มีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นตัวจริงสองตำแหน่งจากเกมพบเลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

มัตเตโอ โควาซิช ลงสนามแทนเอ็นโกโล่ ก็องเต้ เนื่องจากบาดเจ็บที่ข้อเท้า และให้ผู้เล่นคนอื่นดันขึ้นสูง

แทมมี่ อับราฮัม ลงแทนที่ โอลิวิเย์ ชิรูด์ ที่อยู่บนม้านั่งสำรองส่วน มิชี่ บัตซูอายี่ ที่ทำสองประตูใน PL2 วันจันทร์ เป็นตัวสำรองเช่นกัน

เคิร์ท ซูม่า ลงสนามเป็นนัดที่ 50 ในพรีเมียร์ลีกให้กับเชลซี

นอริชไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นจากเกมที่เอาชนะนิวคาสเซิล

เชลซี:

เกปา; อัซปิลิเกวต้า (กัปตัน), ซูม่า, คริสเตนเซ่น, เอเมอร์สัน, โควาซิช; เปโดร, เมาท์, พูลิซิช; อับราฮัม

สำรองของเชลซี: กาบาเยโร่, โทโมรี, อลอนโซ่, บาร์คลีย์, วิลเลี่ยน, บัตซูอายี่, ชิรูด์

นอริช: ครูล; อารอน, ฮันลีย์ (กัปตัน), ก็อดเฟรย, ลิวอิส; ไทรบูลล์, เลท์เนอร์; แคนต์เวลล์, สตีเพอร์มานน์; บูเอนเดีย; ปุ๊กกี้

สำรองของนอริช: ฟาห์รมาน, ไบรัม, โรเบิร์ต, วรานชิช, แม็กลีน, เท็ดตี้, เซอร์บีนี่

ผู้ตัดสิน มาร์ติน แอทคินสัน

สถิติ

เดอะบลูส์กำลังมองหาชัยชนะนัดแรกจากสี่เกมก่อนหน้านี้ เสมอ 2 แพ้ 2 และพวกเราแพ้ 6 จาก 10 เกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีก และไม่สามารถทำประตูได้เลยในเจ็ดเกมเหล่านั้น

แลมพาร์ด ไม่เคยแพ้ให้กับนอริช และยิง 4 ประตู จากชัยชนะแปดครั้ง และเสมอสามเกมในทุกรายการ

เชลซีแพ้เพียงสองเกมจาก 22 นัดหลังสุดในการเจอกับทีมน้องใหม่ (ชนะ 15 เสมอ 5) ทั้งสองเกมที่พ่ายให้กับทีมจากเดอะแชมเปี้ยนชิพ คือ 0-3 พบ นิวคาสเซิล ฤดูกาล 2017/18 และ 1-2 วูฟส์ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว

นับตั้งแต่พ่ายแพ้สามเกมแรกในลีกฤดูกาล 2018/19 นอริช ซิตี้ แพ้ 4 เกม จาก 43 เกม ในลีก โดยชนะถึง 27

นอริชชนะ 8 จาก 11 เกมหลังสุดในบ้าน และเสมอสามเกม หลังจากการพ่ายแพ้ 3-4 ให้กับดาร์บี้ เคาท์ตี้ ของแฟรงค์ แลมพาร์ด ในเดือนธันวาคม

ทีมของ เดเนี่ยล เฟร็ก กำลังมองหาชัยชนะนัดที่สามติดต่อกันในพรีเมียร์ลีก และเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2012

นอริช ซิตี้ เก็บชัยชนะ หนึ่งจาก 15 เกม หลังสุดในพรีเมียร์ลีก กับการเล่นในบ้าน ในการเจอกับทีมบิ๊กซิกซ์ โดยเก็บทั้งหมด 7 แต้ม จาก 45 แต้ม (ชนะ 1 เสมอ 4 และแพ้ 10)