วิลเลี่ยนและรีซ เจมส์ อาจจะอยู่คนละจุดในการค้าแข้ง แต่ทั้งคู่ก็มีฟอร์มการเล่นที่ทำให้แฟรงค์ แลมพาร์ดต้องมาพูดถึงอนาคตของทั้งคู่ และยังเล่ามุมมองเกี่ยวกันการไล่ล่าแชมป์พรีเมียร์ลีกในตอนนี้

ถือเป็นช่วงสัปดาห์ที่ยิ่งใหญ่สำหรับเจมส์ที่ได้ลงทำประตูได้ในเกมเสมออาแย็กซ์ 4-4 และลงโชว์ฟอร์มเก่งอีกครั้งในนัดชนะคริสตัล พาเลซ 2-0 ทำให้ทีมขยับขึ้นไปอยู่อันดับสามก่อนเข้าสู่ช่วงเบรกทีมชาติ

แบ็คขวาของเรายังไม่อายุครบ 20 ปีจนกว่าจะถึงเดือนหน้า และเขากลับมาเล่นให้ทีมตั้งแต่ต้นฤดูกาลหลังถูกยืมไปเล่นให้วีแกนมาก่อนหน้านี้

เจมส์จะไปเล่นให้ทีมชาติอังกฤษชุด U21 ในเกมที่จะพบอัลแบเนียและฮอลแลนด์ ซึ่งเจมส์ได้รับคำชื่นชมจากผู้จัดการทีมของเชลซีด้วย

“เขามีศักยภาพที่ดีพอจะไปได้ไกล” แลมพ์เผย “ยากที่จะตัดสินว่าเขาทำอะไรได้หรือไม่ได้ แต่ผมคิดจากที่เห็นจากการฝึกซ้อมและตอนที่เขาเล่นให้วีแกน ทั้งโจดี้ มอร์ริสและโจ เอ็ดเวิร์ดเองก็รู้จักเขาดีมาตั้งแต่รุ่นเล็กแล้ว”

“นักเตะรุ่นใหญ่มักจะแสดงความนับถือนักเตะรุ่นเยาว์เสมอ เราได้เห็นศักยภาพของเด็กๆ มาแล้ว ถือเป็นสัญญาณที่ดี ผมเชื่อมั่นว่าเขาจะไปได้ไกลแน่นอน”

“พรสวรรค์และความสามารถของเขาเป็นแค่จุดเริ่มต้นเรื่องราวต่างๆ เท่านั้น ยังมีอะไรรออยู่ข้างหน้าอีกมาก และเจมส์มีโอกาสที่จะเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีมเชลซีได้ไม่ยากเลย”

ฤดูกาลที่แล้วเจมส์เป็นนักเตะที่ลงในตำแหน่งกองกลางให้วีแกน แต่แลมพาร์ดก็ไม่ปิดโอกาสที่จะให้เขาเล่นในตำแหน่งอื่นๆ แน่นอนว่าไม่ได้มองไปไกลจากตำแหน่งเก่ามากนัก

“แบ็คขวาเป็นตำแหน่งที่เขาทำได้ดี ไม่ว่าจะเป็นทั้งวิงแบ็คขวาหรือกองกลางฝั่งขวา เขาสามารถรับมือกับตำแหน่งโซนนั้นได้ดีมากเลย”

“ในตอนนี้เรามีนักเตะที่ดีหลายคนที่เคยเล่นในตำแหน่งนั้นมาแล้วเช่นกัน แต่เขาสามารถทำได้ไม่ต่างกันเพราะเขาเติบโตมาตลอดทั้งการค้าแข้ง”

เจมส์ลงเล่นในเกมพบพาเลซในตำแหน่งของเซซาร์ อัซปิลิเกวต้า แลมพาร์ดยอมรับว่าการตัดสินใจเปลี่ยนตัวครั้งนี้มาจากการมองภาพรวมของฤดูกาลที่ยาวนานและยาก

“อัซปิลิเกวต้าเข้าใจดีอย่างที่มืออาชีพทำกัน มันไม่ใช่ปัญหาอะไรเลย” แลมพ์เสริม “แน่นอนว่าเขาอยากลงเล่นแต่ผมคิดว่าเขาเข้าใจศักยภาพของรีซไม่ต่างกัน”

“เขาลงเล่นทุกเกม ทุกนาทีเว้นแต่เกมคาราบาว คัพ ดังนั้นผมไม่คิดว่าการให้เขาพักจะเป็นเรื่องร้ายแรง ตอนนี้เขามีเวลาพักมากขึ้นและเรามีเกมที่หนักรออยู่หลังเบรกทีมชาติ”

แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงจะทำให้อายุเฉลี่ยของทีมเราเหลือ 24 ปี 88 วันเท่านั้น แต่ก็ยังคงมีดาวเตะรุ่นใหญ่เหลืออยู่อย่างวิลเลี่ยนที่สวมปลอกแขนกัปตันทีมแทนอัซปิลิเกวต้า

แข้งแซมบ้าของเราเป็นนักเตะคนเดียวที่อายุมากกว่า 28 ปีในทีมที่ลงสนามในเกมพบพาเลซ แต่การที่อายุ 31 ปีก็ไม่ใช่เรื่องที่แลมพาร์ดจะกังวลหากทำผลงานได้ดีมากพอ

“ผมรู้ว่าวิลเลี่ยนเก่งมากเพราะเราเคยเล่นด้วยกันมาแล้ว แต่ช่วงสองปีล่าสุดเขาไม่ค่อยได้ลงเล่นมากนัก เมื่อมองจากข้างนอกมาผมอยากเห็นเขาแฮปปี้นะ ผมรู้จักเขาและเขาก็แฮปปี้ดี เขาเป็นคนที่คุยกันง่ายและรักฟุตบอลมากเลยด้วย” แลมพาร์ดกล่าว

“นั่นคือเรื่องแรก เมื่อผมมองเขาในช่วงต้นฤดูกาล เขาคือคนสำคัญของผมและแผนการเล่นของเราด้วย เขาเก่งในเรื่องการครองบอลและทะลวงผ่านคู่แข่ง ทั้งยังสร้างโอกาสจากการวางบอลยาวได้อีกด้วย”

“เมื่อไม่ได้ครองบอลเขาก็เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคัลลัม ฮัดสัน-โอดอย, คริสเตียน พูลิซิช และดาวรุ่งคนอื่นๆ เขาทำหน้าที่อีกด้านได้อย่างดี เป็นหนึ่งในนักเตะมากประสบการณ์ที่ช่วยเหล่าดาวรุ่งของเราได้มากเลยจริงๆ”

“การเล่นแบบไม่เห็นแก่ตัวเป็นประเด็นหลักสำหรับผมมาเสมอ การเล่นในจังหวะที่ไม่มีบอลและคิดล่วงหน้าถึงตอนที่มีบอลคือสิ่งที่เราต้องการทำให้ดี เมื่อคุณมีอะไรแสดงให้เห็นเป็นตัวอย่างในสนาม มันสะท้อนอะไรหลายๆ อย่างได้เลยนะ”

แม้ว่าจะยังไม่ได้คุยรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับสัญญา แต่แลมพาร์ดก็ชัดเจนในเรื่องอนาคตของวิลเลี่ยน

“ผมไปยุ่งเรื่องเงินไม่ได้ มันขึ้นอยู่กับสโมสร แต่ผมคิดว่าทุกคนเห็นแล้วว่าผมเชื่อในตัววิลเลี่ยน ผมชอบที่มีเขาอยู่ในทีมเชลซีนี้”

จากการที่นักเตะหลายคนมุ่งหน้าไปเล่นให้ทีมชาติของตัวเอง ทำให้พรีเมียร์ลีกไม่มีแข่งไปอีกสองสัปดาห์

หลังเบรกสิ้นสุดลงเราจะไปเจอกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และแลมพาร์ดได้พูดถึงประเด็นการไล่ล่าแชมป์ด้วย

“ผมไม่มองไปไกลกว่าเกมถัดไปหรอกครับ และเกมต่อไปเราจะเจอกับแมนฯ ซิตี้” แลมพ์กล่าว “ดีนะที่เราอยู่เนือซิตี้เพราะผมนับถือพวกเขามาก แต่แน่นอนว่าผมจะไม่ประกาศกร้าวออกมาว่าเราคือทีมที่ลุ้นแชมป์ในตอนนี้”

“เรายังใหม่ ยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน มันเร็วไปที่จะว่ากันในเรื่องนั้นเพราะเรายังไม่ผ่านหนึ่งในสามของช่วงเวลาในฤดูกาลนี้เลย หากเราสามารถรักษาฟอร์มการเล่นที่ดีนี้ได้ แน่นอนว่าเราก็มีโอกาสลดระยะห่างได้มากขึ้น นี่คือก้าวแรกของเรา”