แกรห์ม พอตเตอร์ แชร์มุมมองของเขาเกี่ยวกับกระบวนการที่จำเป็น หากเชลซีต้องการกลับไปอยู่จุดสูงสุดเรื่องความสำเร็จด้านฟุตบอล โดยเขาชี้ว่าคาราบาว คัพ เป็นรายการที่ไม่ควรมองว่าเป็นถ้วยน้ำจิ้ม

การแข่งขันรอบ 3 ในคืนนี้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อาจเป็นการเพิ่มโปรแกรมเตะให้มากขึ้นไปอีก แต่การคว้าชัยชนะเปรียบเสมือนกับนิสัย ซึ่งเฮดโค้ชของเราไม่ได้มองว่ารายการบอลถ้วย คือเกราะกำบังต่อความสำเร็จในรายการอื่น

เขาใช้ตัวอย่างที่ซิตี้คว้าแชมป์ลีก คัพ ได้ 6 จาก 9 ฤดูกาลหลังสุด โดยแม้ว่าเชลซี จะคว้าโทรฟี่ในหลายรายการตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่พอตเตอร์ มองอันดับตารางพรีเมียร์ ลีกในระยะหลังให้เป็นเกณฑ์สำหรับการแย่งชิงในทุกรายการ




'มันสามารถช่วยให้คุณไปถึงตำแหน่งที่คุณต้องการ ซึ่งก็คือการเป็นทีมชั้นนำในด้านบนของพรีเมียร์ ลีก และแข่งขันในทุก ๆ รายการเท่าที่จะสามารถทำได้

'หากคุณดูจากประวัติคะแนนที่เชลซีทำได้ ตอนนี้เรายังไม่ได้อยู่ในจุดนั้น แต่นั่นคือเหตุผลที่เราอยู่ที่นี่ นั่นคือสิ่งที่พวกเราต้องการทำ พวกเราต้องการเคลื่อนที่ไปยังทิศทางดังกล่าว ถ้าคุณดูแมนฯ ซิตี้ พวกเขาไม่ได้เล่น ๆ กับรายการนี้เลย พวกเขาต้องการคว้าชัยชนะ และทีมชั้นนำทุกทีมต่างมีหลักความคิดดังกล่าว' พอตเตอร์ ระบุ





'แน่นอนว่าเงินและทรัพยากรเป็นสิ่งที่คุณต้องมี แต่คุณต้องมีสภาพแวดล้อม มีวัฒนธรรม มีหลักความคิด และมีไอเดียที่ทุกคนยอมรับ และทุก ๆ คนก็ต้องสามัคคีกัน สิ่งดังกล่าวมันหาซื้อไม่ได้ มันคือการทำงาน มันคือกระบวนการ มันคือความเจ็บปวด

'ถ้ามันเป็นแค่เรื่องเงิน มันก็คงจะเป็นอะไรที่เรียบง่าย หากคุณสังเกตความสำเร็จที่แมนฯ ซิตี้ และลิเวอร์พูลทำได้ มันไม่ใช่แค่เรื่องของเงิน มันเป็นเรื่องอื่น ๆ ด้วย'



พอตเตอร์ ใช้ตัวอย่างตอนที่เขาเข้ารับงานกับไบรท์ตัน ซึ่งจมอยู่ 3 อันดับสุดท้ายของพรีเมียร์ ลีก มาแสดงให้เห็นว่าช่วงเวลาของการเรียนรู้คือสิ่งที่จำเป็นต้องมี

'คุณรู้ว่าฟุตบอลมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับอารมณ์ มันเกี่ยวกับผลการแข่งขัน ซึ่งนั่นทำให้สิ่งดังกล่าวอยู่เหนือทุกอย่าง แต่กระบวนการฝึกสอนถือเป็นบางอย่างที่จะดีขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป' เขาอธิบาย 'เพราะว่าคุณต้องผ่านทั้งขาขึ้นและขาลง จากนั้นคุณเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับบุคคลคนนี้ ใครที่สามารถไปกับพวกเราได้ ใครที่อาจจะไม่ได้อยู่ในเส้นทางที่เหมาะสมกับพวกเราด้วยกัน คุณจะช่วยพวกเขาได้อย่างไร พวกเขาจะช่วยคุณได้อย่างไร


'ที่ไบรท์ตัน พวกเราพยายามเปลี่ยนแปลงสไตล์การเล่น และการอยู่ท้ายตารางของพรีเมียร์ ลีก มันมีเรื่องเล่าที่บอกว่าคุณไม่สามารถทำแบบนั้นได้ คุณจำเป็นต้องสู้ คุณต้องทำแบบนั้นและแบบนี้

'ดังนั้นคุณจำเป็นต้องผ่านกระบวนการของการโน้มน้าว และทำงานร่วมกับนักเตะ พัฒนาและเปลี่ยนแปลงนักเตะ เมื่อเวลาผ่านไปทีมจะก้าวหน้าขึ้น และจากนั้นก็จะทำงานได้

'คุณต้องผ่านความเจ็บปวดนิดหน่อยเพื่อไปให้ถึงจุดนั้น จากประสบการณ์ของผมคือมันไม่มีทางลัดนะ'