ไม่มีหลักฐานไหนจะพิสูจน์ความฟิตของเอ็นโกโล่ ก็องเต้ได้ชัดเจนนอกจากการลงสนามไปแล้วยิงประตูลิเวอร์พูลได้

เขาลงเล่นและเป็นที่จับตามองในช่วงท้ายเกมด้วยการลุยเดี่ยวแล้วยิงเข้าไปอย่างงดงาม

น่าเสียดายที่ทีมเยือนยังคงรั้งสถิติชนะ 100% ในพรีเมียร์ลีกเอาไว้ได้หลังเชลซีพ่ายมาด้วยสกอร์ 1-2

ก็องเต้ลงเล่นในเกมยูฟ่า ซูเปอร์คัพกับลิเวอร์พูลมาแล้วก่อนหน้านี้ หลังจากนั้นห้าสัปดาห์เขาก็กลับมาลงเล่นอีกครั้งหลังบาดเจ็บไป

หลังกลับมาลงสนามได้อีกครั้ง ด้วยความถ่อมตัวที่ทุกคนรู้ดี ก็องเต้ไม่อยากพูดถึงประตูของตัวเองแต่อยากพูดถึงภาพรวมมากกว่า

“ผมดีใจที่ได้กลับมานะ” ก็องเต้กล่าว “ผมแฮปปี้ที่ได้กลับมาลงสนามต่อหน้าแฟนบอลอีกครั้งในเกมใหญ่แบบนี้ ผมผิดหวังกับผลการแข่งแต่ก็ดีใจนะที่ได้กลับมาช่วยทีมได้แล้ว”

“เราพยายามกันเต็มที่ สองประตูจากลูกตั้งเตะของลิเวอร์พูลทำให้เราเจองานยาก แต่เราก็มีโอกาสที่ดีอยู่บ้าง หลังพักครึ่งเราคุยกันในห้องแต่งตัวและเชื่อมั่นว่าเราตีตื้นได้ และหลังจากที่ผมยิงได้ เราก็มีโอกาสมากขึ้น แต่ไม่สามารถเก็บผลการแข่งที่ต้องการได้”

เมื่อดูจากจังหวะฟรีคิกที่ทำให้ทีมหงส์แดงได้ประตูนำ ก็องเต้บอกถึงความแตกต่างของทั้งสองประตูนั้น

“ประตูแรกสวยมากเลยนะ แต่ประตูที่สองเราน่าจะรับมือได้ แต่สุดท้ายเราก็ไล่ตามไม่ทัน ทำให้ลิเวอร์พูลได้แต้มไป”

“เราเล่นดีมากในช่วงครึ่งหลัง ทำประตูได้ แต่ตีเสมอไม่ได้ ผลงานของเราถือเป็นเรื่องดีนะ เราต้องแก้มือให้ได้ในเกมหน้า ถ้าเราปรับปรุงให้ดีขึ้นเราก็มีโอกาสชนะเกมต่อไปได้”

เกมต่อไปจะเปิดบ้านเจอกริมสบี้ ทาวน์ในคืนวันพุธ ซึ่งเป็นเกมคาราบาว คัพ ซึ่งก็องเต้และเพื่อนร่วมทีมกำลังตั้งเป้าคว้าชัยนัดแรกของฤดูกาล ก่อนจะเจอกับไบรท์ตันในวันเสาร์ เราเป็นหนึ่งในหกทีมกลางตารางที่มีแต้มอยู่ 8 แต้มจากเกม 6 นัดที่ผ่านมา

“เราเริ่มต้นได้ไม่ดีนัก เรายังมีงานต้องทำอีกมาก” ก็องเต้ยอมรับ “เรายังไม่ได้อยู่ในจุดที่ต้องการ แต่เรายังสู้ได้และเปลี่ยนผลการแข่งในเกมต่อไปได้อยู่”