ถือเป็นแมตช์ซึ่งเปี่ยมไปด้วยแพสชั่น, ความตึงเครียด และความสนุกที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยเชลซี พลิกจากการตามหลัง 2-0 กลับมาตีเสมอลิเวอร์พูลได้สำเร็จ

การจัดทัพ

โธมัส ทูเคิ่ล เปลี่ยนทีม 5 ตำแหน่ง โดย รีซ เจมส์ และ อันเดรียส คริสเตนเซ่น ต่างไม่มีส่วนร่วมเพราะอาการบาดเจ็บจากเกมกับไบรท์ตัน ขณะที่ โรเมลู ลูกากู ไม่มีชื่อในขุมกำลังเช่นกัน

ในส่วนของเกมรับ ธิอาโก้ ซิลวา กลับมาหลังไม่ได้ลงเล่นพบไบรท์ตันเพราะอาการบาดเจ็บ ประสานงานกับ เทรฟโวห์ ชาโลบาห์ และ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ โดยทาง เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า กัปตันของเรา ถ่างไปยืนวิงแบ็คขวา แล้วเป็น มาร์กอส อลอนโซ่ ที่อยู่ทางด้านซ้าย เอ็นโกโล่ ก็องเต้ รีเทิร์นมาผนึกกำลังกับ มาเตโอ โควาซิช ในแดนกลาง

ไค ฮาแวร์ตซ์ ลงตัวจริงนัดแรกในพรีเมียร์ ลีก ตั้งแต่เกมที่เอาชนะลีดส์เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม โดยรวมพลังทำเกมรุกกับ คริสเตียน พูลิซิช และ เมสัน เมาท์ ด้าน เอดูอาร์ เมนดี้ เฝ้าเสาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนไปรับใช้ชาติในศึกแอฟริกัน คัพ ออฟ เนชั่นส์

ลิเวอร์พูล เปลี่ยนแปลง 3 คน จากเกมที่บุกพ่ายต่อเลสเตอร์ โดย อลิสซอน, โจเอล มาติป และ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ รวมทั้ง เยอร์เก้น คล็อปป์ ผู้เป็นกุนซือ ติดเชื้อโควิด-19 ทำให้ ควีวีน เคลเลเฮอร์ นายด่านดาวรุ่งได้ลงเฝ้าเสาในพรีเมียร์ ลีก เป็นครั้งที่ 2 ของฤดูกาลนี้

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

1 - เริ่มไม่ถึงนาที มาเน่เอาท่อนแขนฟาดเข้าใบหน้าของอัซปิ รับใบเหลืองแรกไปทันที

3 - เตะมุมแรกของเกมเป็นของพวกเรา อลอนโซ่เปิดบอลติดบล็อกเทรนต์ แต่จังหวะต่อเนื่องเราไม่ได้ลองจบ

6 - ซาล่าห์รับบอลจ่ายจากเพื่อนได้หวดก่อนที่เกมรับเราจะตามสกัด เมนดี้ทุบทิ้งได้ก่อน

7 - พูลิซิชได้โอกาสลุ้นจะ ๆ เมื่อได้ดวลเดี่ยวกับเคลเลเฮอร์ แต่จังหวะจะล็อคผ่าน นายด่านดาวรุ่งล้มตัวคว้าได้ก่อน

9 - ลิเวอร์พูลออกนำไปก่อน เมื่อชาโลบาห์โขกสกัดพลาดหน้ากรอบโทษ และเป็นมาเน่ที่ฉวยโอกาสกดเข้ากลางประตู

13 - ฟาบินโญ่ปะทะอลอนโซ่จนเชลซีได้ลูกนิ่ง จังหวะต่อเนื่องเราเคาะไปมา และเป็นธิอาโก้ ซิลวา หยอดบอลขึ้นหน้าเกือบถึงอลอนโซ่ได้ดวลเดี่ยว

