เวสลี่ย์ โฟฟาน่า ไม่ได้เข้าร่วมระบบเยาวชน จนกระทั่งอายุ 14 ปี แต่เขาชดเชยเวลาที่สูญเสียไป โดยสร้างอิมแพ็คต์ทันทีเมื่อได้รับโอกาสลงเล่นในทีมชุดใหญ่ของแซงต์-เอเตียน สโมสรในบ้านเกิด แข้งวัย 21 ปี ปรับตัวเข้ากับประเทศใหม่ได้อย่างไม่มีปัญหา ตอนที่เซ็นสัญญากับเลสเตอร์ ซิตี้ จนกลายเป็นหนึ่งในกองหลังดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดของพรีเมียร์ ลีก อย่างรวดเร็ว

โฟฟาน่า เกิดในเมืองมาร์กเซยบริเวณชายฝั่งตอนใต้ของฝรั่งเศส เขาเริ่มต้นเส้นทางการค้าแข้งระดับเยาวชนกับหลายสโมสรรอบประเทศ ประกอบด้วย Repos Vitrolles, Mining Basin, Des Pennes Mirabeau และ Air Bel ก่อนย้ายร่วมทีมแซงต์-เอเตียน สโมสรในลีกสูงสุดเมื่อปี 2015 ขณะที่มีอายุ 14 ปี

ในตอนต้น เขาลงสนามให้กับแซงต์-เอเตียน เดอซ์ ในลีกอันดับ 4 ของประเทศ ซึ่งการแจ้งเกิดของดาวรุ่งรายนี้ คือในฤดูกาล 2018/19 หลังจากเซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรกในฤดูร้อนดังกล่าว เขาลงสนามหลายนัดให้ทีมสำรอง นอกจากนี้ยังเป็นดาวเด่นของทีมรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี โดยคว้าแชมป์คูป กัมบาร์เดลล่า ซึ่งเป็นถ้วยรางวัลอันทรงเกียรติในระดับเยาวชนของประเทศฝรั่งเศส

เขาได้รับรางวัลตอบแทนด้วยการประเดิมสนามในทีมชุดใหญ่บนเวทีลีก เอิง ซึ่งเกิดขึ้นเร็วกว่าที่ถูกคาดเอาไว้ หลังจากที่ได้เป็นตัวสำรองแบบไม่ถูกใช้งานให้ต้นสังกัดใน 2 เกมก่อนหน้านั้น อาการบาดเจ็บของ ปิแอร์-อีฟส์ โพโลมัต ในนาทีที่ 20 ของการแข่งขันนัดรองสุดท้าย ทำให้โฟฟาน่า ได้ลงเดบิวต์ในลีกสูงสุด เขามีส่วนช่วยทีมเก็บคลีนชีตโดยเอาชนะนีซ 3-0 ทำให้แซงต์-เอเตียน จบอันดับที่ 4 ของตารางและผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลยุโรป หลังจากนั้นเขาลงตัวจริงนัดแรกในเกมนัดสุดท้ายของซีซั่น โดยเสมอกับอองเชร์ส 1-1

หลังจากนั้น โฟฟาน่าเป็นส่วนหนึ่งในขุมกำลังของแซงต์-เอเตียน สำหรับฤดูกาล 2019/20 แต่จากการที่สตาร์หลายคนย้ายออกไป สิ่งดังกล่าวทำให้สโมสรเจอกับซีซั่นที่ยากลำบาก สิ่งดังกล่าวไม่ได้รับการช่วยเหลือด้วยอาการบาดเจ็บหัวเข่าผิดเวลา ซึ่งทำให้โฟฟาน่า พลาดลงเล่นใน 2 เดือนแรก แต่เขากลับมาทำผลงานโดดเด่นจนทำให้อองเชร์สรอดพ้นจากการตกชั้น ในช่วงเวลานี้เขาทำประตูแรกในลีก เอิง จากเกมที่เอาชนะนีซ 4-1 เมื่อเดือนธันวาคมได้ด้วย

เขาทำประตูได้อีกครั้ง โดยแซงต์-เอเตียน เปิดหัวรายการคูป เดอ ฟร็องซ์ ด้วยชัยชนะเหนือบาสเตีย-บอร์โก้ จากนั้นเจ้าตัวได้ลงตัวจริงยกเว้นเพียงนัดเดียว ในเส้นทางสู่รอบชิงชนะเลิศ แม้ว่าจะเป็นฝ่ายปราชัย 1-0 ในนัดชิงดำที่สตาด เดอ ฟร็องซ์ แต่โฟฟาน่า ทำผลงานน่าประทับใจเกินวัยของเขา โดยดวลแข้งกับทีมรวมดาวดังของปารีส แซงต์-แชร์กแมงก์ ซึ่งมีทั้งคีเลียน เอ็มบัปเป้ และเนย์มาร์ แม้ว่าโลอิก เปร์แร็ง คู่ขาในตำแหน่งเซนเตอร์ของเขาจะโดนไล่ออกจากสนามในนาทีที่ 30 ของการแข่งขัน

