เมสัน เมาท์เชื่อ นับเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในสีเสื้อเชลซี เมื่อพูดถึงเกมบุกอัดสเปอร์ส 2-0 และการมีส่วนร่วมกับชัยชนะอันน่าจดจำในครั้งแรกของเรากับการเดินทางมาเยือนท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส สเตเดี้ยม

สำหรับเมาท์ถูกแฟรงค์ แลมพาร์ดจับลงเล่นเป็นหนึ่งในกองหน้าด้านในของระบบ 3-4-3 ที่ทำลายสเปอร์สและช่วยให้เราควบคุมเกมลอนดอน ดาร์บี้นี้ไว้ได้อย่างอยู่หมัด...

หลังผ่านช่วงเวลาอันยากลำบาก เก็บได้เพียง 3 แต้มจากทั้งหมด 15 คะแนนในพรีเมียร์ลีก ชัยชนะจึงเป็นเรื่องสำคัญมากในเกมเจอกับผู้ท้าชิงพื้นที่ท็อปโฟร์ของเราโดยตรงและมันก็กลายเป็นความหอมหวานในการมาเยือนคู่ปรับตัวฉกาจของเราที่นี่

“จนถึงตอนนี้นี่คือเกมที่ดีที่สุดของผมเลย” เมสัน เมาท์กล่าว “แน่นอนการยิงประตูในนัดประเดิมเกมแรกในบ้านมันมีความหมายต่อผม แต่ก็รู้ดีว่าเกมนี้มันมีความสำคัญขนาดไหน มันเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของทีม ผู้จัดการ ทีมสตาฟโค้ช และกับทั้งสโมสร”

“เราอยากที่จะมอบของขวัญแก่แฟนๆ ล่วงหน้าในวันคริสต์มาสและมุ่งทำงานกันต่อไป เพราะเราต้องการที่จะก้าวไปข้างหน้ามากกว่าถอยหลังและมานั่งกังวลว่าสถานการณ์ข้างหลังเราเป็นยังไง นับจากนี้เราแค่ต้องรวบรวมสมาธิเอาไว้ให้ได้”

“หลังจากแพ้ไปถึง 4 จาก 5 นัด แน่นอนทุกคนจะเริ่มส่งเสียงวิจารณ์ บรรดานักเตะดาวรุ่งจะต้องโดนวิจารณ์ ผู้จัดการทีมก็ต้องโดนวิจารณ์ ทุกอย่างมันจวนจะเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งเรารู้ดีว่าเกมนี้แหละคือจุดพลิกสถานการณ์”

“เรารู้ศักยภาพของพวกเราจากเกมในช่วงหลังว่ายังไม่ดีพอ เพราะฉะนั้นนี่เป็นเวลาที่เหมาะเจาะที่เราจะได้แสดงหัวจิตหัวใจ การต่อสู้ ความกระหายและความเชื่อมั่นที่เราจะสามารถมาที่นี่และเป็นผู้ชนะในเกมนี้ออกมา”

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการเปลี่ยนการยืนตำแหน่งนั้นเห็นผลเป็นอย่างมาก สังเกตจากความประหลาดใจจากทางลูกทีมของมูรินโญ่ ที่ไม่สามารถตอบสนองและรับมือต่อความยืดหยุ่นในระบบของเราได้ โดยรากฐานนี้ถูกวางให้แน่นมาตั้งแต่ช่วงพรีซีซั่น เมื่อแลมพาร์ดเตรียมระบบต่างๆ มากมายไว้ใช้กับทีมของเขา และแผน 3-4-3 นี้ก็เคยถูกหยิบมาใช้ในเกมบุกเอาชนะวูล์ฟและลีลล์นอกบ้านในช่วงต้นซีซั่นนี้มาแล้ว

ถึงแม้เมาท์เองจะไม่ได้เป็น 1 จาก 4 นักเตะที่คุ้นเคยกับระบบคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีกนี้ของเราเมื่อปี 2016-17 แต่ดาวรุ่งหน้าหล่อรายนี้ก็เคยสัมผัสการกับเล่นที่คล้ายคลึงนี้จากตอนเป็นเยาวชนในอะคาเดมี่ของเรา แถมยังออกมาชี้ว่าการทำงานหนักของเขาในสนามซ้อมตลอดสัปดาห์นั้นนำมาซึ่งความพร้อมสำหรับเกมดังกล่าว

“ทุกอย่างลงตัวดีมาก เราเคยได้ซ้อมมันมาบ้างแล้ว พวกเราจึงพอรู้ว่าแต่ละคนควรทำอะไรตรงไหน การยืนตำแหน่งและการเคลื่อนที่ยามไม่มีบอลคือสิ่งที่เราต้องทำให้ดี นี่คือการเปลี่ยนแปลงระบบครั้งใหญ่ ทุกคนต้องรู้ว่าพวกเขาจะต้องทำอะไร บีบพื้นที่ยังไง ควรทำอะไรตอนไม่ได้ครองบอล เพราะเรากำลังเผชิญหน้ากับทีมที่เล่นกับบอลได้เป็นอย่างดี”

