ไมค์ ไรลี่ย์ หัวหน้าผู้ตัดสินอาชีพของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ยอมรับ VAR ทำงานผิดพลาดที่ให้จุดโทษแก่วัตฟอร์ดในเกมที่เราบุกเยือน วิคาเรจ โร้ด เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา

ไรลี่ย์ยกให้การติดสินใจนี้เป็น 1 ใน 4 เหตุการณ์ที่นำมาซึ่งผลลัพธ์ที่แย่ที่สุดจากเทคโนโลยี VAR ในช่วงสองสัปดาห์แรกของเดือนพฤศจิกายนหรือช่วงก่อนพักเบรกโปรแกรมทีมชาติ

ไรลี่ย์ออกมาชี้แจ้งถึงประเด็นดังกล่าวระหว่างงานประชุมของบรรดา 20 ทีมในพรีเมียร์ ลีกในช่วงสัปดาห์นี้ โดยอดีตผู้ตัดสินลีกสูงสุดเผยว่า การตัดสินใจที่ไม่ยอมให้จุดโทษแก่ทัพแตนอาละวาดในจังหวะที่จอร์จินโญ่เข้าปะทะกับเคร์ราร์ด เดโลเฟว ในกรอบเขตโทษของแอนโธนี่ย์ เทย์เลอร์นั้นทำถูกต้องแล้ว ก่อนที่ VAR จะทำหน้าที่กลับคำตัดสินและเป็นเดโลเฟวที่สังหารณ์ประตูเข้าไป แม้ว่าเราจะจบเกมด้วยสกอร์ชนะ 2-1 ก็ตาม

“เรายังห่างไกลจากคำว่าสมบูรณ์แบบ และเรายังต้องพัฒนาในสิ่งที่เรากำลังทำอยู่นี้” ไรลี่ย์ กล่าว

“ส่วนหนึ่งของสมดุลการเข้าใจความหมายระหว่างคำว่า”ชัดเจนและแจ่มแจ้ง” คือมันจะมีช่วงเวลาที่เราเลือกจะไม่ใช้ VAR แต่คุณคิดว่าเราควรใช้ และก็จะมีจังหวะทีเราเห็นว่าควรใช้ แต่ทุกคนกลับเห็นต่างว่าเราไม่ควร”

“มีอีกหลายจุดสำคัญที่เราสามารถทำได้เพื่อพัฒนาระบบ อย่างเช่นการยกระดับความสม่ำเสมอของการช่วยตัดสิน และเวลาในการใช้งานเพื่อให้เกิดการรบกวนภายในเกมให้น้อยที่สุด”

นอกจากนี้ยังมีความผิดพลาดอื่นๆจาก VAR ที่ไรลี่ย์ชี้ให้เห็นอย่างเช่น การที่ VAR ให้ลูกจุดโทษแก่ไบรท์ตัน, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในเกมที่พวกเขาชนะเอฟเวอร์ตันและนอริช, และการริบประตูชัยของโซคลาติสช่วงท้ายเกมเปิดบ้านเสมอกับคริสตัล พาเลซ

ย้อนกลับไปหลังเกมที่วัตฟอร์ด กุนซืออย่างแฟรงค์ แลมพาร์ดได้ออกความเห็นเกี่ยวกับVARว่า : “เราไม่ค่อยพอใจกับมันเท่าไหร่นะ

“การตัดสินใจอะไรก็ตามที่ใช้เวลานานขนาดนั้นหมายความว่าต้องไม่แน่ใจจริงๆ แล้วงั้นทำไมถึงไม่ยอมใช้จอแสดงผลที่อยู่ตรงข้างสนามล่ะ”

“แต่ถ้าเราจะบอกว่าจังหวะนี้มันคลุมเครือ และคำตัดสินถูกกลับเพียงเพราะว่ามีผู้ตัดสินคนหนึ่งจากที่อื่นคิดว่ามันควรเป็นจุดโทษกว่าผู้ตัดสินที่อยู่ในสนาม ถ้าแบบนั้นผมว่าเรากำลังย้ำอยู่ในโซนที่ไม่ปลอดภัยเท่าไหร่แล้วละ”