ชัยชนะที่น่าอุ่นใจเหนือเอฟเวอร์ตัน ช่วยให้พวกเรารักษาตำแหน่งในพื้นที่ท็อปโฟร์ต่อไป โดยโธมัส ทูเคิ่ล กลายเป็นโค้ชคนแรกที่สามารถเก็บคลีนชีตในเกมเหย้า 5 นัดแรกของพรีเมียร์ ลีกได้ด้วย

นายใหญ่ชาวเยอรมัน ยังไม่เสียประตูที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์นับตั้งแต่เข้ามาทำงานในเดือนมกราคม และเขาก็ยังไม่แพ้ให้กับคู่แข่งในแมตช์ที่เอดูอาร์ เมนดี้แทบจะไม่โดนทดสอบ

แม้จะต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งที่กำลังทำผลงานได้ดี และมีความทะเยอทะยานจะคว้าตั๋วแชมเปี้ยนส์ ลีก แต่พวกเราเป็นฝ่ายครองเกมได้ตั้งแต่นาทีแรกจนถึงนาทีสุดท้าย

เราต้องรอสักพักก่อนจะได้ประตูแรก ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นจังหวะดังกล่าวถูกพิจารณาให้เป็นการทำเข้าประตูตัวเอง อย่างไรก็ตาม ไค ฮาแวร์ตซ์ สมควรได้รับเครดิตโดยจังหวะยิงของเขาดูเหมือนว่าจะเข้าเป้า ก่อนบอลไปแฉลบเบน ก็อดฟรีย์ผ่านมือจอร์แดน พิกฟอร์ดตุงตาข่าย

ฮาแวร์ตซ์ เกือบมีส่วนร่วมกับการทำประตูอีกครั้งตอนส่งบอลตุงตาข่ายในครึ่งหลัง แต่คราวนี้โดนเป่ายกเลิกจากผู้ตัดสินเพราะเป็นการทำแฮนด์บอลตอนพักอกเอาลง

ดาวรุ่งชาวเยอรมันที่ได้กลับมาเป็นตัวจริงนัดแรกตั้งแต่เดือนมกราคม ยังคงทำผลงานได้อย่างโดดเด่น โดยเขาโดนจอร์แดน พิกฟอร์ดรวบล้มลงในกรอบเขตโทษ เปิดโอกาสให้จอร์จินโญ่ได้ซัดจุดโทษกลายเป็นประตูปิดกล่องช่วยให้ทีมคว้าชัยชนะเหนือทอฟฟี่สีน้ำเงินได้สำเร็จ

การจัดทัพ

การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดที่สุดใน 5 ตำแหน่งจากโธมัส ทูเคิ่ลเกิดขึ้นในแผงแนวรุก 3 ตัว โดยติโม แวร์เนอร์ ยังยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า ขณะที่ด้านหลังของเขาเมสัน เมาท์และฮาคิม ซิเยคได้นั่งพัก แล้วเป็นคัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ลงแทน เช่นเดียวกับไค ฮาแวร์ตซ์ที่ออกสตาร์ตพรีเมียร์ ลีกนัดแรกนับตั้งแต่ทูเคิ่ลคุมทีมนัดแรกช่วงปลายเดือนมกราคม

ในแผงมิดฟิลด์ มาเตโอ โควาซิช กลับมาลงสนามแทนเอ็นโกโล่ ก็องเต้และจับคู่กับจอร์จินโญ่ ขณะที่มาร์กอส อลอนโซ่ ประจำการเป็นวิงแบ็คซ้ายแทนที่เบน ชิลเวลล์ รีซ เจมส์รักษาตำแหน่งทางกราบขวาของเขาเอาไว้ได้

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในแผงหลัง 3 คน โดยอันโตนิโอ รูดิเกอร์ กลายเป็นตัวสำรองแล้วเคิร์ต ซูม่าลงมาทำหน้าที่แทน ผนึกกำลังร่วมกับเซซาร์ อัซปิลิเกวต้า และอันเดรียส คริสเตนเซ่นด้านหน้าเอดูอาร์ เมนดี้ ธิอาโก้ ซิลวากลับมาจากอาการบาดเจ็บ แต่ยังฟิตไม่พอลงเล่นตัวจริง ทำให้เขามีชื่อร่วมกับรูดิเกอร์บนม้านั่ง

