หลังได้รับคะแนนโหวตจากสาวกสิงห์บลูส์ ว่าเป็นนักเตะที่ทำผลงานได้โดดเด่นที่สุดในฤดูกาลอีกครั้ง เมสัน เมาท์ ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของเชลซี สะท้อนถึงซีซั่นที่มีทั้งขึ้นและลง และสิ่งที่เขาใส่ลงเข้าไปในเกมของตัวเอง เพื่อทำให้มีส่วนร่วมกับประตูมากขึ้น...

คงเป็นเรื่องยุติธรรมที่จะบอกว่า เมาท์ ได้แสดงให้เห็นอะไรหลายอย่างใน 3 ฤดูกาลกับบทบาทผู้เล่นทีมชุดใหญ่ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยนอกจากความสำเร็จที่ปอร์โต้, เบลฟาสต์ และอาบูดาบี จากการชูถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก, ซูเปอร์ คัพ และคลับ เวิลด์ คัพ ดาวเตะรายนี้ต้องเจอกับความอกหักในโปรแกรมบอลถ้วยนัดชิงชนะเลิศในประเทศถึง 4 ครั้ง

หนล่าสุดเป็นตอนที่แข้งวัย 23 ปี พลาดจุดโทษสำคัญในการดวลตัดสินกับลิเวอร์พูล ซึ่งเป็นจุดด่างพร้อยเดียงอย่างเดียวจากฤดูกาลที่เต็มไปด้วยเรื่องราวเชิงบวกสำหรับเขา และเป็นความผิดหวังหนที่ 3 ติดต่อกันในเกมเอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ สำหรับดาวเตะอายุน้อย ผู้ที่ไม่เคยหวาดหวั่นการประกาศความฝันที่จะซิวถ้วยรางวัลที่เก่าแก่ที่สุดของโลก บ่ายวันนั้นที่เวมบลีย์เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน คือเรื่องที่ทำให้เขาปวดใจ

อย่างไรก็ตาม เส้นทางการค้าแข้งของเมาท์กับเชลซี ยังคงดำเนินไปในทิศทางขาขึ้นสำหรับซีซั่นนี้ โดยเขาปิดท้ายฤดูกาลด้วยการคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำซีซั่นเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน เขาปิดฉาก 2021/22 ด้วยการลงสนามไปแล้ว 160 นัดให้กับสโมสร ถือเป็นการเน้นให้เห็นความสำคัญของเจ้าตัวกับทีมชุดปัจจุบัน ขณะที่ผลงานยังคงมีความสม่ำเสมอตลอด 36 เดือนที่ผ่านมา โดยตัวเลขการมีส่วนร่วมกับประตูก็พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ

การมีส่วนร่วมกับประตูของเมาท์ (ประตู และแอสซิสต์) ในทุกรายการ กระโดดจาก 13 ไปเป็น 17 และกลายเป็น 29 ใน 3 ฤดุกาลหลังสุด ไม่มีนักเตะคนใดทำประตูหรือแอสซิสต์ในพรีเมียร์ ลีกฤดูกาลนี้ให้กับเชลซีได้มากกว่าเขา โดยจำนวนตัวเลขรวมกัน ทำให้เขากลายเป็น 1 ใน 5 นักเตะเชลซี ที่ยิงและแอสซิสต์ขึ้น 2 หลักในการลงเล่นพรีเมียร์ ลีก ฤดูกาลเดียว

การสร้างสรรค์เกมของเขา คือสิ่งที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยจาก 5 แอสซิสต์ในทุกรายการเมื่อ 2019/20 กลายเป็น 16 ในปีนี้ เมาท์ยอมรับว่าการเล่นในส่วนนั้นของเขา ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

'มันคือสมาธิสูงสุดของผม ตอนที่ผมตั้งเป้าจำนวนประตูในช่วงต้นฤดูกาล' เขาอธิบาย 'ผมพยายามทำแบบนั้นมาเสมอ และพยายามทำให้ขึ้นเลข 2 หลักในทั้ง 2 อย่าง ซึ่งแน่นอนว่ามันยากมาก ๆ ครับ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ดังนั้นผมจึงพอใจ

'ผมโฟกัสในจุดที่ผมพัฒนาได้ ซึ่งมันก็คือเรื่องการแอสซิสต์ เพราะปกติผมเป็นคนที่มักจะยิงได้อยู่แล้ว หากผมเติมเกมเข้าไปในกรอบ ในฐานะมิดฟิลด์ ผมรู้สึกว่าผมสามารถยิงได้ หากว่าผมเฝ้าซ้อมเรื่องเทคนิคในการซ้อมด้วยเช่นกัน

'แอสซิสต์มันมีความยากกว่า การที่คุณเป็นคนเล่นลูกตั้งเตะมันก็ช่วยได้ เพราะว่านั่นคือส่วนสำคัญของเกม คือมีคนตั้งคำถามกันเสมอว่าการเล่นเซ็ตพีซ มันเป็นแอสซิสต์หรือเปล่า แต่เวลาที่คุณเปิดบอลไปถูกตำแหน่งให้กับเพื่อนร่วมทีมทำประตูได้ นั่นละคือแอสซิสต์

