เกิดทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส โดยมีคุณพ่อคุณแม่เป็นชาวเซเนกัล ติดตามเรื่องราวของคาลิดู คูลิบาลี่ จากจุดเริ่มต้นจากทีมสมัครเล่นในบ้านเกิดอย่าง เอสอาร์ แซงต์-ดี

คาลิดู คูลิบาลี่ มีคุณพ่อและคุณแม่เป็นชาวเซเนกัล โดยเกิดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศฝรั่งเศส เส้นทางลูกหนังของเขา เริ่มต้นขึ้นที่สโมสรในบ้านเกิด ชื่อว่า เอสอาร์ แซงต์-ดี ไม่กี่วันหลังอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ เขาย้ายไปค้าแข้งให้กับทีมเม็ตซ์ สโมสรในลีก เดอซ์ ซึ่งเจ้าตัวทำผลงานโดดเด่นกับทีมเยาวชน ก่อนก้าวไปติดทีมชุดใหญ่ก่อนเริ่มต้นซีซั่น 2010/11 เขาปิดฉากฤดูกาลดังกล่าวด้วยการเป็นตัวจริงภายในทีม ลงสนามรวม 19 นัด และยิงประตูแรกในการค้าแข้งระดับอาชีพใส่เคลอร์ม็องต์ ซึ่งเม็ตซ์ รอดพ้นจากการตกชั้นอย่างหวุดหวิด

คูลิบาลี่ ทำผลงานโดดเด่นจนเขามีชื่อติดทีมชาติฝรั่งเศส รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี สำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกในซัมเมอร์ดังกล่าวที่ประเทศโคลอมเบีย เขาลงเล่นเคียงข้างนักเตะอย่าง อ็องตวน กรีซมันน์, อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ และ กาแอล กากูต้า เด็กปั้นของเชลซี ซึ่ง “ตราไก่ชุดเล็ก” จบในอันดับที่ 4 ส่วน คูลิบาลี่ ลงเล่นครบทุกนาทียกเว้นนัดเดียว

แม้ว่าเม็ตซ์ จะตกชั้นในฤดูกาล 2011/12 แต่ถือเป็นอีกหนึ่งซีซั่นด้านพัฒนาการอันน่าประทับใจสำหรับ คูลิบาลี่ ซึ่งเขาได้รับความไว้ใจให้สวมปลอกแขนกัปตันทีมในวัย 20 ปี จากเกมที่บุกเอาชนะโมนาโก สโมสรอื่น ๆ ในยุโรป เริ่มจับตาดูดาวเตะรายนี้ และเป็นเกงค์ ที่ดึงตัวไปร่วมทีมในเดือนมิถุนายน 2012

คูลิบาลี่ โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมใน 2 ปีที่ประเทศเบลเยี่ยม เขาได้สัมผัสกับเวทียุโรปเป็นครั้งแรก โดยลงสนามไป 18 นัดในรายการยูโรป้า ลีก ซึ่งเกงค์ ผ่านเข้าถึงรอบน็อคเอาต์ได้ทั้ง 2 ซีซั่น นอกจากนี้ยังได้แชมป์เบลเจี้ยน คัพ เมื่อปี 2013 อีกด้วย คูลิบาลี่ ทำผลงานเหนือชั้น ช่วยต้นสังกัดเอาชนะสต็องดาร์ด ลีแอจ, อันเดอร์เลชท์ และเซอร์เคิ่ล บรูจ ซึ่งระหว่างเส้นทางที่ผ่านไปสู่ความสำเร็จ เกงค์ เสียเพียงแค่ 1 ประตูเมื่อ คาลิดู อยู่ในสนาม

เขาแสดงความสารพัดประโยชน์ให้เห็นด้วยเช่นกัน ทั้งการทำหน้าที่เป็นมิดฟิลด์ตัวรับในเกมเอาชนะสปอร์ติ้ง ลิสบอน และถูกใช้งานเป็นแบ็คขวา ตำแหน่งที่นาโปลีจับไปยืนเป็นส่วนใหญ่ คูลิบาลี่ ลงสนามรวม 92 นัดให้กับเกงค์ ก่อนจะย้ายไปเล่นในเซเรีย อา

เนเปิ้ลส์ กลายเป็นบ้านของ คูลิบาลี่ มาตลอด 8 ปีหลังสุด โดยเขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพลเมืองกิตติมศักดิ์ในปี 2019 ดาวเตะรายนี้เป็นที่รู้จักในฐานะผู้สนับสนุนความยุติธรรมทางสังคม และนักรณรงค์ต่อต้านการเหยียดผิวอย่างแรงกล้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงหลังจากการเหยียดผิวที่เขาได้รับในอิตาลี คูลิบาลี่ ยังได้ทำงานที่สำคัญในประเทศเซเนกัลเพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาส

ในสนาม คูลิบาลี่ ถือเป็นหนึ่งในนักเตะต่างชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนาโปลี เขาเป็นตัวหลักตลอด 8 ฤดูกาล ผ่านการลงสนามรวม 317 นัด ยิงไป 14 ประตู คูลิบาลี่ เป็นกำลังสำคัญ ช่วยให้ “อัซซูร่า” ก้าวขึ้นมาเป็นทีมลุ้นแชมป์ในประเทศอิตาลีอย่างเต็มตัว โดยเกือบซิวแชมป์เซเรีย อา เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ยุคที่สโมสรมี ดิเอโก้ มาราโดน่า และ จานฟรังโก้ โซล่า ตอนเป็นดาวรุ่ง

