ถือเป็นการเปลี่ยนใจแบบกะทันหัน จนทำให้เหล่าแฟนบอลมีบทเพลงขับร้องเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งตอนนี้ วิลเลี่ยน อดีตปีกทีมเชลซี ได้เปิดใจถึงการตัดสินใจนาทีสุดท้าย ที่เซ็นสัญญากับเชลซี ไม่ใช่สเปอร์สในซัมเมอร์ ปี 2013...

ดาวเตะทีมชาติบราซิล อยู่ในเมืองลอนดอน พร้อมความหวังที่จะปิดดีลย้ายจากสโมสรอันจิ มาคาชคาล่า ในรัสเซีย และเขาจ่อเซ็นสัญญาที่สนามซ้อมของท็อตแน่ม ตอนได้รับข้อเสนอจากถิ่น SW6

สิ่งดังกล่าวทำให้ตัวนักเตะเกิดการเปลี่ยนใจ จนเป็นที่ถูกใจของเหล่าสาวก "สิงห์บลูส์" ที่โอบรับดาวเตะคนใหม่ เข้าสู่อ้อมใจอย่างทันท่วงที

'ผมอยู่ที่ลอนดอนเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เฝ้ารอให้ท็อตแน่มทำการตัดสินใจ เพราะพวกเขาอยู่ในสถานการณ์ที่ แกเร็ธ เบล กำลังจะย้ายออกไปเล่นให้กับเรอัล มาดริด' แข้งวัย 34 ปี อธิบายในสัปดาห์นี้

'ลิเวอร์พูลก็ให้ความสนใจ ส่วนเชลซีนี่ผมไม่ค่อยมั่นใจมากนัก พวกเขาแสดงความสนใจแต่ตอนแรกดูไม่ได้จริงจังมาก เชลซี ติดต่อเข้ามาในวันที่ผมกำลังจะเซ็นสัญญากับสเปอร์ส ผมอยู่ที่สนามซ้อมของท็อตแน่มเพื่อปิดดีลตอนที่มีสายโทรเข้ามา เอเยนต์ของผมบอกว่า 'เชลซีเพิ่งโทรหาผม และพวกเขาอยากได้ตัวคุณ' ผมตอบไปว่า 'โอเค ผมอยากย้ายไปที่นั่น!'

'จากนั้นผมก็ออกจากสนามซ้อม และกลับไปที่โรงแรม มันเป็นสถานการณ์ที่ยากอยู่นะ เพราะว่าผมแทบจะตอบตกลงย้ายร่วมทีมสเปอร์สไปแล้ว แต่ในใจของผมมีเพียงแค่เชลซี เมื่อดีลระหว่างอันจิกับเชลซีได้ข้อตกลง ผมอยากย้ายไปที่นั่นที่เดียว มันคือการตัดสินใจที่ดีที่สุดในอาชีพค้าแข้งของผมเลยละ'

ในเวลา 7 ปีหลังจากนั้น วิลเลี่ยน ลงสนาม 336 นัดให้กับเดอะ บลูส์ โดยยิงไป 63 ประตู พร้อมกวาดแชมป์ 5 ใบ ซึ่ง 2 จากในนั้นคือพรีเมียร์ ลีก

เขาย้ายออกจากทีมเพื่อไปเล่นให้อาร์เซนอลในซัมเมอร์ 2020 และปัจจุบันกลับมาค้าแข้งในเมืองหลวงร่วมกับฟูแล่ม ตอนนี้เจ้าตัวยังคงเฝ้าติดตามผลงานของอดีตต้นสังกัด โดยเขาเชื่อมั่นว่า เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า อดีตเพื่อนร่วมทีม มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในสโมสร

'นี่คือจุดที่เซซาร์ อัซปิลิเกวต้า จะช่วยได้' วิลเลี่ยน เสริม 'เขาเป็นนักเตะที่ดีมาก ๆ เป็นคนสำคัญสำหรับสโมสร เขาอยู่ที่นั่นมา 10 ปี ด้วยประสบการณ์ที่เขามี เขาสามารถช่วยเหลือนักเตะดาวรุ่งที่ค้าแข้งอยู่ที่นั่นในเวลานี้

'เชลซีเป็นสโมสรใหญ่ เป็นหนึ่งในทีมที่ยอดเยี่ยมที่สุดของโลก พวกเขาต่อสู้เพื่อบางอย่างในทุก ๆ ปี ถึงแม้ว่าจะเปลี่ยนตัวผู้จัดการทีม พวกเขาก็ยังมีลุ้นเสมอ ในช่วงเวลา 7 ปีที่ผมอยู่ที่นั่น ผมทำงานร่วมกับโชเซ่ มูรินโญ่, กุ๊ส ฮิดดิ้งค์, อันโตนิโอ คอนเต้, เมาริซิโอ้ ซาร์รี่ และแฟรงค์ แลมพาร์ด แต่สิ่งดังกล่าวไม่ได้หยุดยั้งพวกเราเลย เราต่อสู้ลุ้นถ้วยบางอย่างอยู่ตลอด

'มันยากในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก ตอนนี้ยิ่งยากเข้าไปใหญ่เพราะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ พวกเขาเป็นทีมที่ทุกคนอยากจะเอาชนะ และลิเวอร์พูลด้วยเช่นกัน แต่ฤดูกาลนี้มีหลายทีมที่พัฒนาขึ้นมา ดังนั้นมันจะยากยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน'