นัดนี้มีประตูเดียว ที่ตัดสินผลแพ้ชนะระหว่างทีมแชมป์โลก และทีมแชมป์เกาะอังกฤษ ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์

การจัดทัพ

พอตเตอร์ ปรับทีม 2 ตำแหน่งจากเกมบุกเสมอน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ โดยมาเตโอ โควาซิช และฮาคิม ซิเยค กลับมาเป็นตัวจริงครั้งแรก นับตั้งแต่จบการแข่งขันฟุตบอลโลก

จอร์จินโญ่ และเมสัน เมาท์ คือ 2 นักเตะที่ต้องหลีกทาง โดยรายหลังไม่มีชื่อในขุมกำลังวันนี้ด้วย เพราะมีปัญหาอาการบาดเจ็บ

เป๊บ กวาร์ดิโอล่า ปรับทีม 3 ตำแหน่งจากเกมที่เสมอกับเอฟเวอร์ตัน 1-1 โดย ฟิล โฟเด้น, เจา คันเซโล่ และไคล์ วอล์คเกอร์ กลับมาเป็น 11 ตัวจริง

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

1 - คิกออฟ⏰ เชลซี เป็นฝ่ายเขี่ยลูกเริ่มก่อน...

3 - ดูอาการราฮีม | เริ่มเกมได้ไม่นาน สเตอร์ลิ่งมีปัญหาบาดเจ็บจากจังหวะเบียดแย่งบอลกับจอห์น สโตนส์

5 - สุดท้ายเล่นต่อไม่ไหว | โอบาเมยอง ลงสนามแทนสเตอร์ลิ่ง

8 - จังหวะสวนกลับของเชลซี คูคูเรญ่าลองครอสเร็วจากฝั่งซ้าย ทิศทางของลูกไปตกข้างตาข่ายชนิดที่เอแดร์ซอนต้องเช็กระยะ

10 - ซิตี้พยายามขึ้นเกมทางขวา คันเซโล่เติมขึ้นแดนบนหวิดจะได้เหลี่ยมหวด คูลิบาลี่เอาชัวร์เตะสาดทิ้งขึ้นไปแดนบน

14 - กุนโดกันจ่ายหักเข้าในจากริมเส้นฝั่งขวา กะให้ฮาลันด์จบ เกปาอ่านทางแม่น คว้าหนึบมือ

16 - เราได้จบ! จังหวะทำเกมขึ้นมาดีทางฝั่งซ้าย ไปจบที่ฮาแวร์ตซ์จ่ายทะลุช่องให้พูลิซิชตามยิง แต่สโตนส์ยังบล็อกเอาไว้

19 - เป็นจังหวะพยายามสวนของซิตี้ บอลเริ่มจากเอแดร์ซอน ขว้างไกลให้เดอ บรอยด์พยายามสร้างเกมต่อ แต่เชลซีมีคูคูเรญ่าและคูลิบาลี่ช่วยกันสอดซ้อน ทำลายจังหวะนี้ไว้ได้

22 - พูลิซิชเล่นต่อไม่ไหว! 🤕 จากจังหวะลองจบสกอร์ที่สโตนส์ตามบล็อก สิงห์บลูส์ส่งชุคเวเมก้า ลงเล่นแทน

24 - เชลซีได้ลุ้นสองครั้งติด ๆ จังหวะแรกเป็นชุคเวเมก้าเติมขึ้นมายิงในกรอบแต่ไปติดบล็อก จากนั้นซิเยคจ่ายเรียดกะให้โอบาเมยองจบ แต่เอแดร์ซอนยังล้มตัวคว้าเอาไว้

29 - ซิเยคเรียกฟาวล์ให้เชลซีได้แถวริมเส้นขวา และเขาเป็นคนเปิดฟรีคิกลุ้นหน้ากรอบประตู ฮาลันด์ที่ลงไปช่วยเกมรับช่วยโหม่งทิ้ง

33 - ซิตี้หาโอกาสจนได้จบ เมื่อกุนโดกันลองปั่นบอลแถวกรอบเขตโทษ ลูกหลุดออกเสาไกล

38 - เกือบได้! โอกาสครั้งแรกของฮาลันด์ หอกนอร์เวย์แต่งบอลด้วยขวาก่อนดีดไวด้วยซ้าย ลูกโด่งออกไปนิดเดียว

42 - ซิเยคลองกึ่งยิงกึ่งผ่านจากพื้นที่ด้านขวา บอลก็ยังไปเข้ามือเอแดร์ซอน

44 - ชุคเวเมก้ากดบอลแฉลบคันเซโล่ไปชนเสาอย่างจัง, จากนั้นแมนฯ ซิตี้เล่นเกมสวนไว จังหวะนี้ไปจบที่เดอ บรอยด์ กดติดเซฟเกปา

45 - ทีมเยือนได้ลุ้นต่อ... คันเซโล่เติมจากฟูลแบ็คเข้ากรอบเขตโทษแล้วได้ลองกดแถวเสาแรก เป็นอีกครั้งที่เกปาต้องออกแรง

หมด 45 นาทีแรก | เชลซี 0-0 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตามลุ้นกันต่อในอีกครึ่งเวลา

นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

46 - ตามต่อในอีกครึ่งเวลา | ซิตี้เปลี่ยนสองคนรวดอคานยี่ และลูอิส ลงสนามวอร์คเกอร์ และคันเซโล่ ออก