ปีแรกของ คูลิบาลี่ ในเนเปิ้ลส์ จบลงด้วยการคว้าแชมป์อิตาเลี่ยน ซูเปอร์ คัพ ด้วยการเอาชนะยูเวนตุส ซึ่งเขายิงจุดโทษลูกตัดสิน และผ่านไปถึงรอบรองชนะเลิศรายการยูโรป้า ลีก โดยมี ราฟา เบนิเตซ เป็นคนคุมทัพ

การมาของ เมาริซิโอ้ ซาร์รี่ อีกหนึ่งอดีตนายใหญ่เชลซี ช่วยยกระดับเกมการเล่นของ คูลิบาลี่ ไปอีกขั้น เขาถูกมอบหมายความรับผิดชอบพิเศษในด้านการครองบอล โดย คูลิบาลี่ ถูกกระตุ้นให้พาบอลขึ้นมาจากแดนหลัง เขารับบทบาทดังกล่าวได้อย่างน่าชื่นชม และมีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของเซเรีย อา ในซีซั่น 2015/16

เขาได้รับรางวัลดังกล่าวตลอด 3 ปีหลังจากนั้น และถูกโหวตให้เป็นกองหลังยอดเยี่ยมของเซเรีย อา ในปี 2019 ช่วงเวลานั้น นาโปลี ภายใต้การดูแลของ คาร์โล อันเชล็อตติ จบรองแชมป์ต่อยูเวนตุส 2 ฤดูกาลติดต่อกัน แต่ คูลิบาลี่ ถือเป็นนักเตะที่ได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ และมีผลงานโดดเด่นจากการอ่านเกม ความรวดเร็ว และความเหนียวแน่นในการครองบอล

ขุมกำลังที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ของนาโปลี มายุติการเฝ้ารอถ้วยรางวัลในเดือนมิถุนายน 2020 เมื่อพวกเขาเอาชนะยูเวนตุส ด้วยการดวลจุดโทษในศึกโคปปา อิตาเลีย รอบชิงชนะเลิศ หลังเสมอกันในเวลาแบบไร้สกอร์ และ คูลิบาลี่ ก็เล่นได้อย่างแข็งแกร่งดั่งภูผา

เช่นเดียวกับหลาย ๆ คนในช่วง 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา สถานการณ์โควิด-19 กอปรกับอาการบาดเจ็บ ส่งผลให้โอกาสการลงเล่นของคูลิบาลี่นั้นลดลงไป ทว่าเจ้าตัวก็ยังมีส่วนลงสนามช่วยนาโปลีไปถึง 71 เกม ในระหว่างนั้น ตัวเลขดังกล่าวมีโอกาสสูงขึ้นกว่านี้ หากเขาไม่ได้เป็นกัปตันทีมพาเซเนกัลทำศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ ที่ก้าวไปถึงตำแหน่งแชมป์เมื่อต้นปีที่ผ่านมา นี่ถือเป็นจุดสูงสุดในการลงรับใช้ทีมชาติของคาลิดู มาจนปัจจุบัน

คูลิบาลี่ ลงเดบิวต์ในนามทัพสิงโตแห่งเตรานก้า เมื่อปี 2015 โดยเลือกลงรับใช้ทีมชาติที่เป็นประเทศของคุณพ่อคุณแม่ และกลายเป็นขาประจำนับแต่นั้น ถึงตอนนี้เจ้าตัวลงเล่นทีมชาติไปแล้ว 62 เกม เขาเคยลงสนามครบทั้ง 3 นัดในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่พวกเขาพลาดการผ่านสู่รอบน็อคเอาต์ไปแบบมีลุ้น นอกจากนี้ ในปีต่อมา คาลิดูยังเป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติลงบู๊ในศึกชิงแชมป์แห่งชาติของทวีปแอฟริกา ที่ผ่านไปถึงรอบชิงชนะเลิศ แต่เขาไม่ได้ลงสนามเพราะติดโทษแบน ก่อนเซเนกัลจะอกหักพลาดท่าต่ออัลจีเรีย

กว่าที่คูลิบาลี่พร้อมเพื่อนร่วมทีมเซเนกัล จะกู้สถานการณ์จากที่พลาดแชมป์หนก่อนหน้า ต้องใช้เวลารอพักหนึ่ง เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดใหญ่ของโควิด ทำให้ทัวร์นาเมนต์มีอันต้องล่าช้าไป คาลิดู พลาดลงเล่นในรอบแบ่งกลุ่ม 2 นัดแรก เหมือนกับ เอดู เมนดี้ เพราะการติดเชื้อโควิด แต่พวกเขากลับมาช่วยทีมชาติผ่านรอบน็อคเอาต์ และโค่นอียิปต์ด้วยการดวลจุดโทษตัดสินในนัดชิงชนะเลิศ คาลิดู เป็นหนึ่งในคนที่สังหารเข้าไป และเขาเป็นคนชูถ้วยรางวัลหลังเกมสิ้นสุดลง ทำเอาแฟน ๆ ในกรุงดาการ์ได้เฮสนั่น เมื่อชาติของเขาคว้าแชมป์ระดับทวีปได้เป็นหนแรก