ในการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนก่อนเกมพรีเมียร์ ลีกวันเสาร์นี้กับเลสเตอร์ ซิตี้ โธมัส ทูเคิ่ล เผยว่ามีนักเตะรายเดียว ที่ยังประสบปัญหาอาการบาดเจ็บ ส่วนอีกรายรีเทิร์นสู่แอ็กชั่น นอกจากนี้ยังพูดเรื่องความเป็นไปได้ที่จะโดนแบนจากการคุมทีมข้างสนาม และโอกาสการย้ายมาร่วมทีมของนักเตะหน้าใหม่ ก่อนตลาดนักเตะปิดทำการ

ก่อนการแข่งขันวันพรุ่งนี้ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ทูเคิ่ล ได้อัปเดตอาการบาดเจ็บของขุมกำลัง โดยยืนยันว่าต้องรอไปอีกสักพัก ก่อนที่เอ็นโกโล่ ก็องเต้ จะกลับมาสู่ทีม โดยพรสวรรค์สุดพิเศษที่ขาดหายไปของเขา ถือเป็นความเสียหายสำคัญกับทีม

'กับเอ็นโกโล่ เรากำลังพูดถึงเวลาอีกเป็นสัปดาห์ เรากำลังพูดถึงเวลาอีก 4 สัปดาห์ขึ้นไป' ทูเคิ่ล กล่าว 'ปกติแล้วเขาเป็นนักเตะคีย์แมนของเรา ซึ่งจะมอบบางอย่างให้กับทีมแบบที่ไม่มีนักเตะคนอื่นบนโลกสามารถมอบให้กับทีมไหน ๆ ได้ ดังนั่นเรื่องนี้จึงทำให้เขาเป็นผู้เล่นคนสำคัญ และหากผู้เล่นคนสำคัญของคุณหายไป มันก็เป็นสถานการณ์ที่คุณไม่ชอบและต้องรับมือ แต่มันมีอิทธิพลสำคัญอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม มีข่าวดีในรายของมาเตโอ โควาซิช ซึ่งน่าจะรีเทิร์นจากอาการบาดเจ็บหัวเข่าในสุดสัปดาห์นี้ แต่จะเป็นในบทบาทของตัวสำรอง

'มาเตโอ กลับมาติดทีมแล้ว เอ็นโกโล่ เป็นเพียงคนเดียวที่ไม่ได้ร่วมซ้อมตลอดสัปดาห์นี้ ดังนั้นทุกคนได้กลับมาซ้อมกันแล้ว โควา กลับมาอยู่กับกลุ่มของเรา และพร้อมที่จะลงสนามสัก 20 นาที

'เราคิดถึงเขาเหมือนกัน ในแง่ของบุคลิกและประสบการณ์ รวมทั้งคุณภาพด้วยแน่นอน แต่ ณ ตอนนี้ น่าจะเล่นได้สัก 20 นาทีครับ

'นี่คือสัปดาห์แรกที่เขาลงซ้อมโดยไม่มีอาการอื่น ๆ ที่หัวเข่า ดังนั้นเราจึงไม่สามารถเร่งได้ มิเช่นนั้นมันจะทำลายแผนการที่เรามีสำหรับเขา เราต้องการเขาในระยะยาว แต่ก็เป็นเรื่องดีที่ได้เขากลับมา และได้เขามาเป็นตัวเลือกจากม้านั่งสำรอง'

เฮดโค้ชของเราถูกถามด้วยว่า เขาจะลงคุมทีมข้างสนามที่เดอะ บริดจ์ ในเกมกับเลสเตอร์หรือไม่ เพราะตอนนี้เผชิญหน้ากับโทษแบน 1 นัด หลังจากโดนใบแดงในเกมเหย้านัดล่าสุดที่เราเสมอกับท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ 2-2

เขาเผยว่าเขาได้ตอบสนองต่อข้อกล่าวหา นั่นหมายความว่ารายละเอียดยังไม่ได้รับการยืนยัน แต่คาดไว้ว่าจะไม่ได้ปรากฎตัวที่ซุ้มม้านั่งในวันเสาร์นี้ มากไปกว่านั้น บอสอ้างว่าเขายอมรับเหตุผลสำหรับโทษแบน อย่างไรก็ตาม ความไม่สม่ำเสมอที่เกิดขึ้นจากผลที่ตามมาของเกมดังกล่าว เป็นเรื่องยากที่จะยอมรับ

'ผมไม่คิดว่าจะได้คุมทีมข้างสนาม แต่ก็ยังไม่มั่นใจ 100% ครับ' บอสอธิบาย 'ผมคิดว่าเราจะทำทุกอย่างให้เหมือนเดิมได้ เพราะผมจะไปที่สนาม แล้วก็อยู่ในห้องแต่งตัว แต่ไม่ได้อยู่ที่ข้างสนาม

'เราได้ตอบสนองต่อข้อกล่าวหาแล้ว และเราก็กำลังรอคำตอบในวันนี้ แต่ดูเหมือนว่าผมจะไม่ได้คุมทีมจากริมเส้นนะ แต่ผมสามารถไปอยู่ในห้องแต่งตัวในช่วงพักครึ่งได้ ดังนั้นนักเตะก็จะยังเตรียมตัวกันพร้อม และมันไม่ใช่ข้อแก้ตัว

'ผมคิดว่าเรื่องนี้มันมี 2 ด้าน ด้านหนึ่งก็คือผมโดนใบแดง และผมปฏิบัติตัวในแนวทางที่ไม่เหมาะสม ซึ่งผมรู้สึกเสียใจกับสิ่งนี้ แต่มันก็มาจากแพสชั่นครับ ผมไม่คิดว่ามันเกรี้ยวกราดเกินไป เพราะว่ามาจากแพสชั่นล้วน ๆ

'ผมยอมรับได้ว่า หากผมโดนใบแดงในระหว่างการแข่งขัน หากว่านี่คือการตัดสิน เมื่อนั้นผมก็โดนห้ามคุมทีมข้างสนาม แล้วจากนั้นผมก็โดนปรับเงิน อันนี้คือด้านหนึ่งและผมไม่มีอะไรจะโต้เถียง ผมสามารถยอมรับได้

'เรื่องที่ยากจะยอมรับก็คือบริบทของมัน ผมไม่คิดว่าผมเป็นคนเริ่มต้นความเกรี้ยวกราดนะ มันเริ่มขึ้นก่อนหน้านั้น และผมไม่คิดว่าผมเป็นคนเดียวที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

ซึ่งเราทั้งคู่ต่างโดนใบแดง มีนักเตะคนหนึ่ง ดึงผมนักเตะอีกคนหนึ่งในเวลา 2 นาทีก่อนหน้านั้น เขาสามารถเล่นต่อได้ เขาไม่โดนแบน และจากการจับมือกันแน่น ๆ หลังจบเกม มีโค้ชคนหนึ่งที่ต้องโดนแบน เรื่องนี้มันยากมากที่จะยอมรับ แต่ผมก็ต้องยอมรับ แต่ถ้ามองตามบริบทแล้ว บอกเลยว่าผมไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ครับ'