หลังเซ็นสัญญาใหม่กับเชลซีไปในวันนี้ เมสัน เมาท์เชื่อว่าช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นกำลังรอเขาอยู่ในสแตมฟอร์ด บริดจ์

นักเตะวัย 20 ปีรายนี้เซ็นสัญญาใหม่เป็นระยะเวลา 5 ปี หลังจากที่ทำผลงานในตอนที่ถูกยืมตัวไปเล่นให้ดาร์บี้ เคาน์ตี้ในฤดูกาล 2018/19 ได้อย่างน่าประทับใจ และตอนนี้จะเดินทางร่วมกับทีมไปทัวร์พรีซีซั่นที่ญี่ปุ่น

ตั้งแต่ที่กลับมาสิงห์บลูส์เพื่อฝึกซ้อมช่วงพรีซีซั่น กองกลางรายนี้ได้กลับมาทำงานร่วมกับแฟรงค์ แลมพาร์ดอีกครั้ง และเขาเชื่อว่าการทำงานอย่างใกล้ชิดด้วยกันกับ “ไอดอล” ของเขาจะทำให้ฟอร์มของเขานั้นดีมาก

เมาท์เริ่มต้นช่วงซัมเมอร์ได้อย่างสมบูรณแบบด้วยการทำประตูในเกมพบเซ็นต์ แพทริก ที่ดับลินเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา และเริ่มต้นสัปดาห์นี้ด้วยการเซ็นสัญญาใหม่กับสโมสรไปจนถึงปี 2024

“นี่คือช่วงเวลาที่น่าภูมิใจสำหรับตัวผมและครอบครัว” เขากล่าวหลังเซ็นสัญญาใหม่ “ผมเข้าร่วมทีมนี้ในวัย 6 ปี และผมมักจะมีเป้าหมายในการมาเล่นในทีมชุดใหญ่เสมอ”

“ผมตั้งตารอคอยฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะมาถึง และกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อได้เป็นส่วนหนึ่งของเชลซี ผมอยู่กับสโมสรนี้มานานและหวังอย่างยิ่งว่าจะได้อยู่กับทีมต่อไปอีกนานยิ่งขึ้น”

นักเตะทีมชาติอังกฤษชุด U21 เชื่อว่านี่คือช่วงเวลาที่สมบูรณ์แบบในการเป็นนักเตะดาวรุ่งที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยมีแลมพาร์ดพร้อมกับโจดี้ มอร์ริส, โจ เอ็ดเวิร์ด และเอ็ดดี้ นิวตั้น

“นักเตะรุ่นเยาว์รู้สึกว่าที่นี่มีเส้นทางหลากหลาย และนั่นทำให้ทุกคนต่างก็ไล่ล่าโอกาส ซึ่งมันทำให้เรามั่นใจที่จะฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ พยายามเล่นให้อยู่ในทีม และทำงานอย่างหนักเพื่อให้มีโอกาสมีส่วนร่วมในทีมหลัก” เขากล่าวต่อ

“นั่นคือเป้าหมายของผมในฤดูกาลนี้ ผมอยากจะสู้เพื่อตำแหน่งของตัวเอง และการได้ลงแข่ง 80 นัดในช่วงสองฤดูกาลที่ผ่านมาทำให้ผมมีพื้นฐานที่ดีในการกลับมาอีกครั้ง นี่คือช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นจริงๆ”

ผลงานของลอฟตัส-ชีค, ฮัดสัน-โอดอย และคริสเตนเซ่นในทีมชุดใหญ่นั้นเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันสำหรับดาวรุ่งในทีมลอนดอนตะวันตกนี้ แลมพาร์ดเองก็ตั้งใจที่จะเชื่อมั่นในตัวดาวรุ่งของทีม แต่บอสเองก็ชัดเจนว่าโอกาสจะได้มาก็ต่อเมื่อเมาท์ผ่านบททดสอบที่แสนท้าทายไปได้ก่อน

“ผมได้เห็นคัลลัมและรูเบ็นลงเล่นในช่วงฤดูกาลที่ผ่านมาหลายนัด มันทำให้ผมดีใจนะทีเห็นพวกเขาทำได้ดี” เมาท์อธิบาย “น่าตื่นเต้นมากที่กลับมาอีกครั้ง และผมคิดว่าตัวเองก็สามารถทำแบบนั้นได้ พวกเขาก้าวขึ้นไปได้เมื่อตอนที่มีโอกาสเข้ามา และตอนนี้ผมก็จะทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะทำแบบเดียวกับพวกเขาให้ได้”

ความสัมพันธ์ระหว่างเมาท์และแลมพาร์ดเป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับแฟนบอลเชลซี จากการที่มีตัวเลือกในการไปเล่นให้มากมายในการยืมตัวครั้งที่สองหลังมีฤดูกาลที่ดีกับวิเทสส์ อาร์เน่มในฤดูกาล 2017/18 แต่เมาท์ก็เลือกที่จะเล่นในดิวิชั่นสองของอังกฤษเพื่อทำงานกับชายที่เขายกให้เป็นไอดอลมาตลอด

เมาท์เป็นส่วนสำคัญในทีมดาร์บี้ของแลมพาร์ดนำเกมบุกด้วยความชาญฉลาด และยังเล่นได้ดีเมื่อครองบอล เขาอายุครบ 20 ปีในช่วงกลางฤดูกาล แต่จบด้วยการยิงประตูและแอสซิสต์รวม 16 ครั้ง ช่วยให้ทีมดาร์บี้เกือบได้เลื่อนชั้นขึ้นมาในพรีเมียร์ลีก ในช่วงที่เขาบาดเจ็บในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมนั้นดาร์บี้คว้าชัยชนะได้เพียง 2 จากทั้งหมด 10 นัด

“ตั้งแต่ที่เข้าร่วมทีมเชลซีในตอนหกขวบ แฟรงค์เป็นไอดอลของผมมาตลอด” เมาท์กล่าว “เขาเป็นนักเตะเชลซี และเป็นกองกลางตัวรุกเหมือนผม ดังนั้นผมมองเขาเป็นตัวอย่างมาเสมอ การได้เล่นกับเขาที่ดาร์บี้เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผมเลย เพราะผมไม่เคยมีใครให้เรียนรู้ได้ในทุกวันดีมากไปกว่านี้แล้ว”

“เป็นปีที่ยอดเยี่ยมมากสำหรับผม และการกลับมาที่เชลซีด้วยกันกับเขามันดีมากเลย เป็นช่วงเวลาที่สมบูรณ์แบบจริงๆ”

การทำงานร่วมกับแลมพาร์ดทำให้เขาเข้าใจดีถึงแนวทางในการทำงานของบอสใหม่ของเรา และสิ่งที่แลมพาร์ดต้องการจากนักเตะ

“เราต้องการเล่นเกมรุก เราอยากจะกดดันคู่แข่งและแย่งบอลมาให้ได้โดยเร็วที่สุดเมื่อเสียบอลไป” เมาท์กล่าว “นั่นคือสิ่งที่แฟรงค์อยากให้เราทำให้ได้ และมันจะไปได้สวยมากเลย อย่างที่เราเคยเห็นกับดาร์บี้มา เราวิ่งและทำงานกันหนักมาก ในช่วงพรีซีซั่นนี้เราทุกคนกำลังทำให้ได้แบบนั้นอยู่”

แลมพาร์ดยังได้พูดในวันที่ได้รับการแต่งตั้งว่าเขาอยากให้นักเตะรู้สึกถึงการเป็นส่วนหนึ่งของสโมสร และแสดงความหลงใหลทุกครั้งที่ลงสนาม สำหรับดาวรุ่งอย่างเมาท์นั้น เขาต้องการที่จะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด

“ทุกครั้งที่ผมสวมเสื้อเชลซี ไม่ว่าจะลงซ้อมหรือลงแข่ง ถือเป็นเกียรติอย่างสูงเลยสำหรับผม” เขาอธิบาย “เมื่อคุณอยู่กับสโมสรมานานและได้สวมเสื้อทีม คุณจะอยากลงสนามไปแล้วทำให้ดีที่สุด นั่นคือสิ่งที่ผมตั้งตารอคอยมาตลอด”

“ทีมเราเหลือเชื่อมาก มีนักเตะเวิลด์คลาสมากมายอยู่ในทีม ดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผมในตอนนี้คือเรียนรู้ให้ได้มากที่สุด ผมอยากจะเล่นให้เชลซีมากที่สุด อยากทำประตูและแอสซิสต์ และทำงานหนักที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้เลย”