แม้มีผลงานการเล่นที่ดีขึ้นและเป็นฝ่ายออกนำไปก่อน แต่เชลซีเก็บได้เพียงแค่ผลเสมอที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ในเกมกับแอสตัน วิลล่า

เบน ชิลเวลล์ ใกล้เคียงกับการยิงประตูชัยในนาทีสุดท้ายจากจังหวะการวอลเล่ย์สุดสวย แต่ฝ่ายเราสามารถเจาะตาข่ายทีมที่มีเกมรับเหนียวแน่นที่สุดในพรีเมียร์ ลีกได้เพียงครั้งเดียว โดยมีอีกหนึ่งจังหวะที่ยิงเข้าไปแล้วแต่ไลน์แมนตีธงเป็นลูกล้ำหน้า

โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ช่วยให้เดอะ บลูส์ออกนำในครึ่งแรก โดยเขายิงประตูใส่สิงห์ผงาดได้เป็นนัดที่ 7 ติดต่อกันในจังหวะขึ้นโหม่งลูกครอสของชิลเวลล์บริเวณเสาแรก

อย่างไรก็ตาม ลูกกังขาในช่วงต้นครึ่งหลังทำให้วิลล่าตามตีเสมอ โดยอันวาร์ เอล กาซี่ยิงเข้าไป แม้ว่าจังหวะก่อนหน้านั้นอันเดรียส คริสเตนเซ่นจะมีอาการบาดเจ็บจากการปะทะกับแจ็ค กรีลิชเป็นเวลานานก็ตาม

การจัดทัพ

เฮดโค้ชของเราเผยว่าเขาจะทำการปรับเปลี่ยนทีมหลังจากผลงานอันน่าผิดหวังในครึ่งแรกจากแมตช์ที่พ่ายให้กับอาร์เซนอล โดยแลมพาร์ดทำตามคำพูดที่ให้ไว้ด้วยการเปลี่ยนแปลงตัวจริง 6 ตำแหน่ง

แนวรับเป็นจุดที่มีการปรับเปลี่ยนมากที่สุดโดยเหลือแค่เบน ชิลเวลล์ กับเอดูอาร์ เมนดี้ที่ยังเป็นตัวจริงต่อไป เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า กลับมาสวมปลอกแขนในตำแหน่งแบ็คขวา ขณะที่โทนี่ รูดิเกอร์ และอันเดรียส คริสเตนเซ่นคืออีกสองนักเตะที่จับคู่ลงเล่นเซ็นเตอร์แบ็ค

ในแผงมิดฟิลด์ จอร์จินโญ่ได้รับโอกาสลงแทนมาเตโอ โควาซิช โดยยืนเคียงข้างกับเอ็นโกโล่ ก็องเต้และเมสัน เมาท์ ส่วนโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ยืนค้ำเป็นกองหน้าตัวเป้า

คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ออกสตาร์ตในตำแหน่งปีกหลังโชว์ฟอร์มน่าประทับใจตอนลงเล่นเป็นตัวสำรองช่วงครึ่งหลังที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ขณะที่คริสเตียน พูลิซิช ยังคงรักษาตำแหน่งตัวจริงเอาไว้ได้เช่นกัน

แอสตัน วิลล่า ชวดใช้งานรอสส์ บาร์คลี่ย์ที่ยืมตัวมาจากเชลซี แต่พวกเขามีเบอร์ทรานด์ ตราโอเร่ อดีตดาวรุ่งของสิงห์บลูส์ลงเป็นตัวจริง การเปลี่ยนแปลงอย่างเดียวจากทีมชุดที่เอาชนะคริสตัล พาเลซคือตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็คโดยเอซรี่ คอนซ่า เข้ามาทดแทนไทโรน มิงส์ที่ติดโทษแบน

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

นาทีที่ 5 - เริ่มต้นการแข่งขันเป็นฝ่ายเราที่เปิดเกมรุกเข้าใส่แล้วมาได้ลูกเตะมุมทางด้านซ้าย เมสัน เมาท์ เปิดเข้าไปแล้วเป็นรูดิเกอร์ที่ได้ล้มตัวยิงแถว ๆ กลางประตูแต่มาร์ติเนซยังรับเอาไว้ได้สบาย

นาทีที่ 6 - แอสตัน วิลล่า ตอบโต้คืนมาบ้างเป็นจังหวะที่ กรีลิช รับบอลจากเอล กาซี่ทางด้านซ้าย แล้วล็อคหนี ก็องเต้ และบรรจงปั่นด้วยเท้าขวา เดือดร้อนเมนดี้ต้องพุ่งปัดออกหลัง

