คาลิดู คูลิบาลี่ ทำผลงานสุดแข็งแกร่งต่อหน้าแฟนบอลในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยเขากลายเป็นนักเตะคนล่าสุด ที่ยิงประตูในการเดบิวต์พรีเมียร์ ลีก เกมเหย้าให้กับสิงห์บลูส์

แม้เขาจะถูกเซ็นมาจากนาโปลี เพราะความแข็งแกร่งในการเล่นเกมรับ แต่ปราการหลังทีมชาติเซเนกัล แสดงทักษะการจบสกอร์ในแนวรุก ด้วยการวอลเล่ย์ลูกเตะมุมช่วยให้พวกเราออกนำท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์

ลูกยิงสุดสวยของแข้งวัย 31 ปี ถือเป็นการสานต่อสถิติที่ดีของนักเตะที่ทำประตูในการลงสนามเกมลีกนัดแรกให้กับเชลซีที่เดอะ บริดจ์ ซึ่งถือเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นมาต่อเนื่อง 6 ฤดูกาลแล้ว

เทรฟเวอห์ ชาโลบาห์ ดาวเตะจากทีมอคาเดมี่ สร้างชื่อของเขาเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ตอนลงประเดิมสนามพรีเมียร์ ลีกแข่งขันกับคริสตัล พาเลซ โดยผ่านมาไม่กี่วันหลังลงเล่นนัดแรกให้ทีมชุดใหญ่ในศึกซูเปอร์ คัพ ที่เราเอาชนะบียาร์เรอัล แข้งวัย 22 ปี โชว์เกมรับสุดแกร่งในการแข่งขันกับ "ปราสาทเรือนแก้ว" แต่สิ่งที่ถูกจดจำได้ดีที่สุดในวันนั้นคือลูกยิงไกลในครึ่งหลัง ที่ช่วยตอกย้ำชัยชนะ 3-0 ให้กับพวกเรา

พาเลซ ยังคงเป็นคู่แข่งของเราในฤดูกาล 2020/21 ตอนที่เบน ชิลเวลล์ ลงประเดิมสนามเกมลีกให้กับเชลซี หลังจากพลาดการมีส่วนร่วมใน 3 นัดแรกของฤดูกาลเพราะอาการบาดเจ็บ แบ็คซ้ายรายนี้ทดแทนเวลาที่หายไป โดยยิงประตูเบิกร่องจากจังหวะเก็บตกระยะเผาขนช่วงต้นครึ่งหลัง ก่อนจะครอสบอลให้เคิร์ต ซูม่า โหม่งทำประตูที่ 2 ในแมตช์ที่พวกเราถล่มคู่แข่ง 4-0



ย้อนไป 1 ปีก่อนหน้านั้น เป็นเมสัน เมาท์ ที่สร้างความดีใจให้กับแฟนบอลในบ้าน ตอนยิงประตูหลังผ่านไปเพียง 7 นาทีในการลงเล่นนัดแรกให้ทีมชุดใหญ่ที่เดอะ บริดจ์ กับเลสเตอร์ ซิตี้ แข้งวัย 20 ปี ณ เวลานั้น ซึ่งผ่านการเล่นในระบบเยาวชนมาตั้งแต่อายุ 6 ขวบกับสโมสร แย่งบอลมาจากวิลเฟร็ด เอ็นดีดี้ บริเวณกรอบเขตโทษ ก่อนซัดผ่านมือแคสเปอร์ ชไมเคิ่ล พร้อมฉลองโมเม้นต์สุดพิเศษด้วยการสไลด์เข่าดีใจต่อหน้าแฟนบอลอัฒจันทร์ฝั่งเดอะ เชด เอนด์


