บอร์นมัธจะมาเยือนสแตมฟอร์ด บริดจ์ ในเกมพรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจคือการดวลกันของกองหน้าทั้งสองทีมที่เติบโตมาจากอะคาเดมี่ของเชลซีด้วยกันทั้งคู่

ผลงานของนักเตะดาวรุ่งที่ประสบความสำเร็จเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ดีในฤดูกาลนี้ นักเตะอย่างแทมมี่ อับราฮัม เป็นดาวซัลโวของทีม เช่นเดียวกับเมสัน เมาท์, ฟิกาโย โทโมรี, รีซ เจมส์ และคัลลัม ฮัดสัน-โอดอย ก็สามารถทำประตูและเป็นคีย์แมนสำคัญสำหรับแฟรงค์ แลมพาร์ด เช่นกัน

ขณะที่เนธาน อะกี้ จะพลาดโอกาสมาเยือนทีมเก่าเนื่องจากอาการบาดเจ็บจากแฮมสตริง โดมินิค โซลันกี้ จะออกสตาร์ทเป็นตัวจริงให้เดอะเชอร์รี่ ในเกมวันนี้ ซึ่งเขาจะได้พบกับเพื่อนเก่าที่เคยเล่นกันมานาน

อับราฮัม และโซลันกี้ ได้รับโอกาสเข้าฝึกฝนฟุตบอลกับอะคาเดมี่ของเชลซีร่วมกัน โดยทั้งคู่ทำประตูไปคนละ 41 ลูก ในฤดูกาล 2014/2015 พาทีมประสบความสำเร็จในรายการเอฟเอ ยูธ คัพ และยูฟ่า ยูธ ลีก ซึ่งอับราฮัมจะได้ย้อนความหลังและกลับมาพบกับเพื่อนของเขาอีกครั้ง

“เรามีความทรงจำที่ดีร่วมกันมากมาย” อับราฮัมเผยถึงเพื่อนร่วมทีมทั้งในสนามและนอกสนามอย่างโซลันกี้

“เขาเป็นนักเตะคนแรกที่ผมได้รู้จักเขาเมื่อตอนมาที่เชลซี และเราก็รู้สึกว่าคลิกกันทันที เขาดูโดดเด่นในกลุ่มนักเตะดาวรุ่ง รวมถึงมีความเร็วที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อน”

“ผมจำได้ว่าเขาเคยเล่นในตำแหน่งปีก และเขาก็เคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ดี เมื่อผมได้เห็นทักษะบางอย่างจากเขา ผมก็ต้องการทำให้ได้เหมือนเขาเช่นกัน เรามักจะทำร่วมกันแบบนั้นเสมอ มันเป็นเรื่องดีที่ได้เป็นเพื่อนและเล่นร่วมกันกับเขา”

ความทรงจำต่างๆ เกิดขึ้นได้อย่างง่ายดายมากเมื่อคุณทำประตูได้อย่างสม่ำเสมอ อับราฮัมใช้เวลาช่วงต้นปีกับเชลซีในตำแหน่งที่แตกต่างออกไป นับเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญสำหรับเขาและนำไปสู่การต่อสู้ที่น่าสนใจในการทำประตูร่วมกับโซลันกี้ ในทีมเยาวชนอีกหลายปีต่อมา

“ผมถูกโยกให้ไปเล่นเป็นกองหน้าหลังจากสองสามปีที่นี่” เขาเผย “มันเริ่มต้นในเกมรุ่นอายุต่ำกว่า 11 ปีที่พบกับเรดดิ้ง เนื่องจากกองหน้าของเราบาดเจ็บ ดังนั้นโค้ชจึงดันให้ผมไปเล่นข้างหน้า ผมจำไม่ได้ว่าผมยิงได้กี่ประตู แต่ก็พอจำได้เล็กน้อย และผมก็ไม่เคยเปลี่ยนตำแหน่งอีกเลยตั้งแต่นั้น”

“ผมเริ่มทำประตูได้มากขึ้นหลังจากนั้น ตอนที่ผมทำประตูได้มากสุดตอนผมอยู่ในรุ่นอายุต่ำกว่า 18 ปี ตอนนั้นผมทำประตูได้ 41 ลูกในฤดูกาลนั้น ซึ่งทั้งผมและดอมเราอยู่ในทีมร่วมกัน และเราก็ต่อสู้กันเพื่อรางวัลรองเท้าทองคำ”

“เขาทำประตูได้มากกว่าผมเล็กน้อยเมื่อเหลืออีกหนึ่งเกมซึ่งจะต้องพบกับนอริช ผมจำได้แม่น ผมอยากทำให้ได้ 41 ประตูเท่ากับเขา และมันโชคดีจริงๆ ผมทำประตูได้และเราก็จบฤดูกาลที่ประตูเท่ากัน มันเป็นความทรงจำดีมากจริงๆ”

หลังจากฤดูกาล 2014/15 โซลันกี้ก็ถูกส่งให้เวเทสส์ อาร์เนมยืมตัวหลังจากนั้น อีก 2 ปีต่อมาก็ย้ายมาอยู่ทีมชายฝั่งตะวันตกอย่างลิเวอร์พูลในช่วงซัมเมอร์ ซึ่งเขามีโอกาสอยู่ร่วมทีมลิเวอร์พูล 18 เดือน ขณะที่อับราฮัมถูกส่งให้บริสตอล ซิตี้, สวอนซี และแอสตัน วิลล่า ยืมตัวก่อนกลับมาร่วมทีมเชลซีและสวมเสื้อหมายเลขเก้าในฤดูกาลนี้

อดีตโค้ชอะคาเดมี่ของเชลซีอย่างอาดี วิวิช มีส่วนช่วยให้อับราฮัมมีความเชื่อมั่นและสร้างความแตกต่างในช่วงสองสามปีก่อนหน้านี้

“โดมินิค ดูเป็นเด็กค่อนข้างขี้อาย” วิวีชกล่าว “แทมมี่ ก็อย่างที่คุณเห็นในตอนนี้ เขามีความมั่นใจ มีความยืดหยุ่นในตัวเอง เขาจะดูเสียงดังกว่าโดมินิค แต่พวกเขามีความมุ่งมั่นตั้งใจที่เหมือนกันอย่างแน่นอน”

อับราฮัม พูดถึงบุคลิกภาพของโซลันกี้ รวมทั้งเขายังแน่ใจว่าเด็กชายที่เขาพบเมื่อตอนอายุ 7 ขวบ จะสามารถพัฒนาศักยภาพให้เพิ่มขึ้นได้อย่างไม่ต้องสงสัย

“เวลาต่อหน้าถ้าเขาไม่พอใจหรือไม่สบายใจเขาจะเงียบ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเขาก็จะดีขึ้น” อับราฮัมเผย “ผมคิดว่าเขาสามารถพัฒนาไปเป็นกองหน้าที่ดีได้ เขาเป็นนักเตะที่เล่นได้ทั้งปีกและกองหน้า เขาเก่งมากผมเชื่อมั่นว่าเขาจะเป็นผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมในอนาคต”

ทั้งคู่เกิดห่างกันเดือนเดียวกันในปี 1997 เล่นให้ทั้งเชลซีและอังกฤษเหมือนกัน ขณะที่ครั้งนี้จะเป็นการเจอกันนัดที่ 93 ในพรีเมียร์ลีกกับทีมของพวกเขาทั้งคู่ สำหรับคนที่ดูพวกเขาแย่งชิงตำแหน่งเสื้อหมายเลขเก้ามานานหลายปี คืนวันเสาร์นี้ที่เดอะบริดจ์ เราจะได้เห็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่น่าสนใจของทั้งคู่ในตำแหน่งเสื้อเบอร์เก้าเมื่อพวกเขาเป็นคู่แข่งกันครั้งแรก