16 - กัปตันเดฟหักเน้น ๆ เข้ากรอบ บอลถึงเมาท์กดติดสกัดมิลเนอร์

17 - ผู้ตัดสินแจกใบเหลืองให้พูลิซิช ในจังหวะพุ่งเหยียดสกัดใส่โชต้า

19 - อัซปิเปิดข้ามฟากบอลมาถึงอลอนโซ่กดแบบไม่จบ ลูกพุ่งหลุดกรอบ

22 - ซาล่าห์ได้หลุดเดี่ยวและยิงไปติดเซฟเมนดี้ อย่างไรก็ดี จังหวะนี้ปีกทีมเยือนล้ำหน้าตั้งแต่จังหวะออกตัว

24 - หงส์แดงเริ่มบุกเรื่อย ๆ คราวนี้เทรนต์เติมขึ้นมากดเต็มข้อ ยังดีที่อลอนโซ่บล็อกอยู่หมัด

26 - ทีมเยือนหนีเป็น 2-0 จากจังหวะกดมุมแคบของซาล่าห์

32 - ผู้ตัดสินเช็ก VAR จากจังหวะที่เมาท์มีปะทะกับซิมิคาส แต่เมื่อเช็กดูแล้ว ไม่ได้ตัดสินให้กองกลางของเรารับใบแดง เกมเดินหน้าต่อ…

36 - โอกาสของซาล่าห์ ช็อตแรกโดนชาโลบาห์ทำลายจังหวะ ช็อตต่อมาเขายิงไปติดธ.ซิลวา

41 - บอลจากลูกตั้งเตะด้านขวา อลอนโซ่โยนเข้ากลาง ช็อตแรกเคลเลเฮอร์ปัดทิ้งออกหน้าโกล และเป็นโควาซิชที่ถอยหลังหาจังหวะกดบอลเต็ม ๆ จากการเก็บตก เราตีไข่แตกสำเร็จ!

VAR เช็กจังหวะรูดิเกอร์ ว่ายืนล้ำหน้าในระหว่างที่บอลกำลังพุ่งเข้าประตูหรือไม่?… แต่สุดท้ายแอนโธนี่ เทย์เลอร์ เป่าให้เราได้ประตู!

45+1 - เดอะ บลูส์ไม่ยอมแพ้ คราวนี้พูลิซิชยิงให้เรากลับมาเสมอ 2-2! บอลเริ่มจากรูดิเกอร์เข้าที่บอลก่อนซาล่าห์ และเป็นก็องเต้ที่ผ่านต่อให้แนวรุกอเมริกันแต่งหนึ่งจังหวะ ก่อนหวดเข้าเสาไกล

45+2 - เชลซีเกือบแซง! เมื่อเมาท์ได้ลองตวัดแต่โดนบอลไม่ถนัดเท้า ลูกพุ่งหลุดกรอบไปนิดเดียว

จบครึ่งแรก เกมสุดมัน สกอร์เท่ากันที่ 2-2

นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

46 - โชต้าผ่านบอลให้มาเน่หลุดเข้าไปกด บอลหลุดเสาไกล และโดนจับล้ำหน้าไปด้วย

51 - ก็องเต้จ่ายบอลออกซ้ายให้อลอนโซ่ลองหวดด้วยขวา บอลหลุดกรอบ

52 - ฟาบินโญ่หยอดบอลลึกออกซ้ายให้โชต้ายิงเน้น ๆ เมนดี้เซฟได้ และลูกนี้ก็ล้ำหน้าตั้งแต่จังหวะที่แนวรุกโปรตุกีสออกตัว

54 - ซาล่าห์เกือบได้หลุดเดี่ยวไปดวลกับเมนดี้ จากเกมสวนกลับของทีมเยือน ช็อตนี้ต้องชมก็องเต้ที่สปีดลงไปดักได้แม่นยำ

57 - ซูเปอร์เซฟ! โชต้าไหลให้ซาล่าห์ได้วางเท้ายิงแบบลุ้นได้ประตู แต่คนที่ทำได้ดีกว่าคือเมนดี้ ปัดทิ้งได้สวย

58 - มาเน่โยกหนีธ.ซิลวา แต่ซัดยังไม่ผ่านเมนดี้

61 - บอลต่อไปมาของเชลซีไปจบที่อัซปิไหลสั้นให้เมาท์เปิดเข้ากลางไปติดเคลเลเฮอร์

62 - จากนั้นมีจังหวะที่พูลิซิชได้ตวัดตามน้ำแบบจ่อ ๆ นายด่านดาวรุ่งทีมเยือนเซฟได้ทัน

