เกม 90 นาทีแรกของโทนี่ รูดิเกอร์ในรอบ 8 เดือนได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นในสแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา ลงเล่นพร้อมมีส่วนช่วยให้ทีมผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายของแชมป์เปี้ยนส์ ลีกได้สำเร็จ

เกมยูโรป้า ลีกรอบก่อนรองชนะเลิศที่กรุงปรากเมื่อเดือนเมษายนคือเกมล่าสุดที่รูดิเกอร์ได้ลงสนามเนื่องจากเจ็บเข่าและต้องพลาดเกมรอบชิงที่เจอกับอาร์เซนอล รวมถึงช่วงต้นฤดูกาลที่แฟรงค์ แลมพาร์ดเข้ามาคุมทีมด้วย

หลังจากที่ผ่านเกมพบลีลล์มา รูดิเกอร์เผยถึงสิ่งที่ทำให้เขาผ่านช่วงเวลาที่ยากมาได้ และเล่าการทำงานเบื้องหลังในค็อบแฮมจนกลับมาฟิตพร้อมอีกครั้ง

“ผมรู้สึกดีมากเลยนะ” เขารายงานหลังชนะ 2-1 “มันนานมากแล้วแต่ผมก็แฮปปี้ที่ทุกอย่างไปได้สวย และเราผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายด้วย”

“ผมต้องขอขอบคุณทุกคนเลย ทีมงานเบื้องหลัง โค้ช และแฟนบอลที่อดทนรอกันมานาน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมบาดเจ็บหนัก ผมต้องอดทน เชื่อฟังที่หมอสั่งและรอเวลาเท่านั้น”

“ผมมีช่วงเวลาพรีซีซั่นไม่มากนัก” รูดิเกอร์กล่าว “ผมขอบคุณแฟรงค์มากจริงๆ กับเรื่องนี้ เพราะมันเป็นไอเดียที่ดีมากเลยและตอนนี้ผมก็รู้ว่าเจ็บที่ขานิดหน่อย แต่ไม่ได้เจ็บที่หัวใจเลย! มันสร้างความแตกต่างหลังจากบาดเจ็บยาวมา เพราะคุณจำเป็นต้องลงแข่งในสนามเพื่อที่จะกลับมาฟิตอีกครั้ง”

นักเตะวัย 26 ปีกลับมาลงเล่นหลังบาดเจ้บหัวเข่าก่อนจะจบฤดูกาล 2018/19 แต่มามีอาการบาดเจ็บอีกครั้งในเกมพบวูล์ฟเมื่อเดือนกันยายน

“ไม่ใช่แค่การลื่นล้ม” เขาบอก “ผมรู้สึกว่าไม่ไหวแล้วและเมื่อล้มไปผมก็บอกเลยว่าตัวเองไปต่อไม่ไหวแล้ว”

“มันคือสิ่งที่ดำเนินต่อไปหลังจากที่เข่าผมเจ็บ และผมอยู่กับอาการนั้นมานานมากก่อนที่เราจะเจอว่าผมมีปัญหาไส้เลื่อน นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ทุกอย่างมันนานขึ้นมาก แต่ผมกลับมาแล้วตอนนี้”

รูดิเกอร์กลับมาลงเป็นกองหลังคู่กับเคิร์ท ซูม่า ในเกมพบกับลีลล์ และเจ้าตัวก็ได้บอกว่าการเป็นคู่หูกันในครั้งนี้ส่งผลที่ดีตลอดทั้งเกม

“สำหรับผมแล้วสิ่งสำคัญคือการสื่อสาร” เขากล่าว “หากคุณไม่คุยกัน มันจะยิ่งยาก แต่ผมกับเขาคุยกันตลอดและการสั่งการมันชัดเจนมาก ดังนั้นมันง่ายสำหรับทุกคนเลย”

“ในตำแหน่งของผมมันสำคัญที่ต้องใช้เสียงที่ดังเพื่อพูดคุยกันในสนาม มันคือเรื่องปกติของผมเลย”

ในฐานะที่เป็นกองหลังมากประสบการณ์ที่สุดของทีมเชลซี รูดิเกอร์ก็ตั้งใจที่จะช่วยให้เพื่อนร่วมทีมปรับตัวเข้ากับแรงกดดันจากการเล่นให้เชลซีในทุกสัปดาห์ ซึ่งเป็นสิ่งที่รูดิเกอร์เองก็ทำได้ดีมาตลอดตั้งแต่ที่ย้ายมาร่วมทีมเมื่อปี 2017

“ผมพยายามช่วยเหลือทุกคนตลอด เหมือนอย่างที่ทำตั้งแต่ตอนที่อยู่ในทีมที่มีทั้งดาวิด ลุยซ์ และแกรี่ เคฮิลล์” เขาบอก

“ผมเสียงดังเมื่ออยู่ในสนาม เราต้องช่วยเหลือนักเตะที่เป็นดาวรุ่งอยู่เสมอ มันอาจจะมีช่วงเวลาที่เล่นได้ไม่ดีบ้าง เป็นเรื่องธรรมดา เพราะเราคือมนุษย์ แต่นั่นคือเวลาของผมที่ผมต้องช่วยเหลือดาวรุ่งเหล่านั้น”

เกมต่อไปของเชลซีจะเจอกับบอร์นมัธ ซึ่งไม่ว่ารูดิเกอร์จะได้ลงหรือไม่ แต่เจ้าตัวก็ชัดเจนว่าพร้อมที่จะโชว์ผลงานแล้ว

“ผมต้องซื่อตรงกับโค้ช ไม่ว่าจะได้ลงเล่นหรือไม่ แต่ถ้าเขาต้องการผม ผมจะทำเต็มที่ทุกครั้งเสมอ” รูดิเกอร์ย้ำ

“เราต้องเดินหน้าไปทีละเกม เราอยู่ในอันดับท็อปโฟร์ตอนนี้ ผ่านเข้ารอบแชมป์เปี้ยนส์ ลีกได้แล้ว แต่เราก็ต้องทบทวนเกมที่พบเอฟเวอร์ตันและเวสต์ แฮมด้วย”

ในแอป 5th Stand รูดิเกอร์เผยฮีโร่คนแรกของเขาในวงการฟุตบอล คุณดาวน์โหลดแอปหรือยัง?