เมสัน เมาท์บอกว่าเขากลัวที่จะเจ็บหนักจากการปะทะในเกมแชมป์เปี้ยนส์ ลีกนัดล่าสุดจนทำให้ต้องออกจากสนามตั้งแต่ต้นเกม

หลายคนคงเห็นแล้วว่าการปะทะของเขากับโกเกอแล็งในเกมพบบาเลนเซียหนักขนาดไหน และคงเดาได้ว่าเมาท์จะคิดอะไรอยู่ในหัว

“ทันทีที่ผมโดนปะทะ ผมคิดเลยว่าเจ็บยาวแน่เลยเรา” เมาท์รายงาน

“แต่หลังจากนั้นผมก็ใจเย็นและรู้ว่ามันไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด วันต่อมาผมวิ่งเหยาะๆ ได้และรู้ว่ามีโอกาสได้ลงเล่นในเกมพบลิเวอร์พูล”

“ผมรู้สึกดีขึ้นแล้วแต่ก็ยังเจ็บอยู่นิดหน่อย วันก่อนแข่งผมรู้สึกดีขึ้นเยอะเลยนะ”

ก่อนเกมพบลิเวอร์พูล แฟรงค์ แลมพาร์ดเผยว่าเขามีคำถามกับอาการบาดเจ็บของดาวเตะวัย 20 ปีรายนี้ แต่หลังจากที่ลงเล่น 90 นาทีได้ เมาท์ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าไม่มีความเสี่ยงอะไรเลย

“คุณต้องเอาการบาดเจ็บทิ้งไปจากหัวซะแล้วโฟกัสที่เกมอย่างเดียว” เมาท์กล่าว “เมื่อผมมีโอกาสผมลองหมุนข้อเท้าดูเล็กน้อย แล้วผมรู้สึกปกติมากตลอดทั้งเกมเลย”

“ไม่ว่าใครก็คงไม่อยากให้เกมแรกในแชมป์เปี้ยนส์ ลีกของตัวเองต้องจบลงเร็วหรอกครับ” เมาท์บอก “แต่นี่แหละ

ฟุตบอล มันเกิดขึ้นได้ ผมพยายามมองในแง่ดีอยู่เสมอ ตั้งตารอเกมพบลิเวอร์พูลและตั้งเป้าว่าผมต้องหายให้ทันเกมนั้น ผมคิดว่าตัวเองเป็นคนที่ฟื้นตัวได้เร็วนะ เราทำงานกันเต็มที่เพื่อให้ผมกลับลงสนามได้ทัน”

เมื่อประเมินเกมแพ้ลิเวอร์พูล 2-1 เมาท์รู้สึกว่าเรามีแรงผลักดันที่ดีมากมายให้เก็บเกี่ยวหลังทำผลงานได้ดีจากจังหวะสกอร์ตาม 2-0

“เราเจอกับหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในลีก และในช่วงครึ่งหลังผมคิดว่าเราครองเกมได้เลยนะ ลิเวอร์พูลมีโอกาสอยู่บ้างแต่ครึ่งหลังต้องบอกเลยว่าทรงบอลเราเหนือกว่ามาก”

“ถ้าคุณได้ดูเกมที่เราแข่ง เราเก็บจุดที่ดีได้จากทุกเกมเลยนะ แต่เราจำเป็นต้องชนะเกมเหย้า นี่คือสิ่งที่เราต้องโฟกัสเรากำลังทำได้ดีในเกมเยือน แต่ตอนนี้ต้องสร้างป้อมปราการในบ้านให้ดีกว่านี้ และเราแสดงให้เห็นแล้วในช่วงครึ่งหลัง”

“ลูกตั้งเตะสร้างปัญหาให้เรามากเลย นี่คือสิ่งที่เราต้องปรับปรุง เราจะทำงานตรงนี้กันให้เต็มที่เลย”

เมาท์รู้สึกว่าแฟนบอลในสแตมฟอร์ด บริดจ์ให้การสนับสนุนทีมเสมอไม่ว่าผลจะออกมาเป็นยังไงในช่วงแรก

“แฟนๆ เห็นว่าเราใส่เต็มที่กันแค่ไหนตลอดทั้งเกม พวกเขารู้สึกได้เลยว่าเราน่าจะได้อะไรจากเกมนั้นบ้าง เราต้องชนะเกมเหย้าให้ได้โดยเร็วที่สุดเพื่อแฟนบอล”

อ่าน : แฟรงค์ แลมพาร์ด กับการแพ้ลิเวอร์พูล, สองดาวเตะที่ต้องชม, อัพเดทอาการของเอเมอร์สันและคริสเตนเซ่น