ขณะที่กอนซาโล่ อิกวาอิน ไม่เคยโชว์ฟอร์มที่ดีที่สุดระหว่างการย้ายยืมตัวมาเล่นให้เดอะ บลูส์ ในครึ่งหลังของฤดูกาล 2018/19 แต่กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ ได้ดื่มด่ำกับการประเดิมสนามเกมลีกในบ้าน ด้วยการซัด 2 ประตูใส่ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ หลังเบิกร่องลูกแรกใส่ "เดอะ เทอร์เรียร์ส" ด้วยการจบสกอร์จากเสาใกล้ ด้วยบอลทะลุช่องของเอ็นโกโล่ ก็องเต้ อิกวาอินมาทำประตูที่ 4 ของเกมในครึ่งหลัง ด้วยการซัดจากเท้าขวาในระยะ 25 หลา ช่วยทีมถล่มคู่แข่ง 5-0


สำหรับสถิติการยิงประตูในเกมลีกนัดแรกที่เดอะ บริดจ์ เริ่มต้นขึ้นในฤดูกาล 2017/18 เมื่ออัลบาโร่ โมราต้า ลุกจากม้านั่งสำรองมายิงใส่เบิร์นลี่ย์ในนัดเปิดสนามของซีซั่น แต่แมตช์ดังกล่าวพวกเราเจอกับความผิดหวังด้วยการปราชัย 3-2 หลังจากที่ต้องเหลือ 10 คนเพราะแกรี่ เคฮิลล์ โดนไล่ออกตั้งแต่ต้นเกม แต่โมราต้า ได้สร้างชื่อให้กับตัวเอง ด้วยการจบสกอร์จากลูกครอสของวิลเลี่ยน ซึ่งผ่านมา 11 นาที หลังเขาโดนเปลี่ยนลงมาแทนมิชี่ บัตชูอายี่

นอกจากนี้ยังมีนักเตะอีกหลายราย ที่สร้างความประทับใจให้กับแฟนบอลเชลซี ด้วยการทำประตูในการลงเล่นเกมลีกนัดแรกในบ้านในยุคสมัยของพรีเมียร์ ลีก

ฤดูกาล 2014/15 ดิเอโก้ คอสต้า กดตุงแรกที่เดอะ บริดจ์ โดยส่งพวกเราขึ้นนำเลสเตอร์ในแมตช์ที่คว้าชัยชนะ 2-0 ซึ่งหลังจากนั้นเขาต่อยอดด้วยการยิงไป 9 ประตู ใน 7 นัดแรกของพรีเมียร์ ลีก

โลอิก เรมี่ อาจจะไม่เฉียบคมเท่ากับคอสต้า แต่หัวหอกชาวฝรั่งเศส ทำประตูแรกหลังลงสนามเป็นตัวสำรองเพียง 8 นาที ในชัยชนะ 4-2 เหนือสวอนซีเมื่อเดือนกันยายน 2014

ทางด้านฆวน มาต้า เจ้าของรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของเชลซี 2 สมัย ทำประตูแรกฉลองการเดบิวต์ในฐานะตัวสำรอง ช่วยพวกเราเอาชนะนอริช ซิตี้ 3-1 เมื่อเดือนสิงหาคม 2011



นักเตะรายอื่น ๆ ที่ทำประตูให้กับสิงห์บลูส์ในการประเดิมสนามเกมลีกที่เดอะ บริดจ์ นับตั้งแต่เปลี่ยนสหัสวรรษ ประกอบด้วย จอร์จ เวอาห์ (ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์, มกราคม 2000), จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลเบงก์, มาริโอ สตานิช (ทั้งคู่ในเกมกับเวสต์ แฮม, สิงหาคม 2000), โบเดอไวจ์น เซนเด้น (นิวคาสเซิ่ล, 2001), อาเดรียน มูตู (เลสเตอร์, สิงหาคม 2003), เคลาดิโอ ปิซาร์โร่, ฟลอร็องต์ มาลูด้า (ทั้งคู่ในเกมกับเบอร์มิ่งแฮม ซิตี้, สิงหาคม 2007) และเดโก้ (พอร์ตสมัธ, สิงหาคม 2008)