มีนักเตะ 4 ราย ลงประเดิมสนามกับเชลซี แต่เป็นมิดฟิลด์จอมเก๋า ที่ทำประตูโทนในนัดนี้

การแข่งขันครึ่งแรกที่สุดสูสี จบลงด้วย "สิงห์บลูส์" เป็นฝ่ายออกนำจากจุดโทษของจอร์จินโญ่ หลังจากที่เบน ชิลเวลล์ โดนทำฟาวล์ในกรอบเขตโทษ ประตูดังกล่าวเพียงพอต่อการยุติสถิติที่ไม่สู้ดีของพวกเราในถิ่นกูดิสัน พาร์ค หลังจากพ่ายมา 4 นัดติดต่อกันในพรีเมียร์ ลีก

ราฮีม สเตอร์ลิ่ง เล่นได้น่าประทับใจตลอดเกม และส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายก่อนที่เราจะได้จุดโทษ แต่เป็นจังหวะที่เขาโดนจับล้ำหน้า เอดูอาร์ เมนดี้ โชว์เซฟสวย ๆ หนึ่งครั้งขณะที่เกมยังไร้สกอร์ และเซฟอีกครั้งในครึ่งหลัง

การจัดทัพ

มีการปรับทัพเพียง 1 ตำแหน่ง จาก 11 ตัวจริงที่เอาชนะอูดิเนเซ่ในพรีซีซั่น โดยชิลเวลล์ยืนแบ็คซ้าย แทนที่ของมาร์กอส อลอนโซ่ ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วม

สเตอร์ลิ่ง ลงประเดิมสนามในแผงเกมรุก 3 คน เคียงข้างไค ฮาแวร์ตซ์ และเมสัน เมาท์ ขณะที่คูลิบาลี่ มีส่วนร่วมในแผงแบ็คทรีเช่นกัน

นาทีต่อนาที - ครึ่งแรก

3 - ดูกูเร่ได้ลองสร้างโอกาสเข้าทำ จากจังหวะโขกลูกเปิดของแม็คนีล แต่น้ำหนักเบา ยังทำอะไรเกมรับเราไม่ได้

7 - เจมส์ ครอสลูกฟรีคิกจากริมเส้นฝั่งขวา บอลไปถึงฮาแวร์ตซ์โขกไปเข้าซองพิคฟอร์ด

9 - จากจังหวะคืนหลังให้พิคฟอร์ดไม่ดีของก็อดฟรีย์ กลายเป็นฮาแวร์ตซ์ได้เก็บตก และซัดบอลออกเสาแรก จังหวะต่อเนื่อง ก็อดฟรีย์ที่พยายามพุ่งมาเสียบสกัด เกิดบาดเจ็บ ทำให้ต้องปฐมพยาบาลกันเล็กน้อย

17 - ท้ายสุดก็อดฟรีย์เล่นต่อไม่ไหว แลมพาร์ดส่ง โฮลเกต ลงสนามแทน


19 - เมาท์ลองวางเท้าหวดจากแถวนอกกรอบ พิคฟอร์ดต้องออกแรงปัด จากนั้นบอลกระดอนหวิดที่สเตอร์ลิ่งจะได้ซัดต่อ และเป็นเกมรับเจ้าถิ่น ที่ยังดักได้

20 - เกรย์ครอสลึกเข้ากรอบเขตโทษเชลซีกะให้กอร์ดอนได้ลองจบ สิงห์บลูส์มีคูลิบาลี่ โขกทิ้ง

22 - จากลูกเตะมุมของเจ้าบ้าน และเป็นทาร์คอฟสกี้โขกบอลหวิดมุดใต้คาน เมนดี้สปริงตัวปัดทิ้งออกหลัง...