นาทีที่ 7 - ลูกเตะมุมในจังหวะต่อเนื่อง กรีลิชเปิดบอลให้กับเอล กาซี่แถว ๆ เสาแรกได้วิ่งมายิงแต่ยังติดบล็อคของชิรูด์ช่วยเบาสปีดบอลให้เมนดี้รับไว้ง่าย ๆ

นาทีที่ 12 - เชลซีน่าได้ประตูขึ้นนำสุด ๆ โดยกรีลิชออกบอลขวางสนามไม่ดีโดนพูลิซิชตัดเอาไว้ ก่อนแข้งชาวอเมริกันจะลากหนีกองหลังทีมเยือนมาลองยิงเองไปทางเสาแรกแต่ยังหลุดออกไปนิดเดียว

นาทีที่ 20 - แม็คจินน์ ตัดบอลจากเชลซีได้บริเวณกลางสนามแล้วจ่ายไปให้วัตกินส์บริเวณกรอบเขตโทษได้ลองซัดด้วยขวา แต่ลูกยิงของดาวยิงรายนี้ออกหลังไปไกล

นาทีที่ 25 - สิงห์ผงาดได้ลูกเซ็ตพีซแล้วเป็นกรีลิชเปิดเข้าเขตโทษไปเข้าหัวเฮาส์ที่สอดขึ้นโหม่งอยู่คนเดียว แต่ยังกดบอลไม่ลงออกหลังไปอีก

นาทีที่ 32 - อัซปิลิเกวต้า ได้ครอสบอลจากด้านขวาด้วยเท้าซ้ายเข้ามากลางประตูให้กับชิรูด์ที่ขึ้นโหม่งแต่ติดบล็อค บอลไปถึงพูลิซิชที่หันหลังให้ประตูอยู่ได้ลองยิงจ่อ ๆ แต่บอลเหินข้ามคาน

นาทีที่ 34 - สิงห์บลูส์มาได้โอกาสอีกครั้งเริ่มจากคริสเตียน พูลิซิช เลี้ยงจี้เข้าเขตโทษคู่แข่งก่อนออกบอลไปทางซ้ายให้ชิลเวลล์ แล้วแบ็คชาวอังกฤษเติมมาครอสต่อเข้าในถึง ชิรูด์ ได้ล้มตัวโหม่งบอลจากเสาแรกผ่านมือมาร์ติเนซเข้าไปหมดจด เชลซีออกนำ 1-0!

นาทีที่ 39 - เชลซีได้ลองอีกรอบคราวนี้เป็น พูลิซิช ผ่านบอลไปให้กับเมาท์หน้ากรอบเขตโทษก่อนดาวรุ่งชาวอังกฤษพยายามเลี้ยงฝ่าแนวรับทีมเยือน ซึ่งเหมือนจะเสียจังหวะล้มลงไปแล้วแต่บอลยังเข้าทางของเขาได้ลองยิงจากมุมแคบแต่ข้ามคานออกไป

นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

นาทีที่ 50 - เริ่มต้นครึ่งหลังมาได้ 5 นาที สิงห์ผงาดตามตีเสมอได้สำเร็จ โดยแคชครอสบอลจากด้านขวามาให้เอล กาซี่ แถว ๆ เสาไกลวิ่งเข้ามาแปโล่ง ๆ ลอดขาเมนดี้ตุงตาข่าย จังหวะก่อนหน้านั้นคริสเตนเซ่นนอนเจ็บจากการเข้าปะทะกับกรีลิช แต่ผู้ตัดสินไม่เป่าหยุดเกม ส่วนนักเตะทีมเยือนก็ไม่ได้เตะบอลออกให้มีการปฐมพยาบาลด้วยเช่นกัน

นาทีที่ 58 - ฮัดสัน-โอดอย ได้บอลทางด้านขวาก่อนจ่ายไปให้ก็องเต้ที่ยืนอยู่หน้าเขตโทษ มิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสแต่งเข้าซ้ายแล้วได้กดเต็ม ๆ บอลพุ่งน่ากลัวแต่เหินข้ามคานออกไป

นาทีที่ 60 - เชลซีมามีโอกาสต่อเนื่องโดยเป็นจังหวะการเล่นที่ พูลิซิช ลากไปสุดเส้นทางด้านซ้ายก่อนตบให้อัซปิลิเกวต้าทางฝั่งขวาแล้วกัปตันของเราไหลต่อให้ก็องเต้กลางประตูได้อัดด้วยขวาโล่ง ๆ แต่บอลเบาตรงตัวมาร์ติเนซรับไว้ได้

