ทุกเส้นทางสู่เกมระดับอาชีพของนักฟุตบอลทุกคนนั้นแตกต่างกัน ซึ่ง มาเตโอ โควาซิช ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น มิดฟิลด์ชาวโครแอต ได้เล่าถึงเรื่องราวในตอนต้นอาชีพค้าแข้ง รวมทั้งความยากลำบากที่เขาต้องก้าวผ่าน และการพบกับคนดังของเกมลูกหนัง ซึ่งกลายเป็นเพื่อนที่วิเศษของเขา...

การเริ่มต้นของผมทั้งร่าเริงและสนุกสนาน ตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก เป้าหมายเดียวของผมคือการเล่นฟุตบอล ตอนที่ผมอายุ 4-5 ขวบ คุณแม่พาผมไปซ้อมครั้งแรก และจากนั้นทุกคนก็บอกเธอว่าผมยังเด็กเกินไปและไม่ควรเริ่มเล่นในตอนนั้น แต่สุดท้ายพวกเขาก็ยอมให้ผมเล่น เพราะพวกเราดื้อรั้นมาก ๆ

ผมยังเด็กมาก แต่ผมจำได้ว่าตอนที่อายุ 5-6 ขวบ ผมมีความเร็ว และมีบางอย่างที่เด็กคนอื่นไม่มี สมัยอนุบาลผมเล่นแบบ 1 ต่อ 3 มาตลอดแล้วผมก็ทำได้ดีด้วย จากนั้นพอเวลาผ่านไป ผมตระหนักว่าผมมีพรสวรรค์ แต่พ่อพูดเสมอว่าถ้าไม่ทำงานหนัก พรสวรรค์ก็ไม่มีประโยชน์ ดังนั้นผมจึงทำงานหนักทุกวันเพื่อมาถึงจุดที่ผมอยู่ในตอนนี้

ผมเล่นกับเด็กที่โตกว่าผม 2-3 ปี ทุกอย่างหมุนรอบฟุตบอลในครอบครัวของผม ซึ่งพวกเขาเป็นผู้สนับสนุนที่วิเศษที่สุด ผมจำได้ตอนที่ย้ายจาก LASK ไปอยู่กับดินาโม ซาเกร็บ ผมยังอายุน้อยมาก อายุแค่ 12 ปีเอง ผมเริ่มค้าแข้งให้กับดินาโม และต้องขอบคุณฟุตบอล ที่ทำให้ผมมีเพื่อนเยอะเลย

เป็นเรื่องธรรมดาในฟุตบอลและในชีวิต ที่จะมีทั้งโมเม้นต์ที่ดีและร้าย ตอนที่ผมอายุ 14 ปี ขาของผมหัก และแน่นอนว่าครอบครัวของผมเจ็บปวดมากเพราะสิ่งดังกล่าว คุณพ่อออกจากงานที่ออสเตรียซึ่งพวกเรามีชีวิตที่ดี และย้ายไปที่โครเอเชีย

มันเป็นอะไรที่เสี่ยงอยู่นะ แต่เขามีศรัทธาว่าผมจะบรรลุสิ่งที่ยิ่งใหญ่กับดินาโม และสุดท้ายเขาก็คิดถูก พ่อคือกำลังใจที่ดีที่สุดของผมมาเสมอ เช่นเดียวกับทุกคนในครอบครัว พวกเขาเสียสละหลายอย่างเพื่อผม และผมก็พยายามตอบแทนด้วยแนวทางอื่น พยายามตอบแทนด้วยการทำให้ดีที่สุด เป็นลูกที่ดีให้พวกเขา และรักษาสัมพันธ์ที่วิเศษกับครอบครัวเอาไว้เสมอ ผมไม่เคยพลาดอะไรเลยละ อย่างที่คุณบอกนั่นละ ในบางโมเม้นต์สำคัญ สมาชิกในครอบครัวยิ่งสนิทกันมากขึ้นไปอีก ดังนั้นจึงมีเรื่องดี ๆ หลายอย่างเกิดขึ้นกับพวกเรา ในช่วงเวลาที่เลวร้ายด้วยเช่นกันครับ

หนึ่งในนั้นคือการพบกับ ลูก้า โมดริช ผมเฝ้าชมการเล่นของ ลูก้า มาตั้งแต่ผมอายุประมาณ 10 ปี นั่นคือตอนที่ผมเริ่มเข้าใจฟุตบอลดีขึ้น ผมมีโอกาสพบกับเขา 2 ครั้ง ครั้งแรกผมอายุประมาณ 9-10 ปี และครั้งที่ 2 ตอนที่ผมอายุได้สัก 14 ปี ตอนที่ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ซื้อตัวเขาไปร่วมทีม

นั่นคือตอนที่พวกเขาบอกว่า มันจะเยี่ยมมากในการถ่ายภาพร่วมกับ ลูก้า เพราะในวันหนึ่งเขาจะกลายเป็นเพื่อนร่วมทีมของผม และเรื่องนั้นก็เกิดขึ้นจริง พวกเราเข้ากันได้อย่างมหัศจรรย์ และเราก็จะรักษาสิ่งนั้นต่อไปในชีวิต ผมดีใจที่ได้รู้จักกับบุคคลที่วิเศษ ไม่ใช่เพียงแค่ประเภทการเป็นนักเตะของเขา เรื่องนี้เราทุกคนรู้กันดี แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง เขาก็ยิ่งใหญ่เหมือนกัน เขาใจเย็นมาก ๆ ซึ่งผมชื่นชมเขามากเลยละ เขาเป็นคนที่ติดดินเสมอ เขาไม่เคยหยิ่งเลย เขาคือแบบอย่างให้กับนักเตะที่อายุน้อยกว่าอย่างพวกเราทุกคน และอาชีพค้าแข้งของเขาก็ต้องเป็นแบบอย่างให้กับพวกเราด้วย

หลังจากที่ผมขาหัก ผมกลับมาแบบแข็งแกร่งสุด ๆ ตอนที่ผมอายุ 16 ปี ผมก้าวขึ้นไปติดทีมชุดใหญ่ นั่นคือก้าวแรกสู่ฟุตบอลระดับอาชีพของผม การประเดิมสนามเกมซีเนียร์ให้กับดินาโม ซาเกร็บของผม เป็นอะไรที่พิเศษมาก ๆ ตอนนี้มันผ่านมานานมากแล้ว! ผมยิงประตูในเกมนี้ได้ด้วย มันเป็นวันที่ต้องจดจำ พ่อของผมมีความสุขที่สุดในโลก เพราะเขาทนทุกข์หลายอย่างตอนที่ผมบาดเจ็บ ประตูนี้เพื่อเขาครับ ผมคิดว่าตอนนี้เขาคือคุณพ่อที่ภูมิใจที่สุดในโลก

ผมรักฟุตบอลมาตลอด และผมก็รักการลงเล่น ผมเชื่อมั่นในตัวเอง ผมอยากจะขอขอบคุณดินาโม พวกเขามอบโอกาสให้กับผม มันไม่ง่ายเลยที่ต้องรับมือกับเด็กอายุ 16 ปี เพราะทางแท็คติกส์และจิตใจ ผมยังไม่พร้อมสำหรับระดับนั้น พวกเขายกโทษให้ด้านร้าย ๆ ของผม และผลักดันให้ผมดีขึ้น สำหรับผม ผมทำทุกอย่างที่สามารถทำได้ ตอนนั้นผมอาจจะยังไม่พร้อมเต็ม 100% แต่ดินาโมเชื่อมั่นในตัวผม ซึ่งสุดท้ายมันก็ได้ผลทั้งสำหรับผมและพวกเขา