คืนนี้เป็นการพบกันระหว่างทีมอันดับ 5 และอันดับ 6 ที่เมอร์ซี่ย์ไซด์ ริค แกลนวิลล์ กับพอล ดัตตัน นักประวัติศาสตร์และนักสถิติของสโมสร นำข้อมูลน่ารู้มาให้ทุกท่านได้อ่านก่อนเกมเช่นเคย...

วันเกิดที่ต่างกัน 6 ปีและระยะทาง 90 ไมล์ระหว่างกันในประเทศเยอรมนี โธมัส ทูเคิ่ลของเชลซี และเยอร์เก้น คล็อปป์ จากลิเวอร์พูลจะกลับมาพบกันอีกครั้งนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2018 ตอนที่ปารีส แซงต์-แชร์กแมงก์ เปิดบ้านเอาชนะหงส์แดงในการแข่งขันแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม

กับเดิมพันหลายอย่างของทั้งสองสโมสร คงไม่มีใครคาดหวังถึงการแข่งขันที่มีประตูเกิดขึ้น 8 ลูกเหมือนเมื่อเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นเกมที่มีประตูรวมมากที่สุดของเชลซี ณ สนามแอนฟิลด์ในรอบ 15 ปี แมตช์ดังกล่าวพวกเราพ่ายไป 5-3

เกมดังกล่าวเป็นการปราชัยครั้งที่ 3 จาก 4 นัดในลีกสูงสุดของสิงห์บลูส์ต่อลิเวอร์พูล การหลีกหนีความพ่ายแพ้นัดที่ 5 ถือเป็นเรื่องสำคัญ อย่างไรก็ตาม ทีมแชมป์เก่าแพ้เกมเหย้ามา 4 นัดติดและไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้เลยในรอบ 6 นัด

ชัยชนะสำหรับเชลซีจะทำให้เราทำแต้มทิ้งหงส์แดงไปเป็น 4 คะแนนกับการแข่งขันที่เหลืออีก 11 นัด และจะทำให้เดอะ บลูส์จะกลับไปอยู่ในตำแหน่งท็อปโฟร์เพราะเวสต์ แฮมยังไม่มีโปรแกรมเตะจนถึงวันจันทร์หน้า

สิงห์บลูส์มีสถิติไร้พ่ายหลังจาก ทูเคิ่ล คุมทีม 9 นัด โดยเอาชนะได้ 4 จาก 5 นัดในการเล่นเป็นทีมเยือน

ข่าวทีมเชลซี

อาจเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยชัดเจนแต่ โธมัส ทูเคิ่ล ปรับไปใช้แผงแบ็คโฟร์ในเกมกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเมื่อวันอาทิตย์ โดย เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า กลับไปยืนแบ็คขวา ขณะที่ เบน ชิลเวลล์ ยืนเป็นแบ็คซ้ายและได้รับอิสระในการเติมเกม ในครึ่งหลังแผนการเล่นถูกปรับไปเป็น 5-3-2 เพื่อป้องกันความอันตรายของ ชอว์ และ แรชฟอร์ด โดย เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ทำผลงานโดดเด่นในแดนกลางและตามประกบ แฟร์นานเดส ได้อยู่หมัด

นับตั้งแต่กุนซือชาวเยอรมันย้ายเข้ามาทำงาน เชลซีเป็นทีมที่มีโอกาสทำประตูตรงกรอบใส่คู่แข่งได้มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของลีก (86 ครั้ง) แต่ไม่สามารถแปรเปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตู โดยยิงไป 10 ลูกจาก 8 นัด ซึ่ง 3 จากในนั้นมาจากลูกจุดโทษ

เชลซีมักครองเกมได้เหนือกว่าคู่แข่ง แต่ในการสร้างความอันตรายในพื้นที่สุดท้าย การจ่ายบอลจากตำแหน่งมิดฟิลด์อาจต้องรวดเร็วและไปข้างหน้าให้มากกว่านี้ อาจจะเป็นจังหวะมหัศจรรย์จากนักเตะที่ได้ลงตัวจริงอย่างสม่ำเสมอ หรืออาจเป็น ไค ฮาแวร์ตซ์, คริสเตียน พูลิซิช และ ฮาคิม ซิเยค ซึ่งโอกาสการลงเล่นของพวกเขาค่อนข้างจำกัดด้วยเหตุผลหลายอย่าง ติโม แวร์เนอร์ กับ แทมมี่ อับราฮัม ได้พักในเกมสุดสัปดาห์ และน่าจะฟิตสมบูรณ์สำหรับคืนนี้ แต่ ทูเคิ่ล เปิดเผยว่าดาวยิงทีมชาติอังกฤษ มีปัญหานิดหน่อยบริเวณข้อเท้าจากการฝึกซ้อมในสัปดาห์นี้

เฮดโค้ชของเราหาวิธีแก้ปัญหาจุดอ่อนในแนวรับได้แล้ว ซึ่งนักเตะของเราดูจัดการเกมสวนกลับของคู่แข่งได้ดี เป้าหมายของทีมในตอนนี้คือการหาสมดุลระหว่างเกมรุกและเกมรับ