นาทีที่ 66 - เชลซี เล่นลูกเตะมุมสั้นก่อนโยนเข้ากลางประตู บอลขลุกขลิกในกรอบเขตโทษแล้วไปถึงอัซปิลิเกวต้าได้ซ้ำตุงตาข่าย แต่ไลน์แมนตีธงเป็นการล้ำหน้าของพูลิซิชทำให้เราไม่ได้ประตูนำ

นาทีที่ 68 - แอสตัน วิลล่าตอบโต้มาบ้างคราวนี้ แม็คจินน์ ได้บอลอยู่ตรงกลางก่อนจะลากมายิงด้วยเท้าซ้ายจากระยะไกล บอลพุ่งไปชนคานจังเบอร์พวกเรารอดตัวไป

นาทีที่ 79 - เชลซียังคงทำงานหนักเพื่อประตูนำคราวนี้พูลิซิชพาบอลมาจากด้านซ้ายแล้วอัดด้วยเท้าขวาหน้ากรอบเขตโทษ บอลกำลังจะเข้าประตูอยู่แล้วแต่มาร์ติเนซบินปัดไว้ได้เฉย

นาทีที่ 82 - วิลล่าได้ลุ้นบ้างโดยเป็นจังหวะที่ โอลลี่ วัตกินส์ โหม่งชงให้ จาค็อบ แรมซี่ย์ ซึ่งลงมาเป็นตัวสำรองได้ปั่นบอลจากด้านขวาแต่ยังหลุดเสาออกไป

นาทีที่ 83 - เชลซีพยายามกันใหม่คราวนี้เป็น แวร์เนอร์ที่ลงเป็นตัวสำรองแทนชิรูด์ ได้บอลในกรอบเขตโทษด้านซ้ายก่อนจะพยายามปั่นด้วยขวาแต่ก็ยังข้ามคานออกไปอีก

นาทีที่ 90+3 - พวกเราเกือบได้เฮกันดัง ๆ ในจังหวะสุดท้ายของเกม โดยฮัดสัน-โอดอย โยนบอลจากด้านขวาไปถึง ชิลเวลล์ ได้วอลเล่ย์ด้วยเท้าซ้ายแบบไม่ต้องจับ บอลพุ่งเฉียดเสาออกไปนิดเดียวเท่านั้น

หมดเวลาการแข่งขันทั้งสองทีมแบ่งกันไปฝั่งละ 1 คะแนน

เชลซี (4-3-3): เมนดี้; อัซปิลิเกวต้า (c), คริสเตนเซ่น, รูดิเกอร์, ชิลเวลล์; ก็องเต้, จอร์จินโญ่ (ฮาแวร์ตซ์ 71), เมาท์; ฮัดสัน-โอดอย, ชิรูด์ (แวร์เนอร์ 71), พูลิซิช

ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม: เกปา, ธิอาโก้ ซิลวา, โทโมรี, เอแมร์ซอน, โควาซิช, กิลมอร์, อับราฮัม

ผู้ทำประตู: ชิรูด์ 34

ใบเหลือง: อัซปิลิเกวต้า 45, ชิรูด์ 71, ก็องเต้ 73

แอสตัน วิลล่า (4-2-3-1): มาร์ติเนซ; แคช, เฮาส์, คอนซ่า, ทาร์เก็ตต์; แม็คจินน์, ดักลาส ลุยซ์; ตราโอเร่ (เดวิส 86), กรีลิช (c), เอล กาซี่ (แรมซี่ย์ 81); วัตกินส์

ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม: ฮีตัน, เทย์เลอร์, เอนเกิลส์, นาคัมบ้า, กิลเบิร์ต, เอลโมฮามาดี้, ฮูริฮาน

ผู้ทำประตู: เอล กาซี่ 50

ใบเหลือง: เอล กาซี่ 71

ผู้ตัดสิน: สจ๊วรต แอตเวลล์

นัดต่อไป?

โปรแกรมนัดต่อไปของพวกเราคือการเปิดบ้านพบกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในวันอาทิตย์ ถึงแม้ว่าเกมเยือนเอฟเวอร์ตันของพวกเขาในวันนี้จะถูกเลื่อนออกไปเพราะมีการทดสอบพบเชื้อโควิด-19 จากฝั่งเรือใบสีฟ้า หลังจากนั้นเราจะเปิดรังสแตมฟอร์ด บริดจ์เริ่มต้นเส้นทางเอฟเอ คัพรอบที่ 3 กับมอร์แคมบ์ในวันที่ 10 มกราคม