48 - ฮาลันด์ชิงจังหวะที่เชลซีจ่ายบอลพลาดในแดนตัวเอง เขาหวดเต็มข้อบอลไม่ตรงกรอบ

50 - ทีมเยือนได้บุกต่อ อาเก้ที่เติมขึ้นมาเล่นเกมรับ โขกบอลไปชนคานแบบมีลุ้น

51 - มาต่อ! คราวนี้เดอ บรอยด์ วางเท้ากดเรียด ทำเอาเกปาต้องล้มตัวปัดทิ้ง

56 - สิงห์บลูส์ได้ครอสสองหนติด ครั้งแรกเป็นเตะมุมของซิเยค โค้งหลุดไปเสาไกล จากนั้นชุคเวเมก้าได้เปิดต่อ จังหวะนี้ไปจบที่ธิอาโก้ ซิลวา ซัดติดบล็อกบอลเกือบมุดเสาเข้าประตู

59 - เชลซี 0-0 แมนฯ ซิตี้ | แบร์นาโด้ทะลุทะลวง ทำให้บอลเข้าเท้าเดอ บรอยด์กดบอลพุ่งออกหลังแบบมีลุ้น

60 - ทีมเยือนเปลี่ยนตัวเพิ่ม | โฟเด้น ออก กรีลิช เช้าแบร์นาโด้ ออก มาห์เรซ เข้า

63 - แมนฯ ซิตี้ ขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะอัดโล่ง ๆ ของตัวสำรอง มาห์เรซ

68 - เชลซี เปลี่ยนสามคน | ซิเยค, โอบาเมยอง และคูคูเรญ่า ออก - กัลลาเกอร์, ฮอลล์ และฮัตชินสัน ลงสนาม

73 - แมนฯ ซิตี้ ได้บุกน่ากลัวต่อ เมื่อเดอ บรอยด์ พยายามเปิดเรียดเร็วจากสุดเส้นหลัง ฮาลันด์ตามชาร์จไม่ทัน

74 - ฮัตชินสัน โขกชงให้ฮาแวร์ตซ์โหม่งต่อแต่น้ำหนักเบา เอแดร์ซอนคว้าสบาย

75 - เอแดร์ซอนขว้างบอลทำเกมไม่ดี และฮอลล์ตัดได้ กลายเป็นว่าโควาซิชมีพื้นที่ลองส่อง ลูกเหินข้ามคาน

86 - ทีมเยือนพักโรดรี้ แล้วส่งฟิลลิปส์ อีกหนึ่งกลางตัวตัดเกม ลงสนาม

90 - ทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลัง 4 นาที ยังมีลุ้นเล็ก ๆ ให้พวกเราได้ลองบุกต่อ

90+1 - โอกาสของฮอลล์! ชุคเวเมก้า เลี้ยงทำทางรอให้เพื่อนเติม ก่อนไหลออกซ้ายให้ลูอิส ฮอลล์ กดด้วยซ้ายโด่งข้ามคาน

90+4 - คูลิบาลี่ รับใบเหลือง | แนวรับเซเนกัล ขวางทางเล่นของมาห์เรซ เพื่อไม่ให้ซิตี้ได้สวนกลับ โดยเป็นใบเหลืองใบที่สองของทีม ต่อจากโควาซิช ที่ฟาวล์คู่แข่งช่วงก่อนทดเวลา

หมดเวลาการแข่งขัน | เชลซี เปิดบ้านพ่ายแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0 

นัดถัดไป?

วันอาทิตย์ที่ 8 มกราคมนี้ เชลซี จะเจอกับซิตี้ เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 4 วัน โดยคราวนี้เราต้องออกไปเยือนเอติฮัด สเตเดี้ยม ในศึกเอฟเอ คัพ รอบ 3 คิกออฟ เวลา 21.30 น.

หลังจากนั้น เราจะกลับมาแข่งขันในคืนวันพฤหัสบดีอีกครั้ง โดยบุกไปเยือนถิ่นคราเวน ค็อตเทจ ของฟูแล่ม

เชลซี (4-2-3-1) เกปา; อัซปิลิเกวต้า (c), คูลิบาลี่, ธิอาโก้ ซิลวา, คูคูเรญ่า (ฮอลล์ 68); โควาซิช, ซาคาเรีย; ซิเยค (กัลลาเกอร์ 68), พูลิซิช, สเตอร์ลิ่ง (โอบาเมยอง 5) (ฮัตชินสัน 68)
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม เบตติเนลลี่, ชาโลบาห์, ฮัมฟรีย์ส, จอร์จินโญ่
ใบเหลือง โควาซิช 89; คูลิบาลี่ 90+4

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (4-3-3) เอแดร์ซอย; วอล์คเกอร์ (ลูอิส h/t), สโตนส์, อาเก้; คันเซโล่ (อาคานยี่ h/t), โรดรี้ (ฟิลลิปส์ 86), กุนโดกัน (c), โฟเด้น (มาห์เรซ 60); เดอ บรอยน์, แบร์นาร์โด้ ซิลวา (กรีลิช 60), ฮาลันด์ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม ออร์เตก้า, โกเมซ, กรีลิช, มาห์เรซ, พาล์มเมอร์, อัลวาเรซ
ผู้ทำประตู มาห์เรซ 64

ผู้ตัดสิน พอล เทียร์นี่ย์
ผู้ชม 39,998