เชลซี เล็งสานต่อสถิติอันสมบูรณ์แบบในเกมเหย้านัดเปิดสนามพรีเมียร์ ลีก กับคู่แข่งร่วมลอนดอน โดยเราจะลงแข่งขันกับท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ในวันอาทิตย์นี้

ตลอด 3 ทศวรรษที่ผ่านมา "สิงห์บลูส์" เผชิญหน้ากับคู่แข่งร่วมเมืองหลวง ในเกมเหย้านัดแรกของฤดูกาลทั้งหมด 5 ครั้ง โดยเราเก็บชัยชนะได้ครบทุกนัด

2000 – เวสต์ แฮม ยูไนเต็ด

ขณะที่จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลเบงก์ สังหารจุดโทษในการเล่นเกมเหย้านัดแรกให้กับเดอะ บลูส์ และจานฟรังโก้ โซล่า ก็ทำประตูจากลูกฟรีคิกสุดสวย ชัยชนะ 4-2 เหนือเวสต์ แฮม ในช่วงต้นฤดูกาล 2000/01 ถูกจดจำอย่างดีที่สุดจากลูกยิงของมาริโอ สตานิช

แข้งชาวโครแอต ยิงไปเพียง 10 ประตู ระหว่างการค้าแข้งในถิ่นเดอะ บริดจ์ แต่ 2 จากในนั้นเกิดขึ้นในนัดนี้ ประตูแรกเป็นการแสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ของเขา จากการเดาะบอลด้วยต้นขาและเท้า ก่อนจะวอลเล่ย์เต็มข้อจากระยะ 30 หลา ผ่านมือชาก้า ฮิสลอป เสียบสามเหลี่ยม

2005 – อาร์เซนอล

ลูกยิงของสตานิช เมื่อปี 2000 ถือว่างามหมดจด ส่วนลูกยิงของดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ในเกมเหย้านัดแรกของฤดูกาลกับอาร์เซนอลใน 5 ปีถัดมา อาจมีโชคเข้ามาเกี่ยวข้อง

แข้งชาวไอวอรี่ โคสต์ ทำ 2 ประตูช่วยให้พวกเราเอาชนะ "ปืนใหญ่" 2-1 ในการแข่งขันคอมมิวนิตี้ ชิลด์ เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนหน้านั้น แต่สถิติไร้ชัยชนะเหนืออาร์เซนอลในพรีเมียร์ ลีก ดูจะดำเนินต่อไป เพราะเกมมาถึงนาทีที่ 73 แล้วยังไม่มีสกอร์เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม สุดท้ายโชคชะตาอยู่ข้างเรา เมื่อดร็อกบาซึ่งไม่สามารถควบคุมลูกฟรีคิกจากเปาโล แฟร์ไรร่า แต่กลับใช้เข่าเปลี่ยนทางบอลแบบไม่ตั้งใจ ผ่านมือของเยนส์ เลห์มัน ทำให้พวกเราเก็บชัยชนะนัดแรกในเกมลีก 20 นัดเหนือคู่แข่งจากลอนดอนเหนือ

2016 – เวสต์ แฮม ยูไนเต็ด

อันโตนิโอ คอนเต้ จะเป็นคู่แข่งของพวกเรา ยามคุมทีมสเปอร์สพบกับเชลซีสุดสัปดาห์นี้ แต่เชลซี มีความทรงจำหอมหวานกับกุนซือขาวอิตาเลียน ตอนพวกเขาคุมทัพ "สิงห์บลูส์" เมื่อ 6 ปีก่อน

แม้จะเป็นฝ่ายครองเกมได้เหนือกว่า แต่เดอะ บลูส์ ดูจะเก็บได้เพียงแต้มเดียว หลังลูกจุดโทษของเอเด็น อาซาร์ ถูกประตูท้ายเกมของเจมส์ คอลลินส์ ตามตีเสมอ

แต่ดิเอโก้ คอสต้า ไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น โดยขณะที่การแข่งขันเหลืออยู่ 1 นาที เขารังสรรค์โมเม้นต์แห่งความมหัศจรรย์ ด้วยการกดบอลเรียดจากระยะ 20 หลา ผ่านขาคอลลินส์ และผ่านมือของอาเดรียน เสียบเสาด้านล่าง ช่วยให้พวกเราเอาชนะ 2-1 ซึ่งคอนเต้ กอดรัดฟัดเหวี่ยงฉลองกับแฟนบอลในสนามอย่างบ้าคลั่ง

2018 – อาร์เซนอล

เกมเหย้านัดแรกของเมาริซิโอ้ ซาร์รี่ ในฐานะกุนซือเชลซี เปี่ยมไปด้วยเรื่องราวน่าตื่นเต้น โดยมี 5 ประตูเกิดขึ้นในการแข่งขันกับอาร์เซนอล

ทุกอย่างดูจะเป็นไปตามแผน เมื่อมาร์กอส อลอนโซ่ จ่ายให้เปโดรทำประตูเบิกร่อง จากนั้นเซซาร์ อัซปิลิเกวต้า แอสซิสต์ให้อัลบาโร่ โมราต้า หลุดไปยิงช่วยพวกเรานำ 2-0 ตั้งแต่ 20 นาทีแรก แต่แล้วเฮนริกห์ มาร์คิทาเรียน และอเล็กซ์ อิโวบี้ ยิงกันคนละประตูภายใน 4 นาทีช่วงท้ายครึ่งแรก ทำให้เกมกลับมาเสมอกันก่อนถึงครึ่งหลัง

สกอร์ยังคงเสมอกัน จนกระทั่งเวลาเหลืออีก 9 นาที เมื่ออาซาร์ ล่อหลอกกองหลังอยู่ทางฝั่งซ้าย ก่อนปาดเข้ามาที่เสาใกล้ให้อลอนโซ่ จบสกอร์ช่วยพวกเราคว้าชัยชนะสุดมัน 3-2

2021 – คริสตัล พาเลซ

ไม่กี่วันหลังจากเอาชนะบียาร์เรอัลในการแข่งขันซูเปอร์ คัพ อันเหน็ดเหนื่อยที่เบลฟาสต์ ซึ่งลากยาวไปถึงการดวลจุดโทษตัดสิน เชลซีโชว์ผลงานแข็งแกร่งในเกมลีกนัดเปิดสนามที่เดอะ บริดจ์เมื่อ 12 เดือนที่แล้ว จนเอาชนะคริสตัล พาเลซได้สำเร็จ

เดอะ บลูส์ ลงเล่นนัดนี้โดยกุมสถิติคว้าชัย 7 จาก 8 นัดหลังสุดเหนือ "ดิ อีเกิ้ลส์" ซึ่งเรามาได้ประตูขึ้นนำจากลูกฟรีคิกสุดฉมังของมาร์กอส อลอนโซ่ รวมทั้งการจบสกอร์ระยะประชิดของคริสเตียน พูลิซิช

แต่แล้วโมเม้นต์สำคัญของเกมมาเกิดขึ้นในครึ่งหลัง นาทีที่ 58 เมื่อเทรฟเวอห์ ชาโลบาห์ แข้งผู้ก้าวชั้นจากทีมอคาเดมี่ ได้สับไกจากระยะ 25 หลา ส่งบอลแหวกอากาศเสียบเสา ก่อนคุกเข่าฉลองโดยกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ กลายเป็นประตูปิดท้ายในชัยชนะ 3-0 ของพวกเรา