เซนเตอร์รายนี้ ลงตัวจริงใน 3 นัดแรกของฤดูกาล 2020/21 กับแซงต์-เอเตียน โดยต้นสังกัดเอาชนะได้ทั้ง 3 นัดและไม่เสียประตู ก่อนจะย้ายไปอยู่กับเลสเตอร์ ความรวดเร็วในการปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ และความดุดันของพรีเมียร์ ลีก ยิ่งน่าประทับใจเข้าไปใหญ่ ทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักในถิ่นคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม อย่างรวดเร็ว

โฟฟาน่า ลงสนามให้เดอะ ฟ็อกซ์ ในฤดูกาลเดบิวต์ไปถึง 38 นัด โดยแบ่งเป็นโอกาสลงเล่นในพรีเมียร์ ลีก 28 นัด มีแค่นัดเดียวที่ไม่ได้เป็นตัวจริง ฟอร์มการเล่นที่แสดงออกมาได้อย่างโดดเด่น ทำให้เจ้าตัวได้รับโหวตให้เป็นนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล ของสโมสร

หนึ่งในเกมที่น่าจดจำที่สุดของเวสลี่ย์ ในการลงเล่นที่อังกฤษเป็นปีแรก ซึ่งแฟนบอลเชลซีคงจำกันได้ดี แต่ไม่ใช่ความทรงจำที่หอมหวานเท่าไรนัก คือเขาเป็นหนึ่งในขุนพลทัพจิ้งจอกที่ทำให้แฟน ๆ เดอะ บลูส์ต้องผิดหวังในเวมบลีย์ เมื่อเลสเตอร์ เป็นฝ่ายเอาชนะพวกเราไป 1-0 ในเอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ ช่วยเดอะ ฟ็อกซ์ คว้าแชมป์รายการนี้ได้เป็นหนแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

จากนั้นแข้งแดนน้ำหอมกลับเผชิญกับเรื่องโชคร้าย เมื่อเขาโดนอาการบาดเจ็บหนักเล่นงาน โฟฟาน่าขาหักในการลงเล่นช่วงพรีซีซั่นร่วมกับเลสเตอร์ ในเกมดวลบียาร์เรอัล ก่อนเริ่มฤดูกาล 2021/22 อย่างไรก็ดี หลังฟื้นฟูจากอาการบาดเจ็บ เวสลี่ย์กลับมาสานต่อผลงานของตัวเองได้ และดูเหมือนว่าเขาจะยกระดับฝีเท้าตัวเองขึ้นไปอีกขั้น

ความโดดเด่นนี้เห็นได้ตั้งแต่เกมแรกที่กลับมา ในนัดที่สองของศึกยูโรป้า คอนเฟอเรนซ์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่ดวลกับแรนส์ในฝรั่งเศส โฟฟาน่าโขกประตูชี้ขาดการแข่งขัน และช่วยให้ทัพจิ้งจอกผ่านเข้าสู่รอบต่อไป โดยเป็นประตูแรกของเขากับสโมสร เกมนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเกมที่เขาทำผลงานออกมาได้ดีที่สุด แม้ว่าจะเป็นนัดแรกของการแข่งขันอย่างเป็นทางการในรอบ 10 เดือนของเขา

การกลับมาของโฟฟาน่า แสดงให้เห็นถึงความสุดยอดอย่างแท้จริง เขาได้โอกาสลงสนามให้เลสเตอร์ในทุก ๆ นาทีจากทุกรายการตลอดช่วงเวลาที่เหลือของฤดูกาล มีส่วนในการช่วยทีมลิ่วไปถึงรอบรองชนะเลิศของยูโรป้า คอนเฟอเรนซ์ ลีก - นับเป็นการทะลุถึงรอบ 4 ทีมสุดท้ายหนแรกของเดอะ ฟ็อกซ์ ในการแข่งขันฟุตบอลระดับยุโรป - ส่วนผลงานในพรีเมียร์ ลีก เจ้าตัวเป็นกำลังสำคัญในการพาทีมจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 8

กองหลังวัย 21 ปี ลงเล่นทุกนาทีให้เลสเตอร์ ในสองเกมแรกของฤดูกาลนี้ ก่อนจะตัดสินใจย้ายมาร่วมทีมเชลซี และได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของขุมกำลังทีม ภายใต้การคุมทัพของโธมัส ทูเคิ่ล โดยมีลุ้นลงเดบิวต์พรีเมียร์ ลีก ร่วมกับเดอะ บลูส์ ในเกมดวลเวสต์ แฮม ยูไนเต็ด วันเสาร์นี้ ทันที