทีมเก็บชัยชนะได้เป็นนัดที่ 7 จากทั้งหมด 7 นัดในรอบแบ่งกลุ่มที่ผ่านมา การันตีการผ่านเข้ารอบยูโร 2020 ได้ด้วยการเหลือเกม 3 นัดให้แข่ง

จุดโทษยังมีส่วนสำคัญในเกมของสเปนเช่นเดียวกัน ทีมสเปนนำก่อน 1-0 ในเกมเยือนนอร์เวย์และทำท่าว่าจะจบลงด้วยสกอร์นั้น แต่มาเสียจุดโทษในนาทีที่ 90+2 จากจังหวะที่เกปาไปทำฟาวล์แล้วโดนใบเหลือง ทำให้เกมจบลงที่สกอร์เสมอกัน

ผลเสมอทำให้สเปนยังต้องรอการันตีผ่านเข้ารอบอีกนัด ตอนนี้นำสวีเดนอยู่ 5 แต้มและมีเกมที่ต้องแข่งเหลืออีก 3 นัด และจะไปเยือนสวีเดนในคืนวันอังคารนี้

สเปนได้ประตูนำจากซาอูล นิเกซ ห้องเครื่องแอตเลติโก้ มาดริด ได้ประตูในช่วงหลังพักครึ่ง ต่อมามีโอกาสลุ้นประตูอีกสองครั้งแต่ยังทำอะไรไม่ได้มาก จนถึงจังหวะที่เกปาต้องป้องกันประตูแล้วเสียจุดโทษในช่วงครึ่งหลัง

อีกด้านหนึ่งในสแกนดิเนเวีย แอนเดรียส คริสเตนเซ่นและเด็นมาร์กขยับขึ้นเป็นท็อปกลุ่มร่วม จากชัยชนะเหนือสวิตเซอร์แลนด์ในบ้านตัวเองด้วยสกอร์ 1-0

คริสเตนเซ่นเป็นส่วนหนึ่งของทีมในการเก็บคลีนชีทจนกระทั่งถูกเปลี่ยนออกในนาทีที่ 87 สองนาทีหลังเด็นมาร์กยิงประตูโทนของเกมได้จากฝีเท้าของ ยุสซุฟ โพลเซน

ผลการแข่งนี้ทำให้เด็นมาร์กมีคะแนนเท่ากับไอร์แลนด์ และมีเกมที่ต้องแข่งอีกสองนัด

เกมที่เหลือจะแข่งในเดือนพฤศจิกายน พบกับจิบรัลต้าในบ้าน และต่อด้วยเกมเยือนไอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์มีเกมที่แข่งแล้วน้อยกว่า และยังมีโอกาสเข้ารอบอยู่