สองทีมท็อปของกลุ่ม H โคจรมาเจอกันอีกครั้งในคืนวันนี้ ริค แกลนวิลล์ นักประวัติศาสตร์สโมสร และพอล ดัทตั้น นักสถิติสโมสร สรุปข้อมูลก่อนการพบกันของทั้งสองทีมมาให้ได้อ่านกัน...

เกมแชมป์เปี้ยนส์ ลีกรอบแบ่งกลุ่มผ่านมาครึ่งทางแล้ว และความหวังของทุกทีมในกลุ่มยังคงต้องลุ้นกันต่อไป เกมนี้เป็นเกมที่สแตมฟอร์ด บริดจ์นัดที่สองของฤดูกาล และเชลซีมีเป้าหมายในการเก็บแต้มในเกมเหย้าให้ได้เป็นครั้งแรกของฤดูกาล

เกมแรกที่อัมสเตอร์ดัมตัดสินกันด้วยประตูของมิชี่ บัตชูอายี่ช่วงท้ายเกม ทำให้ยังมีอีกหกคะแนนให้เก็บหลังเกมคืนนี้ ยังไม่มีทีมใดที่ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์แน่นอนในตอนนี้

การแพ้ของทั้งสองทีมยังคงเป็นผลการแข่งที่ไม่ดี เพราะผลการแข่งขันอาจตัดสินอันดับในตอนสุดท้ายหากมีคะแนนเท่ากัน อาแย็กซ์จะอยู่เหนือเชลซีจากการเรียงลำดับตามตัวอักษร

เชลซีมีโอกาสหยุดสถิติชนะเกมเยือนติดกันห้านัดของอาแย็กซ์ลงในแชมป์เปี้ยนส์ ลีกคืนนี้(ไม่รวมรอบคัดเลือก) ก่อนที่จะแพ้เกมรอบรองชนะเลิศกับท็อตแน่มเมื่อปีที่แล้ว อาแย็กซ์คว้าชัยในถิ่นอังกฤษได้ครั้งเดียวในช่วงเวลา 47 ปี

เชลซียังไม่แพ้ใครในเกมห้านัดที่ผ่านมาที่เจอกับทีมจากดัตช์ (ชนะ 3 เสมอ 2 เกมที่พบอาแย็กซ์, เฟเยนูร์ด และ DWS อัมสเตอร์ดัม) นับตั้งแต่ปี 1968

ก็องเต้กลับมาแล้ว

แฟรงค์ แลมพาร์ดใช้แผนกองกลางสามคนในเกมที่อัมสเตอร์ดัม ส่งเมสัน เมาท์, จอร์จินโญ่ และมาเตโอ โควาซิช ลงเจอกับเอ็ดสัน อัลวาเรซ และลิซานโดร มาร์ติเนซ ขณะที่เอเมอร์สันกลับมาลงเล่นได้แล้วในวันเสาร์ที่ผ่านมา รวมกับความพร้อมของรอสส์ บาร์คลี่ย์, แอนเดรียส คริสเตนเซ่น และเอ็นโกโล่ ก็องเต้ในคืนวันนี้

แต่อาแย็กซ์มีสามนักเตะที่บาดเจ็บจากเกมที่ผ่านมาคือ ดอนนี่ ฟาน เดอ บีค (เอ็นร้อยหวาย), อัลวาเรซและมาร์ติเนซ

อาแย็กซ์ได้รับการสนับสนุนจาก KNVB

เป็นการแข่งขันที่ห่างกันไม่มากนักระหว่างเกมวัตฟอร์ดเมื่อคืนวันเสาร์จนถึงเกมคืนวันนี้ ต่างจากหลายทีมในต่างแดน สโมสรในอังกฤษต่างก็เรียกร้องให้มีการยืดหยุ่นตารางการแข่งขันก่อนเกมยูฟ่า (หรือฟีฟ่า) ให้มากขึ้นกว่าเดิม

