จากผลงานแข่งขันที่เป็นใจ เชลซีได้สามแต้มเหนือเลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อวันเสาร์ ซึ่งพวกเราต้องต่อกรโดยที่ตัวผู้เล่นน้อยกว่าเป็นเวลากว่าหนึ่งชั่วโมง นี่ถือเป็นเรื่องที่คุ้นเคยของสโมสร และช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เคยเกิดเหตุการณ์นี้มาแล้วไม่น้อย

ด้านล่างนี้ คือสุดยอดแมตช์ที่เกิดขึ้นในช่วงยุคมิลเลนเนี่ยม เป็นต้นมา เมื่อสิงโตน้ำเงินคราม เป็นฝ่ายที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แม้ว่าตัวผู้เล่นจะเหลือน้อยกว่า 

ลิเวอร์พูล - พรีเมียร์ ลีก - สิงหาคม 2021

ชัยชนะเหนือเดอะ ฟ็อกซ์ เกิดขึ้นในช่วง 364 วันหลังจากเกมที่พวกเราบุกได้ 1 แต้ม จากผลเสมอ 1-1 นัดเยือนแอนฟิลด์ ท่ามกลางการแข่งขันที่เชลซีต้องมาเหลือตัวผู้เล่นน้อยกว่า ยืนหยัดสู้ตลอดครึ่งเวลาหลัง

แฟน ๆ สิงห์บลูส์ มีอันต้องลุ้นหนักไปพร้อม ๆ กัน เมื่อรีซ เจมส์ มาโชคร้ายโดนใบแดงตั้งแต่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บในครึ่งแรก จากช็อตที่ลูกยิงของซาดิโอ มาเน่ ดันพุ่งไปโดนมือ ก่อนที่โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ จะสังหารจุดโทษเป็นประตูตีเสมอ โดยพวกเราเป็นฝ่ายออกนำไปก่อน จากไค ฮาแวร์ตซ์

อย่างไรก็แล้วแต่ เดอะ บลูส์ ยืนหยัดช่วยกันเล่นอย่างมีวินัย สกัดทุกการขึ้นเกมบุกของลิเวอร์พูลได้อยู่หมัด แถมเอดูอาร์ เมนดี้ ยังโชว์เซฟอุตลุต ยากที่จะมีใครเข้ามาทะลวงประตูได้


บาร์เซโลน่า - แชมเปี้ยนส์ ลีก - เมษายน 2012

อีกหนึ่งค่ำคืนสุดยิ่งใหญ่ของสโมสร เชลซีที่เหลือผู้เล่นแค่ 10 คน แต่กลับเป็นฝ่ายได้เฮเหนือหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดในโลก ในบ้านของพวกเขา พร้อมผ่านเข้าสู่เกมนัดชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้

พวกเราตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เมื่อจอห์น เทอร์รี่ มาโดนใบแดง และสองประตูในช่วง 8 นาทีของบาร์ซ่า ทำให้พวกเขาเป็นฝ่ายขึ้นนำในสกอร์รวม 2-1 แน่นอนว่าหลังจากนั้น ทัพอาซูลกราน่าโหมบุกหนักต่อ ที่คัมป์ นู

อย่างไรก็ตาม รามิเรส โชว์จังหวะชิพบอลสุดแม่นยำในช่วงทดเจ็บ กลับกลายเป็นว่าพวกเราเริ่มได้เปรียบจากผลอเวย์โกล ก่อนที่เกมในครึ่งหลังจะเป็นใจให้พวกเราอย่างแท้จริง เมื่อเฟอร์นานโด ตอร์เรส หลุดเดี่ยวลากไปซัลโวเน้น ๆ กลายเป็นชัยชนะของเชลซีในสกอร์รวมสองเกม แน่นอนว่าเกมนี้จะยังคงอยู่ในความทรงจำของแฟนคลับสิงโตน้ำเงินครามทุกคน


