สิงห์บลูส์ไล่ตามสกอร์จากครึ่งแรกที่เสียไปสองประตู ก่อนที่เอ็นโกโล่ ก็องเต้จะกดหนึ่งเม็ดให้ทีมตีตื้นกลับขึ้นมาได้ แต่ยังไม่พอที่จะตามตีเสมอได้ทัน ทำให้เป็นลิเวอร์พูลที่เก็บสามแต้มกลับบ้านไปได้ในเกมนี้

อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ และโรเบอร์โต้ เฟอร์มิโน่ยิงจากลูกตั้งเตะให้ทีมเยือนขึ้นนำ เซซาร์ อัซปิลิเกวต้ามีจังหวะพาบอลเข้าประตูได้แต่ VAR ตัดสินว่าไม่ได้ประตู

เริ่มครึ่งหลังมาเกปาช่วยทีมอย่างมากด้วยการเซฟสองจังหวะ หลังจากนั้นสิงห์บลูส์เริ่มคุมเกมได้และตั้งป้อมบุกใส่ลิเวอร์พูลเต็มสูบ เมื่อเข้าสู่ช่วง 20 นาทีสุดท้าย ก็องเต้ระเบิดฟอร์มหลังอดลงสนามมานาน ลุยเดี่ยวเข้าไปในกรอบแล้วซัดเสียบมุมเข้าไปอย่างงดงาม ช่วยให้ทีมไล่ตีตื้นมาเป็น 1-2

มิชี่ บัตชูอายี่ และเมสัน เมาท์มีโอกาสยิงตีเสมอในช่วงท้ายเกม แต่ก็ยังไม่เข้าเป้า

เสียงปรบมือและเสียงร้องเพลงจากแฟนบอลหลังจบเกมที่สแตมฟอร์ด บริดจ์แสดงให้เห็นว่าแฟนๆ เห็นแล้วว่านักเตะพยายามกันเต็มที่แค่ไหน และแม้ว่าผลจะออกมาไม่เป็นไปอย่างที่เราต้องการ แต่ผลงานที่ดีในเกมพบทีมที่ไม่แพ้ใคร 14 นัดรวดก็ถือเป็นลางที่ดีสำหรับอนาคตข้างหน้า

ครึ่งแรกนาที 14 – อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ปั่นฟรีคิกเข้าประตูให้ลิเวอร์พูลนำก่อน 0-1นาที 15 – เชลซีต้องเปลี่ยนตัวตั้งแต่ต้นเกมอีกครั้ง ส่งอลอนโซ่ลงมาแทนเอเมอร์สันนาที 20 – โทโมรีโดนใบเหลืองจากจังหวะเข้าชาร์จเฮ็นเดอร์สัน

นาที 24 – สิงห์บลูส์ได้โอกาสตีเสมอ อับราฮัมวิ่งทะลุเข้าไปในกรอบก่อนจะยิงไปติดอาเดรียนนาที 27 – อัซปิซัลโวประตูตีเสมอได้สำเร็จ แต่หลังตรวจสอบผ่าน VAR กลายเป็นว่าไม่ได้ประตูไปนาที 30 – เฟอร์มิโน่โหม่งทำประตูให้ลิเวอร์พูลทิ้งห่างเป็น 0-2

นาที 39 – ซาลาห์ได้ลุ้น แต่โทโมรีบล็อคไว้ได้นาที 42 – เชลซีเปลี่ยนเอาซูม่าลงมาแทนคริสเตนเซ่นนาที 45 – อับราฮัมได้โอกาสโขกลุ้นประตู แต่ยังไม่เข้ากรอบจบครึ่งแรก เชลซีตามหลังลิเวอร์พูล 0-2

ครึ่งหลัง นาที 47 – เฟอร์มิโน่พยายามวอลเลย์มาลุ้นประตู แต่เกปารับไว้ได้นาที 59 – ก็องเต้ได้โอกาสลุ้นจากเท้าซ้าย แต่บอลหลุดกรอบออกข้าง

นาที 71 – ก็องเต้วิ่งทะลวงเข้าไปในกรอบแล้วยิงไปเสียบมุมสามเหลี่ยมอย่างงดงาม เชลซีไล่ตามมาเป็น 1-2นาที 76 – เชลซีเปลี่ยนผู้เล่นคนสุดท้าย ส่งบัตชูอายี่ลงมาแทนอับราฮัม

นาที 88 – มิชี่เกือบทำประตูได้ อลอนโซ่โยนยาวมาให้บัตชูอายี่โขกกลางอากาศ แต่บอลหลุดเสาสองออกหลังไป

จบเกมลิเวอร์พูลเป็นฝ่ายบุกมากวาดสามแต้มกลับบ้านไปได้

เชลซี (4-3-3) : เกปา, อัซปิลิเกวต้า (C), คริสเตนเซ่น (ซูม่า น.42), โทโมรี, เอเมอร์สัน (อลอนโซ่ น.15), ก็องเต้, จอร์จินโญ่, โควาซิช, วิลเลี่ยน, อับราฮัม (บัตชูอายี่ น.76), เมาท์สำรองไม่ได้ลงสนาม : กาบาเยโร่, บาร์คลี่ย์, พูลิซิช, เปโดรผู้ทำประตู : ก็องเต้ น.70ใบเหลือง : โทโมรี น.20, โควาซิช น.84, อลอนโซ่ น.90+4

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อาเดรียน, อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, มาติป, ฟาน ไดจ์ค, โรเบิร์ตสัน, เฮ็นเดอร์สัน (C) (ลัลลาน่า น.84), ฟาบินโญ่, ไวจ์นัลดุม, ซาลาห์ (โกเมซ น.90+2), เฟอร์มิโน่, มาเน่ (มิลเนอร์ น.71)สำรอง : เคลเลอร์แฮร์, อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, บรูว์สเตอร์, ชากิรี่ผู้ทำประตู : อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ น.14, เฟอร์มิโน่ น.30ใบเหลือง : อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ น.57, ฟาบินโญ่ น.78, มิลเนอร์ น.86

กรรมการ : ไมเคิล โอลิเวอร์ผู้เข้าชมในสนาม : 40,638 คน