'สมัยนี้ถ้าคุณได้ดูเกมใหญ่ ๆ อย่างรอบชิงชนะเลิศ หรือรอบรองฯ มีกี่ประตูกันที่เกิดขึ้นจากลูกตั้งเตะ? มันเป็นสิ่งที่สำคัญมาก และมีผลกระทบที่ใหญ่หลวงต่อเกม ดังนั้นผมจึงจดจ่อกับเรื่องดังกล่าว และพยายามทำแอสซิสต์ให้ได้มากขึ้นด้วยครับ'

ในการพูดถึงรางวัลส่วนตัวของเขา เมาท์ระบุว่าเป็น 'ความรู้สึกที่เหลือเชื่อ' และขอบคุณสาวกของทีมสำหรับการสนับสนุนระหว่างช่วงเวลาที่ท้าทายตลอดไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา รวมทั้งตลอดซีซั่น เขากลายเป็นผู้เล่นเพียงคนที่ 12 นับตั้งแต่ปี 1967 ที่คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสโมสร เกินกว่า 1 ครั้ว

'ถ้ามีคนบอกผมในฤดูกาลแรก ๆ ว่าผมจะได้รับรางวัลนี้ 2 ครั้ง ผมคงไม่มีทางเชื่อพวกเขาสักนิดครับ' เมสันกล่าว

'ต้องขอบคุณแฟนบอลมาก ๆ เลย เพราะพวกเขาหนุนหลังผมเสมอ ช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมามันยากมากสำหรับตัวผม แต่ด้วยการสนับสนุนที่พวกเขามอบให้ พวกเขาได้คอยผลักดันผมให้เดินต่อไป'

หลังจากที่เคยยอมรับเมื่อปีที่แล้วว่า การปราชัยเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศต่อเลสเตอร์ ซิตี้ ส่งผลกระทบอย่างมากกับเขา นั่นทำให้ความผิดหวังครั้งล่าสุด ไม่ได้กลายเป็นสิ่งที่ช่วยอะไรมิดฟิลด์ดาวรุ่ง โดยสถิติการเล่นรอบชิงชนะเลิศที่เวมบลีย์ของเขาถือว่าสุดบู่ แพ้ไป 6 จาก 6 ครั้ง

แต่กระนั้น เมาท์ยังคงมองบวก และมองภาพรวมใหญ่ โดยเขาชี้ถึงซีซั่นโดยรวม ที่เราได้มา 2 ถ้วยในเวทีระดับชาติ และจบอันดับ 3 ของพรีเมียร์ ลีก ด้วยคะแนนรวมที่มากที่สุดในรอบ 5 ปี ซึ่งเป็นหลักฐานของการพัฒนาไปข้างหน้า แม้จะต้องเจอโปรแกรมแข่งขันที่เข้ามาอย่างไม่หยุด

'ลองดูว่าฤดูกาลนี้พวกเราลงเตะกันไปกี่นัด มันไม่ใช่ข้ออ้างนะครับ แต่ว่าเราลงเล่นในทุกรายการเลย ส่วนใหญ่พวกเราไปถึงรอบท้าย ๆ ซึ่งนั่นจึงทำให้เราต้องลงเตะมากขึ้นไปอีก' เขาเสริม 'มันเป็นเรื่องยาก แต่เราต้องค่อย ๆ ลุยกันไปแบบนัดต่อนัด

'สัปดาห์หนึ่งเราต้องออกไปเยือนลูตัน สัปดาห์ถัดมาเราต้องลงเตะที่เวมบลีย์ จากนั้นต้องออกไปเยือนเบอร์นาเบว แล้วก็กลับมาที่เวมบลีย์ ก่อนจะต้องเดินทางไปที่ไหนอีกสักแห่ง! มีการแข่งขันจำนวนมาก แล้วก็ต้องเดินทางหนักมาก แต่นั่นคือสิ่งที่เราทำ นี่คืองานของเรา และเราก็ไม่มีอะไรให้ต้องบ่น

'ตลอดฤดูกาลนี้มันมีทั้งขาขึ้นและขาลง แต่หากคุณมองย้อนกลับไปในสิ่งที่เราทำสำเร็จ เราคว้าแชมป์ซูเปอร์ คัพ ตั้งแต่ต้นฤดูกาล แล้วก็คว้าแชมป์สโมสรโลกในช่วงกลางฤดูกาล'

ถือว่าควรค่าแก่การจดจำ สำหรับสิ่งที่เมาท์ฟันฝ่ามาตลอด 3 ปีนับตั้งแต่การประเดิมสนามให้ทีมชุดใหญ่เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2019 ทุกสิ่งที่เขาไขว่คว้า, อดทน และพัฒนาให้เราได้เห็น

ดาวเตะผู้ก้าวชั้นมาจากค็อบแฮม ซึ่งลงเล่นด้วยแพสชั่น และความปรารถนาที่จะพัฒนาตัวเอง จนกลายเป็นขวัญใจของแฟนบอล และเป็นตัวหลักสำหรับโธมัส ทูเคิ่ล รางวัลส่วนตัวชิ้นล่าสุดของเขา ถือเป็นหลักไมล์สำคัญในอาชีพค้าแข้งที่แข็งแกร่งขึ้นไปเรื่อย ๆ ของเขา

-บทสัมภาษณ์ของเมาท์ในข่าวนี้ ถูกนำมาจากหนังสือแมตช์เดย์ทางการของสโมสร ซึ่งคุณสามารถสั่งซื้อผ่านทางออนไลน์ได้ที่นี่