65 - ชาโลบาห์ตามกดดันมาเน่ไม่ให้ได้โอกาสยิง และเคลียร์ทิ้งออกหลังได้หวุดหวิด

66 - จังหวะต่อเนื่อง ซาล่าห์ไหลถวายพานให้ซิมิคาสบรรจงกดเรียด บอลหลุดกรอบ

69 - ทีมเยือนปรับสองตำแหน่ง โชต้าออก อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลนลงแทน อีกรายคือเกอิต้า ลงเล่นแทนมิลเนอร์

70 - เราเองก็เปลี่ยน จอร์จินโญ่ลงสนามแทนที่ของชาโลบาห์

72 - พูลิซิชลองตัดเข้าในจากนอกกรอบ ก่อนยิงบอลข้ามคานไปนิดเดียว

77 - ผู้ตัดสินเป่าหยุดเกมพักหนึ่ง ให้ทีมแพทย์ปฐมพยาบาลโกนาเต้ จากจังหวะปะทะกับฮาแวร์ตซ์

79 - ฮัดสัน-โอดอย ลงเล่นแทนที่ของฮาแวร์ตซ์

82 - เชลซีได้ลุ้นจากฟรีคิก เมาท์ยิงหนแรกไปติดบล็อก ส่วนดาบสองบอลพุ่งเข้ากรอบก็จริง ทว่าโดนเซฟ

87 - จังหวะเตะมุมด้านซ้ายโดยเมาท์ รูดิเกอร์โขกสะบัดบอลพุ่งเฉียดเสา

88 - คราวนี้เตะมุมด้านขวาบ้าง อลอนโซ่หยอดหาเสาแรก กองหลังทีมเยือนดักได้ก่อน และจังหวะจะสวนกลับ ก็ทำกันไม่แม่นยำเอง

90 - เคอร์ติน โจนส์ ลงสนามแทนที่ของมาเน่

หมดเวลาการแข่งขัน เชลซีเสมอลิเวอร์พูล 1-1 แบ่งกันไปทีมละคะแนน

นัดถัดไป?

เราจะเปลี่ยนโฟกัสไปที่การแข่งขันบอลถ้วย โดยเป็นศึกคาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดแรกกับท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ในคืนวันพุธ ก่อนจะเริ่มต้นเส้นทางเอฟเอ คัพ ซีซั่น 2021/22 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยเผชิญหน้ากับเชสเตอร์ฟิลด์ ในรอบ 3 วันเสาร์หน้า

เชลซี (3-4-3): เมนดี้; ชาโลบาห์ (จอร์จินโญ่ 70), ธิอาโก้ ซิลวา, รุดิเกอร์; อัซปิลิเกวต้า (c), ก็องเต้, โควาซิช, อลอนโซ่; เมาท์, ฮาแวร์ตซ์ (ฮัดสัน-โอดอย 79), พูลิซิชตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม: เกปา, ซาร์, ฮอลล์, ซาอูล, บาร์คลี่ย์, เวล, ซิเยคผู้ทำประตู: โควาซิช 43, พูลิซิช 46ใบเหลือง: พูลิซิช 17

ลิเวอร์พูล (4-3-3): เคลเลเฮอร์; อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โกนาเต้, ฟาน ไดจ์ค, ซิมิคาส; มิลเนอร์ (เกอิต้า 69), เฮนเดอร์สัน (c), ฟาบินโญ่; ซาล่าห์, โชต้า (อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน 69),  มาเน่ (โจนส์ 90)ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม: อาเดรียน, พิตาลูก้า, เบ็ค, วิลเลี่ยมส์, โกเมซ, มอร์ตันผู้ทำประตู: มาเน่ 9, ซาล่าห์ 26ใบเหลือง: มาเน่ 1, โคนาเต้ 83

ผู้ตัดสิน: แอนโธนี่ เทย์เลอร์

ผู้ชม: 40,072