เอฟเวอร์ตัน - ลีก คัพ - มกราคม 2008

แม้เชลซีจะเป็นฝ่ายขึ้นนำไปก่อน จากฌอน ไรท์-ฟิลลิปิส์ ในเกมเลกแรกของศึกลีก คัพ รอบชิงชนะเลิศ ดวลกับเอฟเวอร์ตัน แต่สถานการณ์ต่อจากนั้นกลับต้องเป็นฝ่ายลุ้นหนัก เมื่อจอห์น มิเกล โอบิ มาโดนไล่ออก จากจังหวะปะทะหนักใส่ฟิลด์ เนวิลล์ ในนาทีที่ 54 แถมช่วงเวลาต่อจากนั้น 9 นาที ยาคูบู ก็มายิงตีเสมอได้

แม้ช่วงนั้นอัตราการต่อรองจะเริ่มระบุว่าสิงห์บลูส์เริ่มดูไม่แน่ไม่นอนกับการผ่านเข้าไปป้องกันแชมป์ในรอบชิงชนะเลิศของลีกคัพ เป็นหนที่สามจากสี่ฤดูกาล แถมเลกสองเดอะ บลูส์ ยังต้องเป็นฝ่ายไปเยือนที่กูดิสัน พาร์คอีกต่างหาก ทว่าพวกเรากลับแสดงให้เห็นถึงการสู้ไม่มีถอย และเป็นฝ่ายได้ชัยชนะ แม้ว่าตัวผู้เล่นจะน้อยกว่า

แต่แล้วพวกเราก็มาได้โชคขนานใหญ่ เมื่อมิชาเอล บัลลัค ผ่านบอลอันตรายเข้ากรอบโทษ และเป็นโจลีออน เลสค็อตต์ ที่สกัดผิดพลาดกลายเป็นการทำเข้าประตูตัวเอง ซึ่งจังหวะนี้ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์ ตามกดดันกองหลังอังกฤษอยู่ด้วย ท้ายสุดแล้ว พวกเราเชือดคว้าชัย 2-1

เวสต์ แฮม - พรีเมียร์ ลีก - เมษายน 2006

เชลซี แสดงให้เห็นถึงผลงานสู้ไม่มีถอย และโชว์ฟอร์มสมราคาแชมป์ในฤดูกาลนี้ โดยผลการแข่งขันในเกมดังกล่าว พวกเราได้ 4 ประตูแบบไม่ซ้ำหน้า ไล่เอาชนะเวสต์ แฮม ยูไนเต็ด 4-1 คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก 2005/06 ถือเป็นแชมป์ลีกสมัยที่สองติดต่อกัน

ช่วงแรกของเกมดูไม่เป็นใจให้ลูกทีมของโชเซ่ มูรินโญ่ สักเท่าไร เมื่อเจมส์ คอลลินส์ ทำประตูให้ทีมเยือนขึ้นนำไปก่อน จากนั้น มานิเช่ กองกลางของพวกเรามาโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม โดยแข้งโปรตุกีสไปปะทะหนักใส่ลิโอเนล สคาโลนี่ ในนาทีที่ 16 แต่เวลาต่อจากนั้น พวกเรากลับฮึดกลับมาอย่างดุดัน ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ควงคู่เอร์นาน เครสโป ทำคนละประตูภายในช่วงครึ่งชั่วโมงแรกของเกม

ยากที่จะบอกว่านักเตะสิงห์บลูส์คนใดทำผลงานได้ดีที่สุด เพราะหลังจากที่พวกเราขึ้นนำแล้ว จอห์น เทอร์รี่ และวิลเลี่ยม กัลลาส ก็มาทำอีกคนละประตู ให้สกอร์ไหลห่างไปไกลถึง 4-1 ก่อนจะจบการแข่งขันด้วยสกอร์นี้ กลายเป็นอีกหนึ่งชัยชนะน่าจดจำในลอนดอน ดาร์บี้ เหนือเดอะ แฮมเมอร์ส