26 - จากจังหวะเตะมุมฝั่งซ้าย เราเล่นสั้น และเป็นราฮีมที่หลอกแพตเตอร์สันสนิท ทว่าจังหวะครอสเข้ากลาง โดนกองหลังเจ้าถิ่นโหม่งทิ้ง



28 - ทอฟฟี่เดินทางบุกทางฝั่งซ้าย และไปจบที่กอร์ดอนโหนโหม่งไม่ถนัด

32 - ราฮีม โชว์สปีดจนเรียกฟาวล์ได้แถมริมเส้นด้านขวาเยื้องเข้ากรอบ - เจมส์โยนเข้ากรอบ แนวรับเอฟเวอร์ตันช่วยกันสกัดทิ้ง

33 - เตะมุมสามหนติด ๆ โดยสองหนแรกโดนโฮลเกตโขกดักทิ้ง หนสุดท้ายเป็นแพตเตอร์สันเคลียร์จนพ้นอันตราย

41 - สเตอร์ลิ่งฝากสั้นให้เมาท์วางเท้ากดติดบล็อกทาร์คอฟสกี้ จากจังหวะต่อเนื่อง เอฟเวอร์ตันกำลังจะสวน แต่เชลซีมีธิอาโก้ ซิลวา ดักอ่านเกมขาด สกัดเกมโต้กลับของเกรย์ได้...

42 - เราหวิดได้ประตูขึ้นนำ เมื่อลูกยิงไกลของก็องเต้พุ่งเข้ากรอบ พิคฟอร์ดปัดไม่พ้นอันตราย สเตอร์ลิ่งซ้ำเข้าไปแล้ว ทว่าโดนจับล้ำหน้าไปก่อน

44 - กอร์ดอนพยายามลากฝ่าเกมรับสิงห์บลูส์เตรียมลองจบ และเป็นคูลิบาลี่ ตามดักทิ้งได้ทัน

45 - เนื่องด้วยการปฐมพยาบาลในสนามพักหนึ่งของก็อดฟรีย์ ทำให้เกมในครึ่งแรกทดเจ็บนาน 8 นาที

45+6 - เราได้จุดโทษ! เมื่อชิลเวลล์ไปโดนดูกูเร่ฟาวล์จนล้มลงในกรอบ

45+8 - จอร์จินโญ่กดไปที่มุมฝั่งซ้ายมือ พิคฟอร์ดพุ่งไปคนละทาง


นาทีต่อนาที - ครึ่งหลัง

47 - เกรย์โชว์สปีดจากริมเส้นซ้าย โดยที่มีธิอาโก้ ซิลวา ตามบีบ ก่อนที่ริมเส้นเจ้าบ้านจะตัดสินใจยิงบอลไปติดแฉลบจอมเก๋าของพวกเราออกหลังไป

52 - ทอฟฟี่สีน้ำเงินได้กดดันหลายหนติด ๆ กัน เมนดี้เซฟลูกยิงของดูกูเร่ โฮลเกตได้ซัดไปติดเมาท์ โมเม้นต์นี้ไปจบที่นายทวารของพวกเราคว้าหนึบมือ

54 - กอร์ดอนพยายามจะชาร์จเน้น ๆ จากการเปิดทางริมเส้นขวา และเป็นธ.ซิลวา อ่านทางถูกดักทิ้ง 

56 - เจมส์ รับใบเหลือง | ผู้ตัดสินมองว่าวิงแบ็คขวาสิงห์บลูส์ไปถ่วงเวลาตอนจะทุ่มบอล โดยถือเป็นแข้งรายที่สองในเกม ต่อจากเยรี่ มิน่า ที่รับใบเหลืองไปในช่วงท้ายครึ่งแรก

61 - เอฟเวอร์ตัน เปลี่ยนผู้เล่นสำรอง | อัลลี ลงสนามแทน แม็คนีล


63 - มิโคเลนโก้ สอดขึ้นมาลองซัด แต่โดนไม่ดี บอลหลุดกรอบ

63 - เชลซี ขยับ 2 ราย | ทูเคิ่ล ถอดชิลเวลล์ และเมสัน เมาท์ ออก ส่ง รูเบน ลอฟตัส-ชีค รวมถึงคริสเตียน พูลิซิช ลงเล่นแทน

73 - เพตเตอร์สันไหลบอลเข้าในให้อัลลี แนวรุกชาวอังกฤษพยายามจะลองจบ แต่ไปเสียจังหวะเสียเหลี่ยมเอง เอฟเวอร์ตันพลาดโอกาสจบสกอร์...

