ธิอาโก้ ซิลวา สวมปลอกแขนกัปตันทีมพาบราซิล เก็บชัยชนะเหนือเกาหลีใต้ 4-1 โดยเจ้าตัวมีชื่อทำแอสซิสต์ และเป็นหนึ่งในประตูสุดสวยของเวิลด์คัพ หนนี้ พร้อมผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศได้สำเร็จ

บราซิลแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าทำไมพวกเขาถึงเป็นเต็งหนึ่งสำหรับการคว้าแชมป์ในกาตาร์ หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือเกมรับ เนื่องด้วยเกาหลีใต้ เจาะเอาชนะธิอาโก้ ซิลวา พร้อมเพื่อนร่วมทีมแทบไม่ได้เลย

บ่งบอกได้อย่างดี กับเรื่องราวของเกมการแข่งขันในคู่นี้ แถมกองหลังสิงห์บลูส์ยังมีโอกาสบุกจากการเล่นโอเพ่นเพลย์ ความหลากหลายนี้ นำมาซึ่งการทำแอสซิสต์ในเกมได้ด้วย

ธิอาโก้ ซิลวา จ่ายบอลทะลุช่องเข้าเขตโทษให้ริชาร์ลิซอน กองหน้าจากท็อตแน่ม จัดการแปด้วยซ้ายจ่อ ๆ ในกรอบ บอลเข้าไปไม่เหลือ ส่งให้ทีมนำห่างในเวลานั้น 3-0 โดยริชาร์ลิซอน ยิงได้เป็นคนที่สามของเกม ต่อจากวินิซิอุส จูเนียร์ และเนย์มาร์

จากนั้นประตูที่ 4 ของเกมเป็นลูคัส ปาเกต้า จังหวะนี้เริ่มจากเนย์มาร์ ได้ครอบครองบอลก่อนจ่ายให้ วินิซิอุสโชว์สกิลยกบอลให้ ปาเกต้า สอดมายิงด้วยขวาเข้าประตู

สรุปเหตุการณ์การแข่งขัน บราซิลใช้เวลาในการแข่งขันเพียง 7 นาที พวกเขาก็มาได้ประตูนำ เมื่อราฟินญ่าเลี้ยงบอลจนหลุดเส้นหลัง ก่อนเปิดเข้าในแฉลบ เนย์มาร์ บอลหลุดไปถึงวินิซิอุสที่รออยู่เสาสอง มีเวลาจับบอลรอเน้น ๆ แล้วยิงเข้าไป

บราซิลมาได้ประตูที่สองจากจุดโทษ เกาหลีใต้เคลียร์ไม่เด็ดขาด ริชาร์ลิซอน ไปโดน จอง อู-ยอง สกัดล้มลงไป ก่อนจะเป็น เนย์มาร์ รับหน้าที่สังหารผ่านมือคิม ซึง-คยูไม่พลาด

เกาหลีพยายามโต้กลับและอลิสซอนก็โชว์เซฟสวย ๆ ได้ โดยเฉพาะการหยุดลูกยิงไกลของฮวาง ฮี-ชาน อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เวลาของการแข่งขันจะครบครึ่งชั่วโมง บราซิลก็ทำประตูได้อีกครั้ง โดยธิอาโก้ ซิลวาเป็นผู้จ่ายบอลให้กับริชาร์ลิสันซึ่งทำประตู ถึงขั้นที่ผู้จัดการทีมแซมบ้า ก็ร่วมยินดีไปกับจังหวะสุดยอดนี้ ซึ่งเกิดจากการสร้างสรรค์ของแนวรับสิงห์บลูส์

สกอร์เริ่มนำห่าง และยังไม่หยุดแค่นั้น อีก 8 นาทีต่อมา วินิซิอุส จูเนียร์ พาบอลเข้าพื้นที่ด้านซ้าย เขามีพื้นที่มีเวลาจ่ายเข้ากรอบเขตโทษ และเป็นลูคัส ปาเกต้า กดวอลเล่ย์เรียด ๆ เข้าไป

สกอร์เกือบหนีถึง 5-0 ในช่วงท้ายครึ่งแรก เมื่อทั้งลูคัส ปาเกต้า และราฟินญ่า ประสานงานกัน ก่อนที่ปาเกต้าจะยิงไปติดเซฟ เช่นเดียวกับริชาร์ลิซอน โชว์สปีดและความสามารถจนได้ลองกด ติดเซฟซึง-กยู เช่นกัน

เริ่มต้นครึ่งหลัง ซน ฮึง-มิน ได้โอกาสทองที่จะตีไข่แตก เมื่อดาวเตะสเปอร์สเบียดเอาชนะตัวประกบอย่างมาร์ควินญอส ก่อนปั่นเสาไกลแต่ก็ดันติดเซฟ อลิสซอน

ราฟินญ่า เกือบยิงให้บราซิลนำห่างไปอีก มีจังหวะเล่นชิ่งกับปาเกต้า แต่ก็ยิงไปติดเซฟของซึง-กยู เช่นเดียวกับโอกาสในนาทีที่ 62 คราวนี้ปีกบาร์เซโลน่า ประสานงานกับเนย์มาร์ กดติดเซฟเช่นกัน

ในที่สุดเกาหลีใต้ก็มาได้ประตูตีไข่แตกนาทีที่ 76 จากจังหวะที่แนวรับบราซิลโหม่งสกัดไม่ดี บอลมาเข้าทางเพค ซึง-โฮ วอลเล่ย์สวนด้วยซ้ายจากแถวสองตุงตาข่ายเข้าประตูไปแบบหมดจด เกาหลีใต้ไล่มา 1-4

ท้ายเกมบราซิลตัดสินใจส่งนักเตะคนเดียวที่ยังไม่ได้ลงสนามในทัวร์นาเมนต์ อย่างเวเวอร์ตอน ลงเฝ้าเสาแทนอลิสซอน เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม บราซิลเอาชนะไป 4-1 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายไปชนกับโครเอเชีย ในวันศุกร์ที่ 9 ธันวาคมนี้ โดยผู้ชนะจะไปเจอกับทีมระหว่างเนเธอร์แลนด์ส หรืออาร์เจนติน่า