แฟรงค์ แลมพาร์ดพูดคุยถึงความคิดเห็นที่ว่ารูดิเกอร์แสดงออกมากเกินไปจากจังหวะที่โดนปะทะจากซน เฮือง-มิน ซึ่งทำให้แข้งแดนกิมจิโดนใบแดงไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยแลมพาร์ดยืนยันที่จะหนุนหลังกองหลังของเชลซี

บอสของเราถูกถามความเห็นเรื่องนี้ในระหว่างการแถลงข่าววันคริสต์มาสอีฟ หลังจากที่โชเซ่ มูรินโญ่บอกว่าทุกคนควรเล็งเป้าไปที่รูดิเกอร์ในจังหวะนั้น

“จากเหตุการณ์ในเกมของรูดิเกอร์ เรารู้ว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ หลังจากที่เขาโพสท์ข้อความลงโซเชี่ยลมีเดีย แน่นอนว่าเขาต้องผิดหวังกับการถูกเหยียดในเกมอยู่แล้ว”

“ผมได้กล่าวหลังเกมไว้ว่ามันไม่ใช่ใบแดงที่เกิดจากความรุนแรง แต่มันคือใบแดงที่เกิดจากสถานการณ์ที่สมควรโดนในฟุตบอลสมัยใหม่ VAR ใช้เวลา 2 นาทีเพื่อตรวจสอบ ดังนั้นไม่มีทางเลยที่กรรมการจะไม่เห็น ผมคิดว่ามันชัดเจนมากเลยนะ และผมไม่สงสัยอะไรในตัวรูดิเกอร์เลย”

“หากจะมีคำถามเกี่ยวกับจังหวะที่ผู้เล่นยืนหรือล้มลงไปในเกมพรีเมียร์ลีก มีสองเหตุการณ์ในช่วง 15 นาทีสุดท้ายของเกมที่นักเตะท็อตแน่มล้มในกรอบแล้วพยายามเรียกจุดโทษ เรามาคุยกันได้เลย ไม่ใช่แค่เรื่องใบแดงนะ แต่มีอีกหลายจังหวะในหลายๆ เกมเลยที่มีข้อสงสัยแบบนั้น ผมหนุนหลังรูดิเกอร์เต็มที่เลยในประเด็นนี้”

จากการที่นักเตะได้หยุดพักกันไปเมื่อวานนี้ ทำให้วันนี้แลมพาร์ดมีโอกาสได้คุยกับรูดิเกอร์ตัวต่อตัวเป็นครั้งแรกเกี่ยวกับประเด็นที่โดนเหยียดผิวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

“ผมเห็นข้อความของโทนี่บนโซเชี่ยลมีเดียแล้ว และผมคิดว่าเขาพูดได้ดีนะ” แลมพาร์ดกล่าว

ข้อความทางโซเชียลมีเดียของรูดิเกอร์

"มันน่าเศร้ามากที่เห็นการเหยียดผิวแบบนี้ในเกมฟุตบอลเกิดขึ้นอีกแล้ว และผมคิดว่ามันจำเป็นมากที่จะต้องพูดถึงเรื่องนี้ต่อสาธารณะ เพราะถ้าหากไม่พูดเลย มันจะถูกลืมหายไปภายในวันสองวัน (เหมือนทุกครั้ง)" "ผมไม่อยากเหมารวมทั้งสโมสรท็อตแน่มในเหตุการณ์นี้ เพราะผมรู้ว่ามันเป็นเพียงแค่พวกงี่เง่าไม่กี่คนที่ก่อเรื่อง ผมได้รับข้อความกำลังใจสนับสนุนจากแฟนบอลของสเปอร์สผ่านทางโซเชียลมีเดียจำนวนมากในไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา - ขอบคุณมากๆ นะครับ"

"ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ที่ก่อเหตุจะถูกจับได้และได้รับการลงโทษในเร็วๆ นี้ และในโลกฟุตบอลสมัยใหม่อย่างเช่นในสนามท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ที่มีกล้องทีวีและกล้องวงจรปิดเป็นโหลๆ อยู่ทุกซอกทุกมุม มันจะต้องหาตัวคนทำผิดพบและได้รับบทลงโทษ"

"หรือไม่ ก็จะต้องมีพยานที่เห็นเหตุการณ์นี้ภายในสนาม ที่ได้เห็นและได้ยินกับสิ่งที่เกิดขึ้น มันน่าละอายมากนะครับที่เหตุการณ์แบบนี้ยังมีอยู่ในปี 2019 เมื่อไหร่เรื่องแบบนี้มันจะหมดสิ้นไปสักที"

“มันออกมาจากใจ แน่นอนว่านี่คือสิ่งที่เขารู้สึกกับมันอย่างเต็มที่ ผมอยากให้ลูกทีมรู้ว่าผมอยู่ข้างพวกเขาเสมอเวลาที่เจอเรื่องแบบนี้ แทมมี่เองก็เคยเจอแบบนี้ ผมหนุนหลังทุกคนเต็มที่เลยในกรณีที่เกิดปัญหาแบบนี้ขึ้น”

แลมพาร์ดถูกถามเกี่ยวกับประเด็นการเหยียดผิว และการจู่โจมผู้เล่นในสนามว่ารุนแรงขึ้นกว่าตอนที่เขาเล่นอยู่หรือไม่ แลมพ์กล่าวถึงประเด็นการเหยียดผิวไว้ว่า

“นี่คือปัญหาของสังคมและโลกฟุตบอล ซึ่งทุกคนต้องรับมือกับมันให้เต็มที่ เราในฐานะเชลซีรู้สึกได้และจะจัดการกับเรื่องนี้ให้ดีที่สุดในทุกโอกาสที่เราเจอ”

ส่วนประเด็นการจู่โจมหรือขว้างปาสิ่งของใส่นักเตะ เขาตอบว่า

“ผมคิดว่ามันรุนแรงมากเลยนะในตอนที่ผมยังเล่นอยู่ ผมเคยไปเล่นในไวท์ ฮาร์ท เลนและมันรุนแรงมากเลย ไม่ใช่แค่ที่นั่นนะ เกมลอนดอนดาร์บี้อื่นๆ ก็ด้วย ทีมที่มาเยือนสแตมฟอร์ด บริดจ์เองก็น่าจะรู้สึกได้เช่นกัน”

“ผมไม่มั่นใจนะว่าตอนนี้มันรุนแรงขึ้นกว่าเดิมไหม บางทีเราอาจจะเฝ้าระวังเรื่องแบบนี้กันมากขึ้น และผมไม่ได้พูดถึงแค่เรื่องของโทนี่ รูดิเกอร์เท่านั้น ผมพูดในมุมกว้างเลย เมื่อเราจำแนกเหตุการณ์ออกมา มันทำให้เราอาจจะลืมไปว่าปัญหาความรุนแรงและก้าวร้าวทั้งในโซเชี่ยลมีเดียและในสนามแข่งมันเกิดขึ้นเยอะมาก และเราทุกคนจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาร่วมกัน”

“ผมได้พูดคุยเกี่ยวกับโซเชี่ยลมีเดียมาเยอะมาก และเรารู้ว่ามันเหมือนช่องทางให้คนมาระบายความหัวร้อนและกล่าวร้ายใส่คนอื่นได้ง่าย ไม่ใช่แค่ในโลกฟุตบอลเท่านั้น แต่มันเกิดขึ้นในโลกทุกที่เลย นี่คือเหตุผลที่ผมไม่ได้โกรธอะไรกับเรื่องนี้มากนัก”