74 - โบรย่า, คูคูเรย่า ลงสนาม! แทนที่ของฮาแวร์ตซ์ และคูลิบาลี่ โดยรายหลังเหมือนมีอาการตะคริวขึ้น


77 - ขุมกำลังตอนนี้ รีซ, ธิอาโก้ และอัซปิ เป็นสามกองหลัง เชลซีใช้รูเบน ยิงวิงแบ็คขวา ส่วนคูคูเรญ่า เล่นฝั่งซ้าย ส่วนเกมรุกมีพูลิซิชและโบรย่า สนับสนุนสเตอร์ลิ่ง 

83 - คูคูเรญ่า เปิดบอลพุ่งตบกลับมาให้สเตอร์ลิ่งเตรียมจะยิงระยะ 6 หลา และเป็นมิโคเลนโก้ที่ตามสกัดทิ้งได้แบบหวุดหวิด

85 - เป็นอีกครั้งที่เกมนี้ต้องหยุดลงพักหนึ่ง หนนี้มีเหตุการณ์ปฐมพยาบาลแฟนบอลจากบนอัฒจันทร์... จากนั้นเกมกลับมาแข่งต่อ ในนาทีที่ 87

88 - จากจังหวะเตะมุมซ้ายของเชลซี คูคูเรญ่าเปิดเข้ากลาง พูลิซิชพยายามจะตวัดยิง ทว่าไม่ถนัด บอลหลุดออกหลังไป

90+6 - โบรย่าโดนทาร์คอฟสกี้ทำฟาวล์ สิงห์บลูส์ได้ลุ้นฟรีคิกจากนอกกรอบ และจังหวะเปิดของเจมส์ บอลถึงโบรย่าโหม่งไม่ถนัด พิคฟอร์ดคว้าได้

90+8 - คอเนอร์ กัลลาเกอร์ กองกลางชาวอังกฤษ ลงเล่นแทนจอร์จินโญ่ คนทำประตูขึ้นนำ

FT - แม้จะมีจังหวะบุกโยนยาวในช่วงท้าย แต่บอลก็ไปเข้าซองเมนดี้ จบการแข่งขัน สิงห์บลูส์คว้าชัยเหนือทอฟฟี่สีน้ำเงิน 1-0 ประเดิมสามแต้มแรกของฤดูกาล และเป็นชัยชนะในเกมเยือนเมอร์ซีย์ไซด์ครั้งแรก นับแต่ปี 2017 สุดยอดมาก พวกเรา! 👏 

นัดถัดไป?

เป็นศึกลอนดอน ดาร์บี้ โดยเราจะเปิดบ้านพบกับท็อตแน่มในวันอาทิตย์หน้า สเปอร์สคว้าชัยเกมนัดเปิดสนามด้วยการถล่มเซาท์แธมป์ตัน 4-1

เชลซี (3-4-3): เมนดี้; อัซปิลิเกวต้า (c), ธิอาโก้ ซิลวา, คูลิบาลี่ (คูคูเรญ่า 75); เจมส์, ก็องเต้, จอร์จินโญ่ (กัลลสเกอร์ 90+8), ชิลเวลล์ (ลอฟตัส-ชีค 65); เมาท์ (พูลิซิช 65), ฮาแวร์ตซ์ (โบรย่า 75), สเตอร์ลิ่ง
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม เกปา, ชาโลบาห์, โควาซิช, ซิเยค

ผู้ทำประตู จอร์จินโญ่ 45+9 จุดโทษ

ใบเหลือง
เจมส์ 56, คูคูเรญ่า 90+11

เอฟเวอร์ตัน (3-4-3): พิคฟอร์ด (c); ก็อดฟรีย์ (โฮลเกต 18), มีน่า (วินาเกร 70), ทาร์คอฟสกี้; แพตเตอร์สัน, ดูกูเร่, อิโวบี้, มิโคเลนโก้; แม็คนีล (อัลลี 61), กอร์ดอน, เกรย์

ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม เบโกวิช, คีน, อัลลัน, กบาแม็ง, มิลส์, วอร์ริงตัน

ใบเหลือง
มีน่า 45+8, มายโคเลนโก้ 80, โฮลเกต 90+8

ผู้ตัดสิน เคร๊ก พอว์สัน

ผู้ชม 39,254