“วันนี้ผมได้เล่นทางขวาและสูงขึ้นกว่าเดิม ซึ่งโดยปกติผมจะเล่นทางซ้ายแต่วันนี้ผมกับวิลเลี่ยนถูกจับให้เป็นหน้าต่ำที่สามารถฉีกไปด้านข้างได้ด้วย และเราก็ยังมีเซซาร์ อัซปิลิเกวต้าและมาร์กอส อลอนโซ่ที่สามารถดันขึ้นมาเล่นสูง สำหรับเรานี่มันเวิร์คจริงๆ แม้ระบบจะไม่ได้เปลี่ยนไปจนแปลกตานัก แต่มันก็ช่วยได้มากกับวิธีที่เราต้องการใช้เล่นในเกมนี้”

ความอิ่มเอมใจและรอยยิ้มคือสิ่งที่ปรากฎให้เห็นจากบรรดานักเตะและสตาฟของทีมเยือนเมื่อหมด 90 นาที หลังผ่านความกดดันที่แลมพาร์ดคอยกำชับถึงความสำคัญของเกมดาร์บี้นัดนี้อยู่เสมอ และในฐานะของผู้เล่นคนหนึ่งที่เติบโตมาในสีเสื้อเดอะบลูส์ เมสัน เมาท์เข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความหมายของการเจอกับคู่ปรับร่วมเมืองลอนดอนทีมนี้เป็นอย่างดี

“ผมรู้ว่าความหมายของมันตั้งแต่เด็กๆ แล้วล่ะ” เมาท์ กล่าว “แต่ก่อนนี้เราต้องออกไปเล่นที่สนามซ้อมของสเปอร์สเมื่อตอน 7-8 ขวบ มันเป็นเกมที่ใหญ่เสมอสำหรับนักเตะอายุน้อยอย่างพวกเรา รวมถึงนักเตะประสบการณ์สูงก็รู้สึกเช่นเดียวกันในวันนี้ เรารู้ดีว่าต้องคว้าสามแต้มเพื่อกอดท็อปโฟร์ต่อไป และเราก็พกความมั่นใจมาที่นี่อย่างเต็มเปี่ยม เพื่อแสดงให้เห็นว่าเรามีดีแค่ไหน”

“ดาร์บี้เป็นเรื่องของการสู้รบ นับตั้งแต่วินาทีแรกเรารู้ทันทีเลยว่ามันถึงเวลาสู้ เอาชนะพวกเขาในทุกๆ พื้นที่แล้วเดี๋ยวประตูจะมาเอง เป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมจากทุกคนซึ่งเรารู้ดีอยู่แล้วว่าพวกเราทำได้”

“เรามาเยือนสนามที่ไม่ใช่งานง่ายหลังผ่านช่วงเวลาที่มีผลงานไม่ค่อยสู้ดี จากนั้นก็สามารถกุมความได้เปรียบในเกมนี้เอาไว้ได้หมด นี่จึงเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่สำหรับผู้จัดการตลอดไปจนทุกคนในทีมนี้”

“การตอบสนองจากเกมนัดล่าสุดของเราคือกุญแจสำคัญ แฟรงค์บอกหลังเกมว่าเราไม่ได้แสดงถึงความกระหายที่จะเล่นออกมามากพอ เพราะฉะนั้นการมาที่นี่เพื่อทำมัน คือโอกาสครั้งใหญ่สำหรับเราที่จะแสดงให้ทุกคนเห็นว่าเรานั้นไม่ใช่ทีมที่จะผ่านไปได้ง่ายๆ และเราเองก็มีจิตวิญญาณนักสู้นั้นอยู่ในตัวด้วย”

ต้องยอมรับว่าสามคะแนนสำคัญนี้นั้นเกิดจากความทุ่มเทของทุกคน ในขณะที่เมาท์นั้นได้ออกมายกย่องถึงคุณภาพและความสม่ำเสมอของวิลเลี่ยน หลังแข้งชาวบราซิลรับหน้าที่เป็นพระเอกในเกมนี้จากสองประตูในช่วงครึ่งเวลาแรก

“เขาเป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมมาก” เมาท์กล่าวชม “ตอนเด็กผมเป็นแฟนตัวยงของเขาเลยนะสมัยเป็นเยาวชนของเชลซี การได้มาร่วมซ้อมและเล่นกับเขาจึงเป็นเกียรติสำหรับผมมาก ผมกำลังเรียนรู้จากเขาและมันดีจริงๆ”

“เขาเป็นนักเตะระดับเวิลด์คลาส และนี่คือสิ่งที่เขาผลิตออกมาในเกมใหญ่แบบนี้ เขาเด็ดเดี่ยวมาก”