ฤดูกาลที่แล้วเมื่ออาแย็กซ์เจอกับท็อตแน่มในรอบรองชนะเลิศ KNVB อนุญาตให้พวกเขาเลื่อนเกมในเอเรดิวิซี่ไปให้แข่งช้ากว่าเดิม สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเกมเยือนพีอีซี สวอลเล่ถูกเลื่อนไปแข่งในวันศุกร์ ทำให้อาแย็กซ์มีเวลาพักและเตรียมตัวสำหรับการแข่งกับสิงห์บลูส์มากขึ้น

ประตูต้นเกมของสิงห์บลูส์

ประตูเปิดเกมของอับราฮัมในนัดพบวัตฟอร์ดเป็นประตูที่สี่ที่เขายิงได้ในช่วง 20 นาทีแรกของเกม และเป็นประตูที่ 7 ของทีมในฤดูกาลนี้ ช่วงครึ่งแรกของเกมเยือนในทุกรายการ เชลซียิงไปแล้ว 16 ประตู เสีย 7 ประตู

หลังยิงประตูชัยในเกมที่วิคาเรจ โร้ด คริสเตียน พูลิซิชยิงประตูไป 4 ครั้งในเกมสองนัด แอสซิสต์ไป 5 ครั้ง รวมแล้วเขามีส่วนทำประตูไป 9 ประตูจากการลงเล่นให้เชลซี 12 นัด

แปดประตูของกัปตันอเมริกามาจากการเล่นในเกมเยือน และเชลซีเก็บแต้มที่บ้านตัวเองในพรีเมียร์ลีกได้เฉลี่ย 1.6 แต้มต่อเกม แต่ 2.5 แต้มต่อเกมในเกมเยือน (เป็นรองแค่ลิเวอร์พูล) อาแย็กซ์เก็บแต้มในลีกได้เฉลี่ย 3 แต้มในเกมเหย้า และ 2.43 แต้มในเกมเยือน

สถิติใหม่ของสโมสร

เชลซีทำสถิติใหม่ได้ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เก็บชัยชนะในเกมเยือนได้ 7 นัดติดต่อกันในทุกรายการขณะที่อยู่ในพรีเมียร์ลีก

เราเคยชนะติดต่อกัน 7 นัดมาแล้วในทุกรายการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ถึงเมษายน 1989 ในดิวิชั่นสองชนะเกมเยือน 7 นัดในปี 201924 ส.ค. 2019 นอริช 3-2 พรีเมียร์ลีก14 ก.ย. 2019 วูล์ฟ 5-2 พรีเมียร์ลีก2 ต.ค. 2019 ลีลล์ 2-1 แชมป์เปี้ยนส์ ลีก6 ต.ค. 2019 เซาท์แฮมป์ตัน 4-1 พรีเมียร์ลีก23 ต.ค. 2019 อาแย็กซ์ 1-0 แชมป์เปี้ยนส์ ลีก26 ต.ค. 2019 เบิร์นลี่ย์ 4-2 พรีเมียร์ลีก2 พ.ย. 2019 วัตฟอร์ด 2-1 พรีเมียร์ลีกชนะเกมเยือน 7 นัดในปี 19894 ก.พ. 1989 วอลซอลล์ 7-0 ดิวิชั่นสอง18 ก.พ. 1989 พลีมัธ 1-0 ดิวิชั่นสอง15 มี.ค. 1989 ไบรท์ตัน 1-0 ดิวิชั่นสอง18 มี.ค. 1989 แมนฯ ซิตี้ 3-2 ดิวิชั่นสอง21 มี.ค. 1989 ซันเดอร์แลนด์ 2-1 ดิวิชั่นสอง28 มี.ค. 1989 อิพสวิช 1-0 ดิวิชั่นสอง8 เม.ย. 1989 เวสต์ บรอม 3-2 ดิวิชั่นสอง

เชลซียังคงมีสถิติชนะเกมเยือนติดต่อกันในพรีเมียร์ลีกสูงสุดที่ 11 นัด ทำไว้เมื่อช่วงเดือนเมษายนถึงธันวาคม 2008 เท่ากับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในปี 2017