เชลซี และลีดส์ แบ่งกันไปทีมละหนึ่งแต้มสำหรับเกมลีกนัดแรกที่เอลแลนด์ โร้ด นับตั้งแต่ปี 2003 โดยทั้งคู่ต่างมีโอกาสที่จะยิงประตูชัยแต่ทั้งพลาดและโดนเซฟเอาไว้ได้

การเริ่มต้นที่เข้มข้นทำให้รูปเกมออกมาค่อนข้างสูสี แต่โธมัส ทูเคิ่ลอาจรู้สึกว่าทีมของเขาควรจะเฉียบคมมากกว่านี้ในพื้นที่สุดท้าย ไค ฮาแวร์ตซ์มีโอกาสสวย ๆ 2-3 ครั้ง ซึ่งพวกเราเกือบได้ประตูออกนำช่วงต้นเกมจากจังหวะสกัดบอลของลีดส์ที่ไปชนคาน

ด้านเจ้าบ้านก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเลย พวกเขาพลาดประตูอย่างน่าเสียดายจากการซูเปอร์เซฟของเอดูอาร์ เมนดี้ทั้งในครึ่งแรกและครึ่งหลัง จังหวะแรกเป็นการปัดปลายมือลูกยิงของไทเลอร์ โรเบิร์ตส์ไปชนคาน ส่วนจังหวะที่สองเซฟลูกยิงของราฟินญ่าจากระยะเผาขน

พวกเราทำงานหนักเพื่อหาประตูชัยแต่สิ่งดังกล่าวไม่เกิดขึ้น นัดนี้มีเรื่องให้น่าดีใจเพราะเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนธันวาคม 2016 ที่พวกเรเาก็บคลีนชีตได้ 4 นัดติดต่อกัน และเป็นการยืดสถิติไร้พ่ายตั้งแต่ทูเคิ่ลย้ายมาคุมทีมเป็น 12 นัด หากพวกเรารักษาสถิติดังกล่าวออกไปได้อีกในคืนวันพุธนี้ที่แข่งขันกับแอตเลติโก้ มาดริด ตั๋วในรอบก่อนรองชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ ลีกก็จะเป็นของเชลซี

การจัดทัพ

ทูเคิ่ล ยังคงทำการปรับทีมในหลาย ๆ ตำแหน่ง โดยนัดนี้มีความเปลี่ยนแปลง 6 จุด เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า, อันเดรียส คริสเตนเซ่น, จอร์จินโญ่ และไค ฮาแวร์ตซ์ เป็นเหล่านักเตะเอาต์ฟิลด์ที่ได้ลงเล่นต่อเนื่องจากเกมที่เอาชนะเอฟเวอร์ตัน

แผน 4-3-3 ที่ถูกนำมาใช้มีความคล้ายคลึงกับแท็คติกส์ในช่วงต้นฤดูกาล โดยเป็นอีกนัดที่ฮาแวร์ตซ์ถูกจับยืนในตำแหน่งของหมายเลข 9 หลังโชว์ฟอร์มโดดเด่นจากเกมกับทอฟฟี่สีน้ำเงิน ขณะที่คริสเตียน พูลิซิช ได้ออกสตาร์ตเกมลีกนัดแรกในยุคของทูเคิ่ล

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

นาทีที่ 6 - โอกาสแรกของเชลซีเกิดขึ้นจากสปีดที่รวดเร็วของพูลิซิช โดยเขาลากบอลหนี อลิโอสกี้แล้วปาดเข้าเขตโทษ กะให้ฮาแวร์ตซ์เข้าแท็ปอินแต่โดนบล็อคนักเตะเจ้าบ้านแล้วเป็นเมส์ลิเยร์ที่พุ่งมารับไว้ได้

นาทีที่ 7 - แค่ไม่กี่วินาทีถัดมาเป็นจังหวะที่ลีดส์ออกบอลให้แบมฟอร์ดวิ่งหลุดเดี่ยวไปทางด้านขวา ก่อนลากไปเปิดให้โรเบิร์ตส์วิงมาแปง่าย ๆ ตุงตาข่าย ทว่าอดีตกองหน้าของเราโดนจับล้ำหน้าไปก่อน

นาทีที่ 10 - พวกเราเกือบได้ประตูเฉยเลย โดยเป็นจังหวะที่ญอเรนเต้ พยายามเคลียร์บอลแต่ไปอัดเข้ากับอายลิ่งแล้วกระดอนกลับมาชนคานตัวเอง ลีดส์รอดหวุดหวิด

นาทีที่ 15 - จังหวะที่แบมฟอร์ดพยายามพาบอลเข้าเขตโทษก่อนโดนสกัด แต่ยังไปเข้าทางโรเบิร์ตส์ได้บรรจงปั่นด้วยขวาจากนอกกรอบ บอลกำลังจะมุดเข้าประตูแต่เอดู เมนดี้ไม่ยอมง่าย ๆ บินปัดด้วยปลายนิ้วสุดตัว เปลี่ยนทางบอลไปชนคาน น่าปรบมือให้นายด่านของเราจริง ๆ!