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

นาทีที่ 16 - รีซ เจมส์ เปิดลูกเตะมุมจากฝั่งขวาเข้าเขตโทษ แนวรับเอฟเวอร์ตันโหม่งออกมาได้ แต่บอลไปถึงจอร์จินโญ่ได้ตั้งป้อมซัดจากนอกกรอบ บอลพุ่งเรียดหลุดเสาออกไปนิดเดียว

นาทีที่ 18 – มาร์กอส อลอนโซ่ วางฟรีคิกจากทางฝั่งซ้ายเข้าเขตโทษ แต่จอร์แดน พิกฟอร์ด ชกออกมาได้ บอลไปถึงจอร์จินโญ่ ได้เก็บตกยิงแบบเฉือน ๆ บริเวณหัวกะโหลกแต่ก็ยังไม่ตรงกรอบอีก

นาทีที่ 31 - ฮัดสัน-โอดอย ไหลทะลุช่องให้อลอนโซ่หลุดไปเปิดจากฝั่งซ้ายในเขตโทษให้ฮาแวร์ตซ์วิ่งเข้าชาร์จบอล จังหวะสุดท้ายไปแฉลบก็อดฟรีย์เปลี่ยนทางเข้าประตูตัวเอง เชลซีออกนำแล้ว 1-0!

นาทีที่ 41 - อันเดรียส คริสเตนเซ่น ได้บรรจงหยอดจากวงกลมกลางสนาม ไปถึงมาร์กอส อลอนโซ่ ได้หลุดเดี่ยวแล้วยิงด้วยซ้าย แต่จังหวะสุดท้ายโดยไมเคิ่ล คีนเข้ามาบีบ ทำให้บอลไม่แรงนัก จอร์แดน พิกฟอร์ด ปัดออกหลังไปได้

นาทีที่ 45+1 - ลูก้า ดีญ ได้ครอสบอลจากริมเส้นฝั่งซ้ายกะให้โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน ขึ้นโขกแต่โดนเอดู เมนดี้ บินปัดออกไป บอลไปถึงอเล็กซ์ อิโวบี้ เก็บตกในกรอบเขตโทษ ก่อนไหลไปให้อังเดร โกเมสนอกกรอบแล้วเอาเข้าเท้าซ้ายยิงทันที แต่เมนดี้ยังล้มตัวรับเอาไว้ได้ไม่มีปัญหา

นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

นาทีที่ 51 - เชลซีได้ฟรีคิกเยื้องมาทางด้านขวาจากระยะเกือบ ๆ 30 หลา อลอนโซ่วิ่งเข้ามาปั่นด้วยเท้าซ้ายข้างถนัดส่งบอลพุ่งน่ากลัว แต่จังหวะสุดท้ายพิกฟอร์ดวิ่งมาปัดออกหลังกลายเป็นลูกเตะมุม

นาทีที่ 53 - ฮัดสัน-โอดอย ได้บอลอยู่ทางซ้ายแล้วล็อคเข้าขวาก่อนหยอดเข้าเขตโทษมาถึงฮาแวร์ตซ์ใช้อกแต่งบอลลงหนึ่งจังหวะแล้วยิงตามน้ำด้วยเท้าซ้ายตุงตาข่าย แต่จังหวะนี้โดนจับเป็นลูกแฮนด์บอล ซึ่ง VAR ทำการตรวจสอบแล้วยืนยันว่าเป็นการทำแฮนด์บอลจริง ๆ ดาวรุ่งชาวเยอรมันพลาดได้ประตูไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 57 - เอฟเวอร์ตันได้ลุ้นประตูตีเสมอ เป็นกิลฟี่ ซิเกิร์ดส์สัน ไหลให้ริชาร์ลิซอนในกรอบทางขวา กองหน้าบราซิลกดบอลปลิ้น ๆ ไหลออกหลังไปแบบไม่สร้างความอันตรายให้เอดู เมนดี้

นาทีที่ 58 - จอร์จินโญ่ ไหลบอลจากกลางสนามไปให้เจมส์ที่มีพื้นที่จึงตัดสินใจยิงไกลจากระยะประมาณ 30 หลา แต่บอลบดออกหลังไป

