โครเอเชีย พ่ายอาร์เจนติน่า 3-0 ในเกมคู่แรกของรอบรองชนะเลิศ นั่นทำให้ความหวังในการชูโทรฟี่ฟุตบอลโลกของมาเตโอ โควาซิช ต้องจบลง

แม้จะเผชิญผลพ่ายแพ้ด้วยสกอร์ที่ขาด แต่โควาซิชและเพื่อนร่วมชาติของเขาก็ภูมิใจที่เข้าถึงรอบ 4 ทีมสุดท้ายของฟุตบอลโลกได้อีกครั้ง แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถทำซ้ำได้สำเร็จเฉกเช่นปี 2018 ที่ผ่านเข้าชิงชนะเลิศได้ก็ตาม โดยสองประตูในห้านาทีก่อนช่วงพักครึ่ง พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ามากเกินไปสำหรับขุนพลโครแอต กับการคว้าชัยในเกมนี้ จากเกมในรอบก่อนหน้าที่เอาชนะญี่ปุ่นและบราซิลในการดวลจุดโทษ

ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ ทำให้ทีมจะแข่งขันรอบเพลย์ออฟอันดับสาม/สี่ กับโมร็อกโกหรือฝรั่งเศส ในวันเสาร์แทน

อาร์เจนตินาแทบไม่ได้เปิดเกมรุกเข้าใส่ เช่นเดียวกับโครเอเชีย ที่ส่งโควาซิชลงเป็นสามประสานแดนกลางเช่นเคย แต่แล้วในช่วงครึ่งชั่วโมง ทีมจากอเมริกาใต้มีลุ้นนำมาซึ่งประตูนำ เมื่อฮูเลี่ยน อัลวาเรซ โดมินิค ลิวาโควิช ออกมาสกัดล้มลงในกรอบเขตโทษ

ผู้ตัดสินไม่รีรอที่จะเป่าให้พลพรรคฟ้าขาวได้จุดโทษ และเป็นลิโอเนล เมสซี่ กดเน้น ๆ บอลเสียบตาข่าย อาร์เจนติน่านำ 1-0 ในนาทีที่ 34


5 นาทีต่อมา สกอร์ขยับเป็น 2-0 คราวนี้ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ คนเดิม โชว์กระชากบอลตั้งแต่กลางสนามไปเรื่อย ๆ แม้เกมรับตาหมากรุกจะคอยสกัดกั้น แต่บอลยังเป็นใจกระดอนมาเข้าทางเจ้าตัวได้ดีดด้วยขวาจ่อ ๆ เข้าประตูไม่มีเหลือ

ท้ายครึ่งแรกลิวาโควิชยังเจองานชุกต่อเมื่อ เขาต้องเซฟลูกโหม่งที่เสาแรกของอเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ยังไม่เสียลูกที่สาม

ครึ่งหลัง โครแอตของซลัตโก้ ดาลิช เปลี่ยนถึง 5 คนเพื่อสู้ทวงประตู แต่อาร์เจนไตน์ยังดูดุดันกว่า และเมสซี่ก็หวิดจะยิงลูกที่สองในเกมนี้ เมื่อเจ้าตัวด้บอลหลุดยิงมุมแคบ แต่ลิวาโควิช ยังยอดเยี่ยมเซฟไว้ได้อีก

เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 69 สกอร์ไหลเพิ่มเป็น 3-0 จนได้ เมื่อเมสซี่ โชว์ความสามารถเฉพาะตัว หลบยอสโก้ กวาร์ดิโอล ก่อนจะได้จังหวะถวายพานระยะ 6 หลาให้ ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ อัดด้วยขวาไม่พลาด


เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม โควาซิชลงสนามเต็ม 90 นาที ที่ลูซอล สเตเดี้ยม และเป็นความผิดหวังของตัวเขา รวมถึงทัพโครแอต

ถึงตอนนี้ นักเตะเชลซีรายเดียวที่มีลุ้นชูโทรฟี่ฟุตบอลโลก คือฮาคิม ซิเยค โดยโมร็อกโกจะดวลแข้งกับฝรั่งเศส ในเกมรอบรองชนะเลิศ คู่สอง คืนวันพุธนี้