นาทีที่ 27 - เกมรุกของเราเริ่มตัน ๆ เดือดร้อนก็องเต้ต้องลองด้วยตัวเอง โดยรับบอลจากคริสเตนเซ่นแล้วลากเข้าหาเขตโทษแล้วซัดจากนอกกรอบ แต่บอลไปแฉลบนักเตะเจ้าบ้านได้เป็นลูกเตะมุม

นาทีที่ 35 - แบมฟอร์ด ซึ่งก่อนหน้านี้มีอาการบาดเจ็บฝืนเล่นต่อไม่ไหวทำให้บิเอลซ่าเปลี่ยนเอาโรดริโก้ลงมาเล่นแทน

นาทีที่ 39 - พวกเราได้ลุ้นประตูอีกครั้ง เป็นจังหวะที่เมาท์ได้บอลจากกลางสนามแล้วลากมากดจากระยะเกือบ ๆ 30 หลา โดนเมส์ลิเยร์ปัดไว้ก่อนตามมาตะครุบอยู่มือ

นาทีที่ 45+1 - อีกหนึ่งโอกาสที่เราจะเปิดแผลแรกใส่ยูงทองต้องชม ซิเยค วางบอลสุดเพอร์เฟ็คต์ข้ามกองหลังลีดส์ไปถึงฮาแวร์ตซ์ได้ยิงด้วยขวา แต่บอลเบาตรงตัวเมส์ลิเยร์รับไว้ได้

นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

นาทีที่ 48 - ไค ฮาแวร์ตซ์ รับบอลจากเพื่อนแล้วหนีตัวประกบเข้าเขตโทษ ก่อนง้างเท้าอัดด้วยขวาเต็มข้อ แต่เมส์ลิเยร์ปัดออกหลังไปได้

นาทีที่ 55 - ลีดส์ขึ้นเกมมาบ้างคราวนี้ โรดริโก้โขกชงให้ราฟินญ่าพลิกหนีอัซปิลิเกวต้าแล้วยิงด้วยเท้าซ้ายจากระยะเผาขน เมนดี้เหมือนจะทิ้งน้ำหนักตัวไปอีกทาง แต่ยังฝืนใช้มือปัดเอาไว้ได้จากนั้นอัซปิเคลียร์ทิ้งทันที

นาทีที่ 62 - เชลซีมาได้โอกาสลองลุ้นอีกครั้ง โดยเป็นเมาท์ไหลออกทางซ้ายให้ชิลเวลล์ที่วิ่งเติมเข้าเขตโทษ แต่จังหวะยิงซัดออกหลังไปเอง

นาทีที่ 68 - ทูเคิ่ล แก้เกมบ้างโดยส่งแวร์เนอร์กับเจมส์ ลงเล่นแทนพูลิซิชและซิเยค

นาทีที่ 72 - สิงห์บลูส์ยังพยายามมองหาประตูแรก คราวนี้รูดิเกอร์เติมขึ้นมาเองแล้วได้ลองยิงไกลจากนอกกรอบแต่ก็โดนเมส์ลิเยร์พุ่งปัดไว้ได้อีก

นาทีที่ 77 - ยูงทองได้กดดันบ้าง คราวนี้เป็นญอเรนเต้ที่ได้ง้างยิงจากในกรอบเขตโทษ แต่เจมส์ยังช่วยบล็อคไว้ได้ ส่วนจังหวะต่อเนื่อง โรดริโก้ ได้โหม่งลูกเตะมุมแต่ตรงตัวเมนดี้รับไว้ได้อยู่มือ

นาทีที่ 79 - การเปลี่ยนตัวคนสุดท้ายของเชลซีเป็นคัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ลงมาเล่นแทนเมสัน เมาท์

นาทีที่ 86 - คัลลัม เกือบปล่อยของได้เลยในจังหวะพาบอลแหวกแนวรับลีดส์เข้าเขตโทษด้านขวา แล้วตัดสินใจยิงแต่ไม่ผ่านมือนายด่านเจ้าบ้าน

นาทีที่ 90 - ทดเวลาบาดเจ็บออกไป 3 นาที ทั้งสองฝ่ายทำอะไรเพิ่มเติมไม่ได้ จบเกมเสมอกันไป 0-0

นัดถัดไป?

หลังจากนี้โฟกัสของเราจะเปลี่ยนไปที่การแข่งขันฟุตบอลถ้วย เริ่มจากศึกแชมเปี้ยนส์ ลีกกับแอตเลติโก้ มาดริดในรอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่สอง ณ สแตมฟอร์ด บริดจ์ในคืนวันพุธ จากนั้นเป็นการแข่งขันกับเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในรายการเอฟเอ คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่งจะเตะที่ SW6 เช่นกัน

เชลซี (4-2-3-1): เมนดี้; อัซปิลิเกวต้า (c), คริสเตนเซ่น, รูดิเกอร์, ชิลเวลล์; ก็องเต้, จอร์จินโญ่; พูลิซิช (แวร์เนอร์ 68), ซิเยค (เจมส์ 68), เมาท์ (ฮัดสัน-โอดอย 79); ฮาแวร์ตซ์ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม เกปา, ซูม่า, เอแมร์ซอน, อลอนโซ่, โควาซิช, ชิรูด์

ลีดส์ (4-1-4-1): เมส์ลิเยร์; อายลิ่ง (c), สตรูอิก, ญอเรนเต้, อลิโอสกี้; ฟิลลิปส์; ราฟินญ่า, โรเบิร์ตส์, ดัลลาส, แฮร์ริสัน (เฮลเดร์ คอสต้า 64); แบมฟอร์ด (โรดริโก้ 35 (คลิก 79))ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม กาซิญ่า, โคช, โพเวด้า, แช็คเคิลตั้น, เบราร์ดี้, เจนกินส์ใบเหลือง โรเบิร์ตส์ 23, อลิโอสกี้ 71, โรดริโก้ 74

ผู้ตัดสิน เควิน เฟรนด์