นาทีที่ 60 – โควาซิชลากตะลุยขึ้นมาแล้วฝากบอลให้อลอนโซ่ในเขตโทษ วิงแบ็คซ้ายของเราโดนประกบติดจึงไหลไปนอกกรอบให้ฮัดสัน-โอดอย ก่อน CHO ล็อคเข้าขวาแล้วกระชากหนีกองหลังไปยิง บอลกำลังจะมุดคานแต่พิกฟอร์ดกระโดดปัดออกหลังไปได้

นาทีที่ 64 – โควาซิชแทงคิลเลอร์พาสจากกลางสนามไปถึงฮาแวร์ตซ์หลุดเข้าเขตโทษ ก่อนโดนพิกฟอร์ดรวบล้มลงผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจุดโทษทันที!

นาทีที่ 65 – จอร์จินโญ่รับหน้าที่สังหาร วิ่งมากระโดดยิงตามสไตล์ส่งบอลไปทางซ้ายมือตัวเอง พิกฟอร์ดพุ่งผิดทาง เชลซีหนีห่าง 2-0!

นาทีที่ 80 - อัซปิลิเกวต้า ทิ้งบอลยาวให้แวร์เนอร์ใช้ความเร็ววิ่งไปเบียดแย่งจากก็อดฟรีย์ แล้วได้ดวลเดี่ยวกับพิกฟอร์ดซึ่งหอกชาวเยอรมันยิงด้วยเท้าซ้ายยัดเสาแรก แต่นายด่านชาวอังกฤษล้มตัวใช้เข่าเซฟเอาไว้ได้

นาทีที่ 85 – เมาท์ที่วันนี้ลงเป็นตัวสำรองโชว์ความขยันไปแย่งเอาบอลจากเดวี่ส์ที่กลางสนาม ก่อนพาขึ้นมาแล้วไหลให้แวร์เนอร์ทางซ้าย ก่อนหอกเยอรมันได้ยิงด้วยเท้าซ้ายยังโดนพิกฟอร์ดเซฟเอาไว้ บอลไปถึงก็องเต้หน้าเขตโทษตามมาซ้ำแต่พิกฟอร์ดล้มตัวเซฟไว้ได้อีกครั้ง

นาทีที่ 90+4 จังหวะการลุ้นสุดท้ายของเกมพูลิซิชจ่ายให้เมาท์มีพื้นที่ได้ลากเข้ามาแล้วบรรจงปั่นบอลด้วยเท้าขวาแต่ก็เป็นพิกฟอร์ดที่ยังบินปัดออกไปได้อีก

นัดถัดไป?

เราจะต้องบุกไปเยือนลีดส์ ยูไนเต็ดที่เอลแลนด์ โร้ด สำหรับการแข่งขันพรีเมียร์ ลีกในวันเสาร์ ก่อนที่จะกลับมาเฝ้าบ้านเจอกับแอตเลติโก มาดริด ในการแข่งขันแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่สองคืนวันพุธหน้า

เชลซี (3-4-2-1): เมนดี้; อัซปิลิเกวต้า (c), คริสเตนเซ่น , ซูม่า; เจมส์, จอร์จินโญ่, โควาซิช (ก็องเต้ 80), อลอนโซ่; ฮาแวร์ตซ์, ฮัดสัน-โอดอย (เมาท์ 66); แวร์เนอร์ (พูลิซิช 90)

ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม: เกปา, รูดิเกอร์, ธิอาโก้ ซิลวา, ชิลเวลล์, ซิเยค, ชิรูด์

ผู้ทำประตู: ก็อดฟรีย์ og 31, จอร์จินโญ่ pen 65

เอฟเวอร์ตัน (5-2-1-2): พิกฟอร์ด; อิโวบี้ (เดวี่ส์ 56), โฮลเกต, คีน, ก็อดฟรีย์, ดีญ; อัลลัน, โกเมส (แบร์นาร์ด 75); ซิเกิร์ดส์สัน (c) (คิง 70); คัลเวิร์ต-เลวิน, ริชาร์ลิซอน

ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม: ไทเรอร์, เจา เวอร์จิเนีย, เอ็นคูคู, บรอดเฮด, จอห์น, ออนยานโก้

ใบเหลือง: โฮลเกต 17, ดีญ 50, เดวี่ส์ 89

ผู้ตัดสิน: เดวิด คูต