ธิอาโก้ ซิลวา ยังต้องพักต่อไปแต่ อันเดรียส คริสเตนเซ่น (โดนไล่ออกในการเจอกันครั้งที่แล้วที่เดอะ บริดจ์) กำลังทำผลงานได้น่าชื่นชมหลังได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่อง เขาเอาชนะจังหวะดวลกลางอากาศทั้งหมดในเกมกับปีศาจแดง และมีสถิติการจ่ายบอลสำเร็จเต็ม 100% เอดู เมนดี้ ซึ่งถูกเซ็นเข้ามาหลังเกมที่ลิเวอร์พูลบุกมาเยือนพวกเราเมื่อเดือนกันยายน สามารถเก็บคลีนชีตในแมตช์ใหญ่ที่เจอกับท็อตแน่ม, แอตเลติโก้ และล่าสุดแมนฯ ยูไนเต็ด

ข่าวทีมลิเวอร์พูล

ฤดูกาลนี้ลิเวอร์พูลมีผลงานที่หลุดไปจากช่วงครึ่งแรกของซีซั่นที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด และประสบปัญหาในการรับมือกับทีมอย่างเอฟเวอร์ตันที่เก็บบอลในพื้นที่สุดท้ายของลิเวอร์พูลก่อนจะยิงประตู จากนั้นลงไปตั้งรับลึก

นอกจากนี้หงส์แดงยังเสียประตูในลีกมากกว่าเชลซีในฤดูกาลนี้ 9 ลูกแม้จะโดนคู่แข่งล่อเป้าน้อยกว่าพวกเราก็ตาม 44% ในจังหวะที่หงส์แดงโดนคู่แข่งยิงใส่เป็นลูกยิงที่ตรงกรอบ เทียบกับพวกเราที่มีตัวเลขอยู่ที่ 30.5%

ขุมกำลังของพวกเขาต้องรับมือกับอาการบาดเจ็บนอกจาก เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค โดยเฉพาะในเกมรับ เมื่อไม่มีกัปตันทีมและกองหลังตัวเก่ง 'หงส์แดง' มีสถิติการเข้าสกัดบอลในพื้นที่เกมรับในปริมาณที่น้อยที่สุด และบล็อคลูกยิงของคู่แข่งได้น้อยที่สุด ขณะที่จังหวะการทำฟาวล์ซึ่งพวกเขามีกับคู่แข่งนำไปสู่การเสียประตูเป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็แล้วแต่ การขาดหายไปของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เปรียบเสมือนความเสียหายสองต่อเพราะการผ่านบอลในแดนกลางของเขาถือเป็นต้นกำเนิดของเกมรุกหลาย ๆ ครั้ง และเมื่อถอยไปเล่นเซ็นเตอร์ เขาก็โชว์ผลงานที่ไว้ใจได้เช่นกัน

การประสานงานระหว่าง นาธาเนียล ฟิลลิปส์ และ โอซาน คาบัค เป็นการจับคู่เซ็นเตอร์คู่ที่ 18 ที่พวกเขาใช้ในฤดูกาลนี้ โดยประสบการณ์ที่ไม่มากนักอาจทำให้แผงหลังที่ดันสูงของหงส์แดงมีจุดอ่อน เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดสร้างปัญหาให้กับนักเตะของ เยอร์เก้น คล็อปป์ เมื่อวันอาทิตย์ด้วยการผ่านบอลง่าย ๆ ตัดแผงแบ็คโฟร์

คล็อปป์ ปรับแผนนิดหน่อยจากชัยชนะเหนือทีมดาบคู่ ธิอาโก้ อัลคานทาร่า และ จินี่ ไวจ์นาลดุม คอยป้องกันคู่เซ็นเตอร์ และขณะที่ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน เติมเกมขึ้นไปทางกราบซ้าย เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จะยืนห้อยทำให้เหลือแผงหลังอยู่ 3 คน ในส่วนของเกมรุก ซาดิโอ มาเน่ ถูกขยับมายืนตรงกลางมากขึ้น แล้วถอย โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ไปในตำแหน่งมิดฟิลด์ แต่ เคอร์ติส โจนส์ มักจะยืนในแดนหน้าฉีกไปทางซ้ายมากที่สุด และทำประตูสำคัญในลูกเบิกร่อง

ทางเลือกของหงส์แดงได้รับข่าวดีเมื่อ อลิสซอน น่าจะกลับมาลงเฝ้าเสาได้หลังเจอกับข่าวร้ายที่ต้องสูญเสียคุณพ่อของเขาไป ขณะที่ ฟาบินโญ่ และ ดิโอโก้ โชต้า กลับมาฝึกซ้อมได้อีกครั้ง

ศึกแย่งท็อปโฟร์

มีเพียง 7 คะแนนที่แยกระหว่างสโมสรในอันดับที่ 2 และอันดับที่ 7 ของตารางก่อนการแข่งขันโปรแกรมกลางสัปดาห์นี้ ซึ่งทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในการแข่งขันอีก 12 นัดที่เหลือตั้งแต่ตอนนี้จนถึงเดือนพฤษภาคม

ในจุดนี้ของฤดูกาลที่แล้ว เลสเตอร์อยู่ในอันดับที่ 3 มีคะแนนนำหน้าเชลซี 9 แต้ม โดยโปรแกรม 12 นัดที่เหลือ จิ้งจอกสีน้ำเงิน โดนตามล่าและเป็นสิงห์บลูส์กับปีศาจแดง ที่ทำคะแนนแซงหน้าทำให้พวกเขาจบในอันดับที่ 5 มีคะแนนเฉลี่ยเกมละหนึ่งแต้ม