กลายเป็นคืนที่น่าผิดหวัง หลังเชลซีพ่ายจากประตูของทีมเยือนในแต่ละครึ่งเวลาที่สแตมฟอร์ด บริดจ์

อ็องโตนี่ มาร์กซิยาลและแฮร์รี่ แม็คไกวร์ ทำประตูได้ในช่วงครึ่งแรกและครึ่งหลังจากลูกโหม่งผ่านวิลลี่ กาบาเยโร่เข้าประตูไป แม้เจ้าบ้านจะพาบอลเข้าไปตุงตาข่ายได้สองครั้ง แต่ VAR ก็ตรวจสอบพบว่าไม่เป็นประตูทั้งคู่

เคิร์ท ซูม่าคิดว่าตัวเองตีเสมอให้ทีมได้หลังลงสนามมาในช่วงครึ่งหลัง แต่วิดีโอแสดงให้เห็นว่าเซซาร์ อัซปิลิเกวต้าทำฟาวล์ไปก่อนหน้านั้น ก่อนที่โอลิวิเยร์ ชิรูด์จะมาโหม่งเข้าไปอีกแต่ก็ล้ำหน้าก่อนแล้ว

ผลการแข่งทำให้เรายังอยู่อันดับสี่ของตารางพรีเมียร์ลีก มีแต้มนำท็อตแน่มอยู่แต้มเดียว และเราจะเจอกันในสัปดาห์หน้า

สามสหายรีเทิร์น

มิชี่ บัตชูอายี่ถูกเลือกให้เป็นหัวหอกในเกมนี้แทนที่อับราฮัมที่บาดเจ็บ

คัลลัม ฮัดสัน-โอดอยเองก็บาดเจ็บเช่นกัน ทำให้วิลเลี่ยนและมาเตโอ โควาซิชได้ลงสนาม เป็นการเปลี่ยนตัว 3 ตำแหน่งจากเกมพบเลสเตอร์ กาบาเยโร่ยังคงได้ลงเฝ้าเสาต่อ

ครึ่งแรก

นาที 6 – โควาซิชปั้นเกมบุกขึ้นแล้วจ่ายให้เจมส์ยิง แต่บอลพุ่งเฉียดเสาออกไปนิดนาที 12 – เชลซีต้องเปลี่ยนตัวผู้เล่นตั้งแต่ต้นเกม เมื่อก็องเต้โดนปะทะแล้วเล่นต่อไม่ไหว แลมพาร์ดส่งเมาท์ลงมาแทนนาที 27 – เมาท์เปิดพื้นที่ทางฝั่งซ้ายแล้วไหลต่อไปให้มิชี่ยิงจากในกรอบ แต่บอลพุ่งออกข้าง

นาที 37 – ทั้งสองทีมมีจังหวะบุกสวนใส่กัน แต่ยังไม่มีประตูเกิดขึ้นนาที 44 – มาร์กซิยาลโขกให้ทีมเยือนนำก่อน 0-1

จบครึ่งแรกเชลซีเป็นฝ่ายตามหลังหนึ่งประตู

ครึ่งหลัง

นาที 45 – เชลซีส่งซูม่าลงมาแทนคริสเตนเซ่นที่บาดเจ็บนาที 56 – ซูม่ายิงเข้าไปตุงตาข่าย แต่ VAR ตัดสินให้ไม่เป็นประตูเพราะอัซปิลิเกวต้าทำฟาวล์ไปก่อนหน้านั้น

นาที 65 – แม็คไกวร์โขกอีกประตูให้ทีมเยือนทิ้งห่างไปอีกเป็น 0-2นาที 68 – เชลซีเปลี่ยนเอาชิรูด์ลงมาแทนบัตชูอายี่นาที 72 – ชิรูด์ตวัดบอลไปให้โควาซิชทะลวงเข้าไปยิงด้วยเท้าขวา แต่ไบญี่พุ่งมาบล็อคไว้ได้นาที 77 – ชิรูด์พาบอลเข้าประตูสำเร็จจากลูกโหม่ง แต่ VAR ตัดสินเป็นจังหวะล้ำหน้านาที 88 – เมาท์ปั่นฟรีคิกไปที่มุมล่างของประตู แต่ยังไม่เข้าเป้า

จบเกม ทัพสิงห์บลูส์เป็นฝ่ายชวดสามแต้มในบ้านของตัวเอง

อะไรรอเชลซีอยู่หลังจากนี้?

ท็อตแน่มจะมาเยือนเดอะบริดจ์ในวันเสาร์หน้า ก่อนที่จะเปิดบ้านเจอกับบาเยิร์น มิวนิคในแชมป์เปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีม คืนวันอังคารที่ 25 กุมภาพันธ์

เชลซี (4-3-3) : กาบาเยโร่, เจมส์, รูดิเกอร์, คริสเตนเซ่น (ซูม่า พักครึ่ง), อัซปิลิเกวต้า (c), จอร์จินโญ่, ก็องเต้ (เมาท์ น.12), โควาซิช, วิลเลี่ยน, บัตชูอายี่ (ชิรูด์ น.68), เปโดรสำรองไม่ได้ลงสนาม : เกปา, โทโมรี, อลอนโซ่, บาร์คลี่ย์ใบเหลือง : วิลเลี่ยน น.35, รูดิเกอร์ น.47, ซูม่า น.60

แมนฯ ยูไนเต็ด (3-4-2-1) : เด เคอา, ไบญี่, แม็คไกวร์ (c), ชอว์ วาน-บิสซาก้า, มาติช, เฟร็ด, วิลเลี่ยมส์, เจมส์ (เปเรย์ร่า น.80), แฟร์นันเดส (ดาโลต์ น.90+2), มาร์กซิยาล (อิกาโล่ น.90)สำรองไม่ได้ลงสนาม : โรเมโร่, โจนส์, มาต้า, กรีนวูดผู้ทำประตู : มาร์กซิยาล น.45, แม็คไกวร์ น.66ใบเหลือง : วิลเลี่ยมส์ น.76, วาน-บิสซาก้า น.79

กรรมการ : แอนโทนี่ เทย์เลอร์ผู้เข้าชมในสนาม : 40,504 คน