ดั่งเช่นปีที่แล้ว เมสัน เมาท์ ต้องอดทนรอคอยก่อนซัดประตูแรกของฤดูกาล ซึ่งเขาฉลองวาระดังกล่าว ด้วยการยิงเพิ่มอีกหนึ่งตุง

เมาท์ เบิกร่องประตูในฤดูกาล 2022/23 ด้วยการเหมาเบิ้ลใส่แอสตัน วิลล่าเมื่อวันอาทิตย์ จากจังหวะวอลเล่ย์ตามสัญชาตญาณ และลูกฟรีคิกสุดสวย

ฤดูกาลที่แล้ว เมสัน ต้องรอจนถึงการลงสนามนัดที่ 11 ก่อนจะยิงประตูได้ ซึ่งสุดท้ายกลายเป็นแฮตทริกในเกมกับนอริช สำหรับเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ถือเป็นการทำประตูในการลงเล่นนัดที่ 13 ของซีซั่นปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม เขายิงประตูให้กับทีมชาติอังกฤษไปแล้วในเกมกับเยอรมนี พร้อมทำอีก 4 แอสซิสต์ จากชัยชนะเหนือวูล์ฟส์ และเอซี มิลาน ก่อนความสำเร็จที่วิลล่า พาร์ค

'คุณไม่มีวันต้องการเริ่มต้นฤดูกาล โดยยิงประตูไม่ได้มานานขนาดนั้น แต่มันเกิดขึ้นกับผมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ดังนั้นผมรู้ว่าจะต้องรับมืออย่างไร' เมาท์ กล่าว

'ผมไม่อยากให้มันเกิดขึ้น แต่มันก็ไม่ได้กวนใจผมมากนักครับ ผมมีจิตใจที่แข็งแกร่ง ผมยึดมั่นกับมัน และสุดท้ายใจผมรู้ว่าเดี๋ยวมันก็จะมาแน่ ๆ

'ฤดูกาลที่แล้วตอนที่ผมยิงประตูแรก ผมยิงได้อีก 2 ลูกในแมตช์นั้น ซึ่งตอนนี้ผมก็ยิงไป 2 มันเป็นประตูที่เพลิดเพลินมาก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือทีมของเราคว้าชัยชนะ'


เมาท์ ตระหนักดีว่าชัยชนะนัดล่าสุด ไม่ใช่ผลงานที่ดีที่สุดของทีม แต่เป็นแนวทางการยืนหยัดรักษาผลการแข่งขัน ซึ่งแสดงให้เห็นอีกด้านหนึ่งจากทีมของแกรห์ม พอตเตอร์

'เรารู้ว่าเราทำได้ดีกว่านี้ แต่เราก็ยืนหยัดรักษาผลการแข่งขันและคว้าชัยชนะเอาไว้ได้ ผู้จัดการทีมพูดไว้เยอะมาก ว่าเราต้องอดทนในบางเกม ซึ่งเราทำได้

'เรารู้ในฐานะนักเตะว่าในการแข่งขัน เราจะไม่ได้ครองบอลไปตลอดทั้งเกม เราต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งเก่ง ๆ ซึ่งจะได้ครองบอลและสร้างโอกาส เราต้องอดทนให้ผ่านพ้นช่วงเวลาดังกล่าว ผมรู้สึกว่าเราทำแบบนั้นในครึ่งแรก

'ความรู้สึกของเกมนี้มันไม่ใช่ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราผ่านมาได้ และมาถึงพักครึ่งด้วยสกอร์นำ 1-0 จากนั้นเราได้พักหายใจ ได้คุยกัน และได้ดูว่าเราสามารถปรับเปลี่ยนในส่วนไหนได้บ้าง

'เราออกมาลงเล่นครึ่งหลังกันใหม่ มีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยเพื่อดูว่าเราจะครองบอล และสร้างโอกาสให้มากขึ้นได้อย่างไร' เมสัน ว่าต่อ

'ครึ่งหลังไม่ได้ลนลานมากนัก เราครองเกมได้มากกว่าเดิม พวกเขาจะสร้างโอกาสได้อยู่แล้ว พวกเขาเล่นในบ้าน และพร้อมทุ่มทุกอย่างใส่พวกเราเพื่อทำประตู การเล่นนอกบ้านแบบนี้มันไม่เคยง่ายเลย แต่เราก็ผ่านมันมาได้ครับ'


สิ่งหนึ่งที่พอตเตอร์ปรับก่อนพักครึ่ง คือการวางตำแหน่งให้เมาท์ลงมายืนต่ำกว่าเดิม จากนั้นแข้งหมายเลข 19 ขยับไปยืนสูงอีกครั้งในครึ่งหลัง ซึ่งความหลากหลายเช่นนี้ คือจุดเด่นในการเล่นของเมาท์

'เราได้เปลี่ยนแผนการเล่น และผมก็เปลี่ยนแปลงตำแหน่งในครึ่งแรก ผมไปเล่นในสองมิดฟิลด์ตัวกลางเป็นแบบเบอร์ 6 พยายามรับมือกับสิ่งที่คู่แข่งทำใส่พวกเรา' เขาอธิบาย

'คุณต้องมีความสารพัดประโยชน์ นี่คือปีที่ 4 ของผม และในระหว่างนั้น ผมก็ได้ลงเล่นในหลายตำแหน่งที่แตกต่างกันไป ในระหว่างการแข่งขัน หากคุณต้องปรับเปลี่ยน ต้องไปทางซ้าย ไปทางขวา หรือถอยลงมายืนมิดฟิลด์ตัวต่ำ และเล่นเป็นเบอร์ 9 ตัวหลอก หรือเบอร์ 10 ผมจำเป็นต้องพร้อมสำหรับสิ่งนั้น เราเล่นกันเป็นทีม ไม่ใช่แค่ผมคนเดียว ถือเป็นจุดแกร่งของทีมถ้านักเตะทำแบบนั้นได้'


หนึ่งในนักเตะที่ถูกส่งลงสนามช่วงพักครึ่งแรกคือ เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า โดยหลังจากที่รีซ เจมส์ ต้องพัก 8 สัปดาห์ คาดว่ากัปตันจะมีบทบาทมากขึ้นก่อนถึงศึกฟุตบอลโลก

'รีซี่ ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมากในฤดูกาลนี้' เมาท์ กล่าว

'เขายกระดับขึ้นมา เขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดของทีม การเห็นเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นกับเขา และในฐานะที่เขาเป็นเพื่อนสนิทของผมด้วย มันเป็นเรื่องที่น่าเสียใจมาก คุณรู้ว่ากำลังจะมีการแข่งขันอะไรเกิดขึ้นด้วย ถือเป็นเรื่องที่เสียหายมากสำหรับพวกเรา

'เราต้องยกระดับกันขึ้นมาครับ สิ่งที่อัซปิทำหลังจากที่ลงสนามคือสุดยอดมาก เขาก้าวเท้าขึ้นมาในฐานะกัปตัน เขาสร้างอิมแพ็คต์สำคัญจากม้านั่งสำรอง

'เราเป็นทีมที่แข็งแกร่ง เราต้องสามัคคีผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปด้วยกัน เรารู้ว่าต้องมีอาการบาดเจ็บเกิดขึ้น จากจำนวนการแข่งขันที่เราต้องลงเล่น นั่นละคือตอนที่ขุมกำลังจะเข้ามามีบทบาท เราทุกคนต้องฟันฝ่าไปด้วยกัน นั่นคือสิ่งที่ผู้จัดการทีมพูดมาตลอด เราต้องสามัคคีกันไว้ เพราะเราจะต้องการทุก ๆ คน'